KYE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KYE
บริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน
289.00
2.00 (0.69%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 1 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5246 out_tok=2836 at=2026-07-25T20:23:03 --> # KYE พลิกขาดทุน Q1/2565 รับผลกระทบต้นทุนพุ่ง-ยอดส่งออกวูบ ## รายได้-กำไรหดตัว YoY เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ยอดส่งออกญี่ปุ่น-ตลาดอื่นลดลง บริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน) หรือ KYE รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 28 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 145 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและการบริการที่ลดลง 1.3% และกำไรขั้นต้นที่หดตัวถึง 50.3% จากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุปโภคบริโภค เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก SSS/volume, ราคาขาย, ต้นทุนวัตถุดิบ, ค่าการตลาด, ช่องทางขาย, หรือสินค้าใหม่ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ KYE ในไตรมาส 1 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมากของราคาวัตถุดิบและชิ้นส่วน ประกอบกับการลดลงของยอดส่งออกไปยังตลาดหลักอย่างญี่ปุ่นและตลาดอื่นๆ** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นหดตัว 50.3% และพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 28 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำกำไรได้ 145 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า **ราคาวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่สูงขึ้น** เป็นผลมาจากปัญหาความขาดแคลนชิ้นส่วนและวัตถุดิบ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 203 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ในขณะเดียวกัน **รายได้จากการขายและการบริการลดลง 1.3%** เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดส่งออกผลิตภัณฑ์ตู้เย็นไปยังประเทศญี่ปุ่น และยอดส่งออกไปยังต่างประเทศอื่นๆ ที่ลดลงเช่นกัน แม้ว่ายอดขายตู้เย็นไปญี่ปุ่นจะเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2564 แต่ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลับมียอดส่งออกลดลง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 22 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่เพิ่มขึ้น 21 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565 รายได้จากการขายและการบริการลดลง 9.6% โดยยอดขายลดลงในเกือบทุกผลิตภัณฑ์และเกือบทุกตลาด ยกเว้นตู้เย็นที่ส่งออกไปญี่ปุ่นมียอดขายเพิ่มขึ้น กำไรขั้นต้นลดลง 13.7% จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวก 32 ล้านบาท จากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร 59 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 16 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการส่งออก 30 ล้านบาท รวมถึงผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น 27 ล้านบาท ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบและปัญหาความขาดแคลนชิ้นส่วน มักเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบเป็นช่วงๆ และอาจคลี่คลายได้เมื่อสถานการณ์การผลิตและการขนส่งทั่วโลกกลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าปัจจัยเหล่านี้จะสิ้นสุดเมื่อใด ส่วนการลดลงของยอดส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่นและตลาดอื่นๆ อาจเป็นผลกระทบชั่วคราวที่ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของแต่ละประเทศ รวมถึงการแข่งขันในตลาด ## Highlight สำคัญ * **พลิกขาดทุนสุทธิ:** ไตรมาส 1 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 28 ล้านบาท เทียบกับกำไร 145 ล้านบาทใน Q1/2564 * **รายได้ลดลงเล็กน้อย:** รายได้จากการขายและการบริการอยู่ที่ 2,279 ล้านบาท ลดลง 1.3% YoY * **กำไรขั้นต้นหดตัวแรง:** กำไรขั้นต้นลดลง 50.3% YoY เหลือ 201 ล้านบาท จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **ต้นทุนวัตถุดิบกดดัน:** ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและชิ้นส่วนส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น * **ยอดส่งออกวูบ:** ยอดส่งออกตู้เย็นไปญี่ปุ่นและตลาดอื่นลดลง เป็นปัจจัยหลักที่กระทบรายได้ * **ค่าใช้จ่ายส่งออกเพิ่ม:** ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการส่งออก ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน) หรือ KYE มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 2,279 ล้านบาท ลดลง 1.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q1/2564) ที่มีรายได้ 2,308 ล้านบาท (ตัวเลขในตารางสรุปผลการดำเนินงาน Q1/2565 คือ 2,279 ล้านบาท แต่ในคำอธิบายระบุ 2,250 ล้านบาท ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในเอกสารต้นฉบับ) กำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้อยู่ที่ 201 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 50.3% เมื่อเทียบกับ Q1/2564 ที่ทำได้ 404 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.7% เหลือเพียง 9.3% ผลประกอบการสุทธิพลิกกลับมาขาดทุน 28 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 145 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 172 ล้านบาท หรือคิดเป็น -118.6% เมื่อเทียบกับ Q1/2564 กำไรต่อหุ้นจึงติดลบ 0.07 บาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 รายได้จากการขายและการบริการลดลง 9.6% มาอยู่ที่ 2,279 ล้านบาท จาก 2,490 ล้านบาท กำไรขั้นต้นลดลง 13.7% มาอยู่ที่ 201 ล้านบาท จาก 233 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวก 32 ล้านบาท จากการขาดทุน 59 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า ## โอกาส * **การฟื้นตัวของตลาด:** หากสถานการณ์ความขาดแคลนวัตถุดิบและชิ้นส่วนคลี่คลายลง ต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มลดลง ซึ่งจะส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **การปรับกลยุทธ์การขาย:** ฝ่ายจัดการมีการปรับลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และค่าใช้จ่ายในการส่งออก ซึ่งอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน * **ผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของสกุลเงินต่างประเทศเมื่อเทียบกับเงินบาท สามารถช่วยเพิ่มกำไรให้กับบริษัทได้ ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ความไม่แน่นอนของราคาวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่อาจปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือปัญหาขาดแคลนที่ยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร * **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** กำลังซื้อที่ลดลงในตลาดส่งออกหลัก เช่น ญี่ปุ่น และตลาดอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในอนาคต * **ค่าใช้จ่ายในการส่งออก:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการส่งออกอาจเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ * **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอาจจำกัดความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและชิ้นส่วน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาและอุปทานวัตถุดิบจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนการผลิต * **ยอดขายส่งออก:** การฟื้นตัวหรือการชะลอตัวของยอดขายไปยังตลาดญี่ปุ่นและตลาดต่างประเทศอื่นๆ * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการส่งออก * **การปรับตัวของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลกำไร * **แผนการดำเนินงานในไตรมาสถัดไป:** กลยุทธ์ของฝ่ายจัดการในการรับมือกับความท้าทายด้านต้นทุนและยอดขาย ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคของ KYE เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบและชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นมากจากปัญหาความขาดแคลน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่ลดลงกว่า 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน ยอดขายในภาพรวมลดลงเล็กน้อย 1.3% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการหดตัวของยอดส่งออกผลิตภัณฑ์ตู้เย็นไปยังประเทศญี่ปุ่นและตลาดอื่นๆ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญของบริษัท การลดลงของยอดขายในตลาดหลักนี้เป็นสัญญาณที่ต้องจับตา เนื่องจากอาจสะท้อนถึงกำลังซื้อที่อ่อนแอลง หรือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ ฝ่ายจัดการได้พยายามควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ก็ยังคงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 9,946 ล้านบาท ลดลง 3.0% จากสิ้นปี 2564 โดยรายการที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง 41.9% มาอยู่ที่ 429 ล้านบาท เนื่องจากมีการนำเงินสดไปฝากธนาคารเพิ่มขึ้น 250 ล้านบาท สินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 8.3% เป็น 3,280 ล้านบาท ส่วนลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นลดลง 20.3% มาอยู่ที่ 981 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,049 ล้านบาท ลดลง 8.6% จากสิ้นปี 2564 โดยเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลง 10.9% ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 7,897 ล้านบาท ลดลง 1.4% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากผลขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ 28 ล้านบาท และขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นจากการทบทวนมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนอีก 87 ล้านบาท ## สรุปท้าย KYE ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นและยอดส่งออกที่ลดลง ส่งผลให้ผลประกอบการพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 28 ล้านบาท แม้จะมีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบ แต่การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นและการเพิ่มขึ้นของยอดขายในตลาดหลักจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในไตรมาสถัดไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนของต้นทุนการผลิต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KYE ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
2,060.35 ล้านบาท
↑ 20.5% YoY
กำไรขั้นต้น
477.84 ล้านบาท
↑ 20.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.19 %
กำไรสุทธิ
190.08 ล้านบาท
↑ 22.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.23 %
D/E Ratio
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,060
↑ + 20.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
478
↑ + 20.7% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
190
↑ + 22.1% YoY
D/E Ratio

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KYE

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รายได้รวม
2,060.35
+20.49%
1,710.02
+5.46%
1,621.46
-14.04%
กำไรขั้นต้น
477.84
+20.68%
395.97
+51.96%
260.57
-44.33%
ค่าใช้จ่ายรวม
268.47
+10.30%
243.41
-3.41%
251.99
+1.52%
กำไรสุทธิ
190.08
+22.07%
155.71
+286.11%
40.33
-81.18%
กำไรต่อหุ้น
9.60
+22.08%
7.86
+286.06%
2.04
-81.17%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
23.19
+0.13%
23.16
+44.12%
16.07
-35.23%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
13.03
-8.43%
14.23
-8.43%
15.54
+18.09%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
9.23
+1.32%
9.11
+265.86%
2.49
-78.08%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
8.54
8.54
8.54
ROA(%)
7.67
7.67
7.67
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.19
0.19
0.19
P/E
6.37
-66.74%
19.15
-47.03%
36.15
+336.59%
P/BV
1.16
+20.83%
0.96
-24.41%
1.27
-23.49%
BV
305.42
+14.79%
266.08
-3.62%
276.07
-2.47%
YIELD(%)
4.42
+148.31%
1.78
-61.72%
4.65
-28.02%
ราคาหุ้น
354.00
+38.82%
255.00
-34.78%
391.00
-16.81%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
ROE (%)
ROA (%)
Book Value/หุ้น
465.35

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KYE

รายการ 2567 2566 2565 2564 2562
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
รวมสินทรัพย์
รวมหนี้สินหมุนเวียน
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
รวมหนี้สิน
รวมส่วนของเจ้าของ
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
อัตราส่วนสภาพคล่อง
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
วงจรเงินสด
D/E
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KYE

รายการ 2567 2566 2565 2564 2562
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด