KYE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KYE
บริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน
289.00
2.00 (0.69%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 1 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8111 out_tok=2816 at=2026-07-25T20:03:13 --> # ไทยวา (TWPC) พลิกขาดทุน Q2/66 สู่กำไรเล็กน้อย หลังต้นทุนวัตถุดิบกดดันหนัก ## รายได้-กำไร Q2/66 หดตัว YoY เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง ฉุดกำไรขั้นต้นวูบ ขณะธุรกิจอาหารยังเติบโตได้ บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) หรือ TWPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 46 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 46 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นของทั้งธุรกิจแป้งมันสำปะหลังและธุรกิจอาหาร อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอาหารยังคงเติบโตได้ดีจากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ TWPC ในไตรมาส 2 ปี 2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะหัวมันสำปะหลังและวัตถุดิบสำหรับธุรกิจอาหาร ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก** โดยกำไรขั้นต้นรวมลดลงถึง 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก 489 ล้านบาท เหลือ 298 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18% เหลือ 12% และส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 46 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบมาจาก **การขาดตลาดของหัวมันสำปะหลังในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566** ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลให้ปริมาณการผลิตและขายสินค้าจากมันสำปะหลังลดลง แต่ยังทำให้ราคาต้นทุนสูงขึ้น นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจอาหาร แม้จะสามารถรักษาการเติบโตของรายได้ได้ แต่ก็เผชิญกับ **ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นทั้งในประเทศและนำเข้า** โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหารให้ลดลงจาก 32% เหลือ 28% ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะคาดการณ์ว่าสถานการณ์หัวมันสำปะหลังจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ซึ่งเป็นช่วงที่หัวมันออกน้อย และราคาหัวมันสำปะหลัง ณ ปัจจุบันอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้เมื่อเทียบกับราคาแป้งมันสำปะหลังในตลาดจีนที่ยังมีความต้องการสูง แต่ปริมาณหัวมันสำปะหลังในฤดูกาล 2565/2566 คาดว่าจะลดลง 20-25% ซึ่งบริษัทกำลังเร่งหามาตรการเพื่อจัดหาหัวมันให้เพียงพอ นอกจากนี้ การลงทุนในโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังแห่งใหม่ที่กัมพูชา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตในไตรมาส 4 ปี 2566 จะเป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มผลผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เติบโต ส่วนธุรกิจอาหาร บริษัทวางแผนจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ 5 SKU ในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้เติบโตแบบ double digit growth ได้ ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิ 46 ล้านบาทใน Q2/66:** พลิกจากกำไร 46 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **กำไรขั้นต้นลดลง 39%:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 12% ลดลงจาก 18% ใน Q2/65 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มสูงกว่าราคาขาย * **รายได้รวมลดลง 10%:** ยอดขายรวม Q2/66 อยู่ที่ 2,469 ล้านบาท ลดลงจาก 2,733 ล้านบาทในปีก่อน * **ธุรกิจอาหารเติบโต 9%:** ยังคงเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนรายได้ โดยเฉพาะในช่องทาง Modern Trade และ Wholesale * **ส่งออกแป้งมันสำปะหลังหดตัว:** ปริมาณส่งออกลดลง 13% ในครึ่งปีแรก สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมที่ลดลง 35% * **ต้นทุนวัตถุดิบยังเป็นปัจจัยกดดัน:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าอัตรากำไรขั้นต้นปี 2566 จะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 2,469 ล้านบาท ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/65) ที่มีรายได้ 2,733 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 39% จาก 489 ล้านบาท เหลือ 298 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 18% เหลือ 12% ประกอบกับค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่ลดลง 15% แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากกำไรขั้นต้นที่ลดลงได้ ทำให้บริษัทขาดทุนก่อนหักภาษีเงินได้ 65 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 46 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น -0.05 บาท) เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 46 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.05 บาท) สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกปี 2566 (1H/66) บริษัทมีรายได้รวม 4,986 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (1H/65) ที่มีรายได้ 5,198 ล้านบาท กำไรขั้นต้นลดลง 27% จาก 1,063 ล้านบาท เหลือ 781 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 20% เหลือ 16% ส่งผลให้กำไรก่อนหักภาษีเงินได้ลดลง 73% มาอยู่ที่ 83 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 82% มาอยู่ที่ 39 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.04 บาท) เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 223 ล้านบาท (กำไรต่อหุ้น 0.24 บาท) ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจอาหาร:** ยังคงเป็นดาวเด่นของบริษัท โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์วุ้นเส้นและก๋วยเตี๋ยว มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกช่องทางการขายที่สำคัญ ทั้ง Modern Trade, Wholesale และหน่วยรถเงินสด * **การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในธุรกิจอาหาร:** บริษัทมีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวน 5 SKU ในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันการเติบโตแบบ double digit growth ทั้งในปีนี้และระยะยาว * **ความต้องการแป้งมันสำปะหลัง ROSE Brand ในจีนที่เพิ่มขึ้น:** ปริมาณการขาย ROSE Brand ในจีนเพิ่มสูงขึ้น 19% ในครึ่งปีแรกปี 2566 * **โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังแห่งใหม่ที่กัมพูชา:** คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตในไตรมาส 4 ปี 2566 ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มผลผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่เติบโต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะหัวมันสำปะหลังและวัตถุดิบสำหรับธุรกิจอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น * **ปริมาณหัวมันสำปะหลังที่คาดว่าจะลดลง:** ฤดูกาล 2565/2566 คาดว่าปริมาณหัวมันสำปะหลังจะลดลง 20-25% ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณการผลิตในอนาคต * **ต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น:** เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิต * **การแข่งขันในตลาด:** แม้ธุรกิจอาหารจะเติบโต แต่ก็ยังคงมีการแข่งขันสูง * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาส 2/66 จะมีกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ แต่ก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะหัวมันสำปะหลังและวัตถุดิบอาหาร ว่าจะปรับตัวดีขึ้นหรือแย่ลง * **ผลการดำเนินงานของโรงงานใหม่ที่กัมพูชา:** จะสามารถเริ่มผลิตได้ตามแผนและช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้มากน้อยเพียงใด * **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 5 SKU ในธุรกิจอาหาร:** จะสามารถสร้างยอดขายและผลกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่ * **สถานการณ์การส่งออกแป้งมันสำปะหลัง:** ทั้งของบริษัทและภาพรวมอุตสาหกรรมไทย * **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะการลดใช้พลังงานและการลงทุนในพลังงานทางเลือก เพื่อลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยในระยะยาว ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) * **ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง (Native) และมูลค่าเพิ่ม (HVA):** ยอดขายรวมลดลง 10% ใน Q2/66 และ 4% ใน 1H/66 สาเหตุหลักมาจากการขาดตลาดของวัตถุดิบหัวมันสำปะหลัง ทำให้ปริมาณการผลิตและขายลดลง และต้นทุนสูงขึ้น แม้ปริมาณการส่งออกของบริษัทจะลดลงน้อยกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมไทย แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยกดดัน * **ธุรกิจอาหาร:** ยังคงเป็นจุดแข็งของบริษัท โดยยอดขาย Q2/66 เพิ่มขึ้น 9% และ 1H/66 เพิ่มขึ้น 9% การเติบโตมาจากช่องทาง Modern Trade, Wholesale และหน่วยรถเงินสด จากการขยายการจัดจำหน่ายและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ * **อัตรากำไรขั้นต้น:** ถูกกดดันอย่างหนักจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยธุรกิจแป้งมันสำปะหลังมีอัตรากำไรขั้นต้น Q2/66 ที่ 8% (ลดลง 5% YoY) และ 1H/66 ที่ 12% (ลดลง 4% YoY) ส่วนธุรกิจอาหารมีอัตรากำไรขั้นต้น Q2/66 และ 1H/66 ที่ 28% (ลดลง 4% YoY) * **ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร:** ลดลง 15% ใน Q2/66 และ 6% ใน 1H/66 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สำหรับในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ จำนวน 181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 338 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากมูลค่าวัตถุดิบในสต็อกที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ ยังคงความสามารถในการรักษาเงินสดที่แข็งแกร่งเพียงพอสำหรับการลงทุนขยายงานและโครงการต่างๆ ในอนาคต (ข้อมูลรายละเอียดฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน D/E ไม่ได้ระบุในเอกสารที่ให้มา) ## สรุปท้าย ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ของ TWPC ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะหัวมันสำปะหลัง ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญและทำให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอาหารยังคงเป็นจุดแข็งที่สามารถเติบโตได้ และบริษัทมีแผนการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบและความผันผวนของปริมาณผลผลิตยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KYE ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
2,060.35 ล้านบาท
↑ 20.5% YoY
กำไรขั้นต้น
477.84 ล้านบาท
↑ 20.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.19 %
กำไรสุทธิ
190.08 ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.23 %
D/E Ratio
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,060
↑ + 20.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
478
↑ + 20.7% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
190
↑ + 22.1% YoY
D/E Ratio

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KYE

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รายได้รวม
2,060.35
+20.49%
1,710.02
+5.46%
1,621.46
-14.04%
กำไรขั้นต้น
477.84
+20.68%
395.97
+51.96%
260.57
-44.33%
ค่าใช้จ่ายรวม
268.47
+10.30%
243.41
-3.41%
251.99
+1.52%
กำไรสุทธิ
190.08
+22.07%
155.71
+286.11%
40.33
-81.18%
กำไรต่อหุ้น
9.60
+22.08%
7.86
+286.06%
2.04
-81.17%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
23.19
+0.13%
23.16
+44.12%
16.07
-35.23%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
13.03
-8.43%
14.23
-8.43%
15.54
+18.09%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
9.23
+1.32%
9.11
+265.86%
2.49
-78.08%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
8.54
8.54
8.54
ROA(%)
7.67
7.67
7.67
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.19
0.19
0.19
P/E
6.37
-66.74%
19.15
-47.03%
36.15
+336.59%
P/BV
1.16
+20.83%
0.96
-24.41%
1.27
-23.49%
BV
305.42
+14.79%
266.08
-3.62%
276.07
-2.47%
YIELD(%)
4.42
+148.31%
1.78
-61.72%
4.65
-28.02%
ราคาหุ้น
354.00
+38.82%
255.00
-34.78%
391.00
-16.81%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
ROE (%)
ROA (%)
Book Value/หุ้น
465.35

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KYE

รายการ 2567 2566 2565 2564 2562
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
รวมสินทรัพย์
รวมหนี้สินหมุนเวียน
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
รวมหนี้สิน
รวมส่วนของเจ้าของ
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
อัตราส่วนสภาพคล่อง
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
วงจรเงินสด
D/E
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KYE

รายการ 2567 2566 2565 2564 2562
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด