บริษัท ปุ๋ยเอ็นเอฟซี จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
0.00
+0.00 (+100.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4569 out_tok=2781 at=2026-07-25T23:01:00 -->
# NFC กำไรสุทธิ Q1/66 พลิกขาดทุน เหตุรายได้รวมหดหนักจากการขายที่ดินปีก่อน
## รายได้รวมวูบ 60% จากฐานสูงปีก่อนจากการขายที่ดิน ขณะที่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างฟื้นตัวเล็กน้อย
บริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ NFC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 113.79 ล้านบาท ลดลง 60.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 17.76 ล้านบาท พลิกจากที่เคยมีกำไร 4.91 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายที่ดินของบริษัทย่อย ซึ่งเป็นรายการพิเศษในปีที่ผ่านมา ขณะที่ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ NFC ในไตรมาส 1 ปี 2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างมากของรายได้รวม 60.65%** ซึ่งส่งผลให้บริษัทพลิกจากกำไร 4.91 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นขาดทุนสุทธิ 17.76 ล้านบาทในไตรมาสนี้ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยรวมจะปรับตัวดีขึ้นจาก 16.67% เป็น 24.87% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้รวมมีสาเหตุหลักมาจาก **การจำหน่ายที่ดินมูลค่า 139 ล้านบาทของบริษัทย่อยในปีที่ผ่านมา** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ในระดับสูง เมื่อหักรายการนี้ออกไป รายได้จากการขายและบริการรวมของกลุ่มบริษัทในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 112.91 ล้านบาท ลดลง 175.41 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ซึ่งประกอบด้วยบริษัท บิวเดอสมาร์ท จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อัลลอย โซลูชั่นส์ เอเซีย จำกัด มียอดขายรวม 87.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.45% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยฝ่ายจัดการระบุว่า เป็นผลจากการกลับมาขยายตัวของธุรกิจหลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โครงการก่อสร้างต่างๆ กลับมาดำเนินการมากขึ้น
ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประกอบด้วยโครงการแสนสรา และ บริษัท ทีค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด มีรายได้รวม 25.72 ล้านบาท ลดลง 174.55 ล้านบาท เนื่องจากในปีก่อนมีรายได้จากการขายที่ดิน 139 ล้านบาท และรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ลดลง 58.02% โดยโครงการแสนสรามีรายได้ลดลง 85.35% เนื่องจากยอดขายบางส่วนเป็น Backlog ที่จะรับรู้ในไตรมาส 2 ส่วนโครงการทีค-สาทร และ ทีค-รัชดา มีรายได้จากการขายห้องชุดเพิ่มขึ้น 45.48%
แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ต้นทุนขายและการให้บริการคิดเป็น 75.13% ของรายได้จากการขายและบริการ ซึ่งต่ำกว่าปีก่อนที่ 83.33% เนื่องจากต้นทุนที่ดินที่จำหน่ายออกไปในปีที่แล้วมีสัดส่วนสูงกว่าต้นทุนห้องชุดที่ขาย ทำให้ GPM โดยรวมของบริษัทปรับตัวดีขึ้น
ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 33.50% ของรายได้จากการขายและบริการ จากเดิม 13.69% (เมื่อรวมรายได้จากการขายที่ดิน) หรือ 19.62% (เมื่อหักรายได้จากการขายที่ดิน) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเช่าพื้นที่สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ การปรับปรุงสำนักงาน ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากโครงการตัวอย่างรีสอร์ทบ้านน็อคดาวน์ และการปรับเงินเดือนพนักงาน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** การเปลี่ยนแปลงผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2566 นี้ มีลักษณะเป็น **ครั้งคราว** เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญมาจากการจำหน่ายที่ดินซึ่งเป็นรายการพิเศษในปีที่ผ่านมา ประกอบกับธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเริ่มฟื้นตัว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้จาก Backlog ของโครงการแสนสราในไตรมาส 2 อาจช่วยหนุนรายได้ในระยะสั้นได้ แต่การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยรวมยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 60.65% YoY** เหลือ 113.79 ล้านบาท จากผลของการจำหน่ายที่ดินของบริษัทย่อยในปีที่ผ่านมา
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 17.76 ล้านบาท** เทียบกับกำไร 4.91 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจวัสดุก่อสร้างเติบโต 3.45% YoY** เป็น 87.20 ล้านบาท จากการกลับมาของโครงการก่อสร้าง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น** จาก 16.67% เป็น 24.87% เนื่องจากต้นทุนที่ดินที่จำหน่ายออกไปในปีที่แล้วมีสัดส่วนสูงกว่า
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น** เป็น 33.50% ของรายได้ จากการเช่าสำนักงานใหม่ ค่าเสื่อมราคา และการปรับเงินเดือนพนักงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 113.79 ล้านบาท ลดลง 60.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งมีรายได้รวม 289.20 ล้านบาท การลดลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการจำหน่ายที่ดินของบริษัทย่อยในปีที่ผ่านมามูลค่า 139 ล้านบาท
เมื่อพิจารณาเฉพาะธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง มียอดขายรวม 87.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.45% จากปีก่อนหน้า สะท้อนการฟื้นตัวของภาคการก่อสร้าง ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้รวม 25.72 ล้านบาท ลดลงอย่างมาก เนื่องจากไม่มีการขายที่ดิน และรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ลดลง
ต้นทุนขายและการให้บริการอยู่ที่ 84.84 ล้านบาท คิดเป็น 75.13% ของรายได้จากการขายและบริการ ซึ่งต่ำกว่าปีก่อนที่ 83.33% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 16.67% เป็น 24.87%
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 37.83 ล้านบาท คิดเป็น 33.50% ของรายได้จากการขายและบริการ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุจากการเช่าสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้น และการปรับเงินเดือนพนักงาน
ด้วยปัจจัยดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เท่ากับ 17.76 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 4.91 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง:** การกลับมาขยายตัวของโครงการก่อสร้างต่างๆ เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายวัสดุก่อสร้าง
* **การรับรู้รายได้ Backlog:** โครงการแสนสรามี Backlog ที่จะสามารถรับรู้รายได้ในไตรมาส 2 ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ในระยะสั้น
* **การเติบโตของธุรกิจพัฒนาคอนโดมิเนียม:** โครงการทีค-สาทร และ ทีค-รัชดา มีรายได้จากการขายห้องชุดเพิ่มขึ้น สะท้อนความต้องการในตลาดคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายได้จากการขายที่ดิน:** การพึ่งพารายได้จากการขายที่ดินซึ่งเป็นรายการพิเศษ อาจทำให้ผลประกอบการมีความผันผวนสูงในแต่ละไตรมาส
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการเช่าสำนักงานใหม่ ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น อาจกดดันอัตรากำไรในระยะยาว
* **ความไม่แน่นอนของภาคอสังหาริมทรัพย์:** ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการอสังหาริมทรัพย์
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง และปริมาณคำสั่งซื้อใหม่
* การรับรู้รายได้จาก Backlog ของโครงการแสนสราในไตรมาส 2
* ยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการทีค-สาทร และ ทีค-รัชดา
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าเช่าสำนักงานใหม่
* ความคืบหน้าของโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ (ถ้ามี)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในส่วนของธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทในแง่ของการดำเนินงานปกติ มียอดขายรวม 87.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.45% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ฝ่ายจัดการระบุว่า เป็นผลจากการกลับมาขยายตัวของธุรกิจหลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โครงการก่อสร้างต่างๆ เริ่มกลับมาก่อสร้างมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการดำเนินงานในกลุ่มนี้ แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุถึง Utilization Rate หรือ Order Book โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของยอดขายบ่งชี้ถึงกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น
ในด้านต้นทุนขายและการให้บริการ คิดเป็น 75.13% ของรายได้จากการขายและบริการ ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (83.33%) โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าต้นทุนของที่ดินที่จำหน่ายออกไปในปีที่แล้วมีสัดส่วนสูงกว่าต้นทุนของห้องชุดที่ขาย ทำให้ GPM โดยรวมของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.67% เป็น 24.87%
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเป็น 33.50% ของรายได้จากการขายและบริการ เป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากเป็นการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว หากรายได้ไม่สามารถเติบโตตามได้ทัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
NFC พลิกขาดทุนในไตรมาส 1 ปี 2566 จากผลกระทบของการจำหน่ายที่ดินซึ่งเป็นรายการพิเศษในปีที่ผ่านมา ทำให้รายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้างจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวและอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับตัวดีขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดัน ขณะที่การรับรู้รายได้จาก Backlog ในไตรมาส 2 อาจช่วยหนุนผลประกอบการในระยะสั้นได้ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการก่อสร้างและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายของบริษัทอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NFC ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
573.65
ล้านบาท
↑ 12.7% YoY
กำไรขั้นต้น
153.63
ล้านบาท
↑ 14.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.78
%
กำไรสุทธิ
38.88
ล้านบาท
↓ 10900.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.78
%
D/E Ratio
3.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
574
↑ + 12.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
154
↑ + 14.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
39
↓ -10900.6%
YoY
D/E Ratio
3.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NFC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.44
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
1.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NFC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-306
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-44
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NFC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-305.93
+60.57%
|
-190.53
-269.45%
|
112.44
+1,328.72%
|
7.87
-101.15%
|
-685.46
-277.53%
|
386.11
-260.60%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-44.14
-69.78%
|
-146.05
-346.08%
|
59.35
-155.90%
|
-106.17
-118.56%
|
572.07
-171.03%
|
-805.38
-466.08%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
37.73
-76.72%
|
162.10
-195.83%
|
-169.16
-55.28%
|
-378.23
+546.22%
|
-58.53
-113.29%
|
440.54
-344.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-312.35
+79.02%
|
-174.48
-6,709.09%
|
2.64
-100.55%
|
-476.54
+177.19%
|
-171.92
-908.27%
|
21.27
-110.60%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
277.96
-23.19%
|
361.89
-41.59%
|
619.57
+175.78%
|
224.66
+106.55%
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
213.72
-23.11%
|
277.96
-23.19%
|
361.89
-41.59%
|
619.57
+175.78%
|
224.66
+106.55%
|
108.77
+24.31%
|