MTW
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MTW
บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.77
0.02 (2.53%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8043 out_tok=2957 at=2026-07-25T21:40:53 --> # MTW กำไรสุทธิหด 40% Q3/65 รับธุรกิจมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าชะลอ-ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ## รายได้รวมโต 7.89% แต่ GPM หด 5.29% ฉุดกำไรสุทธิลดลง สวนทางธุรกิจเสื้อผ้าที่เติบโตดี บริษัท เมคทูวิน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTW รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีรายได้รวม 153.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.89% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่เติบโตถึง 28.87% จากการปรับราคาขายและปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิรวมกลับลดลงถึง 40.57% มาอยู่ที่ 9.33 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีรายได้ลดลง 5.84% ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิรวมของ MTW ในงวด 9 เดือนปี 2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ประกอบกับการลดลงของรายได้ในธุรกิจดังกล่าว** แม้ว่าภาพรวมรายได้รวมจะยังเติบโตได้จากธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป แต่แรงกดดันจากธุรกิจมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมอย่างชัดเจน โดย GPM รวมลดลงจาก 30.83% ในงวด 9 เดือนปี 2564 มาอยู่ที่ 25.54% ในงวด 9 เดือนปี 2565 และกำไรสุทธิรวมลดลง 40.57% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **ธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า:** ประสบปัญหาการชะลอการซื้อของลูกค้าที่รอความชัดเจนของนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลง 5.84% ขณะเดียวกัน ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนขายของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้น 10.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อรายได้ลดลงแต่ต้นทุนเพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ลดลงอย่างมากถึง 44.02% จาก 26.03 ล้านบาท เหลือ 14.57 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 29.63% เหลือเพียง 17.61% **ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป:** มีการเติบโตที่ดี โดยรายได้เพิ่มขึ้น 28.21% จากการปรับราคาขายและปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นหลังผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้น 39.33% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 30.66% เป็น 33.32% อย่างไรก็ตาม การเติบโตของธุรกิจเสื้อผ้าไม่สามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบจากธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้ทั้งหมด **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** มีการปรับเพิ่มขึ้น 19.80% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มเงินเดือน ค่าแรง และผลประโยชน์พนักงาน รวมถึงค่าธรรมเนียมวิชาชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้นถึงกลางสำหรับแรงกดดันจากธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า** เนื่องจากเอกสารระบุว่าการชะลอการซื้อเกิดจากความไม่ชัดเจนของนโยบายภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ยังต้องติดตามความคืบหน้าต่อไป ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นก็เป็นแนวโน้มที่อาจส่งผลต่อเนื่องได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้มีการปรับเพิ่มราคาขายในธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้บ้าง แต่ต้องจับตาดูว่าการปรับราคาดังกล่าวจะส่งผลต่อปริมาณคำสั่งซื้อในอนาคตหรือไม่ ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม 9 เดือนปี 2565 เพิ่มขึ้น 7.89%** เป็น 153.15 ล้านบาท โดยธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปโต 28.87% ขณะที่ธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าลดลง 5.84% * **กำไรสุทธิรวม 9 เดือนปี 2565 ลดลง 40.57%** เหลือ 9.33 ล้านบาท จาก 15.70 ล้านบาทในปีก่อน * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) รวมลดลง 5.29%** จาก 30.83% เป็น 25.54% สาเหตุหลักจากธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า * **ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปมี GPM เพิ่มขึ้น** จาก 30.66% เป็น 33.32% * **ธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามี GPM ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 29.63% เป็น 17.61% * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 19.80%** โดยเฉพาะเงินเดือนและผลประโยชน์พนักงาน และค่าธรรมเนียมวิชาชีพ * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้น** จาก 0.18 เท่า เป็น 0.88 เท่า จากการกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 9 เดือนปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 153.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปเติบโต 28.87% จากการปรับราคาขายและปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ที่เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่รายได้จากการขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าลดลง 5.84% เนื่องจากลูกค้าชะลอการซื้อเพื่อรอความชัดเจนของนโยบายภาครัฐ ในด้านต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 15.56% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 30.83% เป็น 25.54% โดยธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 33.32% แต่ธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากเหลือ 17.61% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 10.98% โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนพนักงานทีมขายของบริษัทเดโก้ ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 19.80% จากการปรับเพิ่มเงินเดือนและผลประโยชน์พนักงาน รวมถึงค่าธรรมเนียมวิชาชีพที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมสำหรับงวด 9 เดือนปี 2565 อยู่ที่ 9.33 ล้านบาท ลดลง 40.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรสุทธิจากธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (รวมเงินปันผล 24.08 ล้านบาท) แต่กำไรสุทธิจากธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าลดลงอย่างมาก ## โอกาส * **การฟื้นตัวของธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป:** การปรับราคาขายและการเพิ่มขึ้นของปริมาณคำสั่งซื้อ บ่งชี้ถึงความต้องการที่กลับมาหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย * **การขยายธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า:** แม้จะเผชิญแรงกดดันในปัจจุบัน แต่การมีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศแสดงถึงศักยภาพในการเข้าถึงตลาด * **การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร:** การซื้อที่ดินและอาคารที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐ:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าในธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า * **ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจเสื้อผ้าได้หากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนได้ * **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** การปรับเพิ่มเงินเดือนและผลประโยชน์พนักงาน รวมถึงค่าธรรมเนียมวิชาชีพที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น:** การกู้ยืมเงินที่เพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจและการลงทุน อาจเพิ่มภาระดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความชัดเจนของนโยบายภาครัฐเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าและจักรยานยนต์ไฟฟ้า:** จะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าในธุรกิจมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** จะส่งผลต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้นของทั้งสองธุรกิจ * **การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานและค่าธรรมเนียมวิชาชีพ * **การปรับราคาขายสินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูป:** จะส่งผลต่อปริมาณคำสั่งซื้อในอนาคต * **การบริหารจัดการหนี้สิน:** โดยเฉพาะการกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) ของโรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคำสั่งซื้อ (Order Book) ที่รอส่งมอบ * **ราคาวัตถุดิบ:** มีการระบุชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดัน GPM ของธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า * **GPM:** มีการวิเคราะห์ GPM ของแต่ละธุรกิจอย่างละเอียด โดย GPM รวมลดลง แต่ GPM ธุรกิจเสื้อผ้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ GPM ธุรกิจมอเตอร์ไซค์ลดลงอย่างมาก * **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกสินค้า * **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน * **สินค้าคงคลัง:** มีการระบุว่าสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์หมุนเวียน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 516.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.12% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการซื้อที่ดินอาคารและสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 241.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 302.38% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน รวมถึงเงินกู้ยืมระยะยาวเพื่อซื้อที่ดินอาคารของบริษัทเดโก้ ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 15.50% มาอยู่ที่ 274.41 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม และการจ่ายเงินปันผล อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 3.01 เท่า เป็น 1.23 เท่า เนื่องจากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.18 เท่า เป็น 0.88 เท่า อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อ EBITDA เพิ่มขึ้นจาก 1.36 เท่า เป็น 5.31 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของการกู้ยืมเงิน ## สรุปท้าย MTW ในงวด 9 เดือนปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการชะลอการซื้อของลูกค้าและความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ แม้ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปจะเติบโตได้ดีและมี GPM ที่ดีขึ้น แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารและภาระหนี้สินที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลงอย่างมาก นักลงทุนควรจับตาความชัดเจนของนโยบายภาครัฐและแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและหนี้สินของบริษัทอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MTW ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
67.10 ล้านบาท
↑ 0.1% YoY
กำไรขั้นต้น
13.69 ล้านบาท
↑ 18.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.40 %
กำไรสุทธิ
-10.45 ล้านบาท
↑ 6.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-15.57 %
D/E Ratio
0.33
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
67
↑ + 0.1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
14
↑ + 18.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-10
↑ + 6.5% YoY
D/E Ratio
0.33

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MTW

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รายได้รวม
67.10
+0.07%
67.05
-49.57%
132.94
-30.23%
190.54
-11.03%
214.17
กำไรขั้นต้น
13.69
+18.38%
11.56
-65.17%
33.20
-37.85%
53.42
-17.42%
64.69
ค่าใช้จ่ายรวม
23.21
+23.36%
18.82
+8.67%
17.32
-41.42%
29.56
-5.27%
31.20
กำไรสุทธิ
-10.45
-6.47%
-9.81
-194.05%
10.44
-36.32%
16.39
-17.37%
19.83
กำไรต่อหุ้น
-0.01
-9.09%
-0.01
-191.67%
0.01
-36.84%
0.02
-17.39%
0.02
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
20.40
+18.26%
17.25
-30.92%
24.97
-10.95%
28.04
-7.15%
30.20
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
34.60
+23.26%
28.07
+115.43%
13.03
-15.99%
15.51
+6.45%
14.57
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-15.57
-6.35%
-14.64
-286.50%
7.85
-8.72%
8.60
-7.13%
9.26
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
-4.09
-15.86%
-3.53
-135.23%
10.02
+107.88%
4.82
0.00
ROA(%)
-1.71
-235.29%
-0.51
-105.00%
10.20
+99.22%
5.12
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.33
-37.74%
0.53
+6.00%
0.50
+72.41%
0.29
0.00
P/E
-100.00
-106.42%
1,557.95
+5,894.42%
25.99
-65.65%
75.66
+175.66%
-100.00
P/BV
1.06
-29.33%
1.50
-41.41%
2.56
2.56
+161.22%
0.98
BV
0.84
+1.20%
0.83
0.83
-45.39%
1.52
+92.41%
0.79
YIELD(%)
3.91
3.91
3.91
3.91
3.91
ราคาหุ้น
0.89
-28.23%
1.24
-41.51%
2.12
-45.36%
3.88
+403.90%
0.77
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.33
ROE (%)
-4.09
ROA (%)
-1.71
Book Value/หุ้น
0.79

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MTW

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
423.26
-4.53%
443.33
-9.65%
490.69
+16.91%
419.70
+139.52%
175.22
+28.63%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
615.39
+25.63%
489.83
+6.45%
460.17
+46.27%
314.59
+50.11%
209.57
-2.69%
รวมสินทรัพย์
1,038.66
+11.31%
933.16
-1.86%
950.85
+29.49%
734.29
+90.83%
384.80
+9.45%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
251.37
-19.10%
310.72
+4.80%
296.49
+115.16%
137.80
+137.08%
58.12
+13.32%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
5.36
-49.83%
10.68
-50.15%
21.42
-25.62%
28.80
+1,384.19%
1.94
-22.42%
รวมหนี้สิน
256.72
-20.12%
321.40
+1.10%
317.91
+90.83%
166.60
+177.37%
60.06
+11.66%
รวมส่วนของเจ้าของ
781.93
+27.82%
611.75
-3.35%
632.94
+11.49%
567.70
+74.82%
324.73
+9.05%
D/E
0.33
0.53
0.50
0.29
0.18
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-4.09
-3.53
10.02
4.82
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
-1.71
-0.51
10.20
5.12
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.68
1.43
1.65
3.05
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.46
0.26
0.50
1.77
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
116.53
142.16
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
499.07
538.20
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
22.27
30.20
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
593.34
650.17
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-68
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MTW

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-68.35
-195.55%
71.53
-1,030.17%
-7.69
-58.27%
-18.43
-355.97%
7.20
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-1.62
-124.18%
6.70
-93.78%
107.73
-647.13%
-19.69
+311.92%
-4.78
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
37.25
-139.75%
-93.70
-152.22%
179.43
-9.02%
197.22
+5,145.21%
3.76
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-32.69
+111.45%
-15.46
-105.53%
279.47
+75.63%
159.12
+2,474.76%
6.18
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1.17
+39.29%
0.84
-99.47%
159.93
+1,520.36%
9.87
+167.48%
3.69
-52.29%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
3.75
+220.51%
1.17
+39.29%
0.84
-99.47%
159.93
+1,520.98%
0.00