บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.20
0.10 (4.35%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิที่ลดลง เกิดจากมียอดขายลดลง สู่สภาวะ ปกติของบริษัทย่อย จากผลการดําเนินงานของบริษัทในงวด 6 เดือน โดยรายได้จากการขายสินค้า ลดลง 15.10 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการลดลง ร้อยละ 6.45 จากปีก่อน สาเหตุมาจากสถานการณ์โควิด 19 และปริมาณความต้องการเอทานอลในปี 2563 ที่สูงกว่าสถาณการณ์ปกติ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3499 out_tok=2220 at=2026-07-25T21:26:22 -->
# MGT กำไรสุทธิ Q1/2565 ลดลงเล็กน้อย 3% แม้รายได้โต 32% จากการซื้อกิจการใหม่
## รายได้จากการขายพุ่ง 32% แต่กำไรสุทธิหดตัว 3% เหตุฐานปีก่อนสูงผิดปกติจากโควิด
บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 282.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทั้งจากบริษัทและบริษัทย่อย อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลง 3.00% หรือ 0.94 ล้านบาท มาอยู่ที่ 30.65 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปี 2564 จากผลกระทบโควิดที่ส่งผลดีต่อการขายสินค้าบางประเภทของบริษัทย่อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MGT ในไตรมาส 1 ปี 2565 เปลี่ยนแปลง มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง แต่ถูกหักล้างด้วยฐานกำไรที่สูงผิดปกติของบริษัทย่อยในปี 2564**
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 32.15%** ซึ่งเป็นผลดีจากการดำเนินงานปกติของบริษัทและบริษัทย่อย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันให้กำไรสุทธิลดลง 3.00% คือ **ฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปี 2564 ของบริษัทย่อย** ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลให้ยอดขายสินค้าบางประเภทสูงเกินกว่าภาวะปกติ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 1 ปี 2565 มาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของบริษัทและบริษัทย่อย ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ในขณะเดียวกัน กำไรขั้นต้นก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.86% ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 34.06% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากบริษัทย่อยที่บริษัทได้เข้าซื้อมาและเริ่มรับรู้ผลกำไรตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2564 การที่กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยนั้น เกิดจากในปี 2564 บริษัทย่อยมีรายได้จากการขายสินค้าที่สูงเกินกว่าปกติเนื่องจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลดีต่อการขายสินค้าบางประเภท แต่ในปี 2565 ยอดขายของบริษัทย่อยดังกล่าวได้ปรับตัวลดลงสู่ภาวะปกติ ทำให้ภาพรวมกำไรสุทธิของบริษัทในปี 2565 ปรับลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับฐานที่สูงมากในปีที่แล้ว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยในไตรมาส 1 ปี 2565 มีลักษณะเป็นครั้งคราว เนื่องจากเกิดจากฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปี 2564 จากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่คาดว่าจะไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในลักษณะเดิมอีก ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งมั่นที่จะแสวงหาโอกาสทางธุรกิจเพื่อเพิ่มรายได้และกำไรสุทธิอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีแผนที่จะผลักดันการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายเติบโต 32.15%** ในไตรมาส 1 ปี 2565 มาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของบริษัทและบริษัทย่อย
* **กำไรสุทธิลดลง 3.00%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปี 2564 ของบริษัทย่อย
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 15.86%** สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 34.06%** ส่วนหนึ่งมาจากบริษัทย่อยที่เข้าซื้อมา
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 282.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68.69 ล้านบาท หรือ 32.15% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายทั้งจากบริษัทและบริษัทย่อย ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 57.77 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 10.86 ล้านบาท หรือ 15.86% เป็น 79.34 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายและการบริหารเพิ่มขึ้น 10.41 ล้านบาท หรือ 34.06% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากบริษัทย่อยที่บริษัทได้เข้าซื้อมาและเริ่มรับรู้ผลกำไรตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2564 ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 30.65 ล้านบาท ลดลง 0.94 ล้านบาท หรือ 3.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขาย:** การเพิ่มขึ้นของยอดขายทั้งจากบริษัทและบริษัทย่อยบ่งชี้ถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจ
* **การรับรู้ผลกำไรจากบริษัทย่อย:** การที่บริษัทย่อยที่เข้าซื้อมาเริ่มรับรู้ผลกำไรตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2564 จะเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้และกำไรในอนาคต
* **การบริหารค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งมั่นในการบริหารค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่ยังคงได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และอัตราเงินเฟ้อที่ปรับเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงาน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้า
* **การปรับตัวสู่ภาวะปกติของบริษัทย่อย:** การที่ยอดขายของบริษัทย่อยปรับตัวลดลงสู่ภาวะปกติหลังจากที่เคยสูงผิดปกติในช่วงโควิด-19 อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของกำไรในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากการขายในไตรมาสถัดไป
* ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยที่เข้าซื้อมา และการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* ความสามารถในการบริหารต้นทุนวัตถุดิบและอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ฝ่ายจัดการจะแสวงหาเพื่อเพิ่มรายได้และกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขาย:** เพิ่มขึ้น 32.15% YoY เป็น 282.32 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตของธุรกิจ
* **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 15.86% YoY เป็น 79.34 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ประมาณ 28.10% (คำนวณจาก 79.34/282.32) ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน (GPM ปี 2564 ประมาณ 30.8%) บ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบหรือการแข่งขันด้านราคา
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 34.06% YoY เป็น 41.09 ล้านบาท สัดส่วนต่อรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจและการรวมบริษัทย่อย
* **กำไรสุทธิ:** ลดลง 3.00% YoY เป็น 30.65 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ประมาณ 10.86% (คำนวณจาก 30.65/282.32) ลดลงจากปีก่อนที่ประมาณ 14.7%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วน MD&A นี้
## สรุปท้าย
MGT ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขับเคลื่อนรายได้จากการขายให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 32.15% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการดำเนินงานปกติ อย่างไรก็ตาม การที่กำไรสุทธิปรับลดลงเล็กน้อย 3.00% นั้น เกิดจากปัจจัยเชิงเปรียบเทียบกับฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปี 2564 จากผลกระทบโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งมั่นในการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจและบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MGT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
294.24
ล้านบาท
↑ 11% YoY
กำไรขั้นต้น
89.94
ล้านบาท
↑ 7.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.57
%
กำไรสุทธิ
13.88
ล้านบาท
↓ 41.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.72
%
D/E Ratio
0.37
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
294
↑ + 11%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
90
↑ + 7.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14
↓ -41.1%
YoY
D/E Ratio
0.37
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MGT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.37
ROE (%)
14.87
ROA (%)
14.08
Book Value/หุ้น
1.85
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MGT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-96
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+30
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MGT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-95.58
+113.44%
|
-44.78
-64.65%
|
-126.67
-210.10%
|
115.05
+79.15%
|
64.22
-42.85%
|
112.37
-13.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
29.55
+30.87%
|
22.58
-127.64%
|
-81.68
+62.81%
|
-50.17
-271.82%
|
29.20
-142.86%
|
-68.13
+78.02%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
79.59
+480.53%
|
13.71
-87.61%
|
110.64
-227.82%
|
-86.56
+26.53%
|
-68.41
+80.69%
|
-37.86
-60.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
54.54
+60.74%
|
33.93
-155.53%
|
-61.10
+180.79%
|
-21.76
-187.21%
|
24.95
+284.44%
|
6.49
-262.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
77.07
+125.15%
|
34.23
+10.85%
|
30.88
-41.34%
|
52.64
+90.10%
|
27.69
+30.61%
|
21.20
-15.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
41.18
-46.57%
|
77.07
+125.15%
|
34.23
+10.85%
|
30.88
-41.34%
|
52.64
+90.10%
|
27.69
+30.61%
|