53/

เดือนนี้ / เดือนก่อน

53/553

ปีนี้ / ปีก่อน

  • thunhoon

    KTB ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 30/01/69

    #ทันหุ้น – นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.25 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลง ในลักษณะ Sideways Up ทะลุโซนแนวต้าน (และกรอบบนที่เราประเมินไว้ในวันก่อนหน้า) 31.30 บาทต่อดอลลาร์ เข้าใกล้โซนแนวต้านถัดไป 31.50 บาทต่อดอลลาร์ มากขึ้น (แกว่งตัวในกรอบ 31.16-31.46 บาทต่อดอลลาร์) กดดันโดยจังหวะการแข็งค่าขึ้นเร็วของเงินดอลลาร์ ที่สอดคล้องกับจังหวะการปรับตัวลงแรงเกือบ -8% ของราคาทองคำ (XAUUSD) ซึ่งเผชิญแรงขายทำกำไรรุนแรง พร้อมกับบรรดาแร่โลหะมีค่าอื่นๆ อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทก็ถูกชะลอลงบ้าง หลังภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ และยุโรป ท่ามกลางความผิดหวังต่อรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะฝั่งหุ้นเทคฯ ธีม AI กอปรกับความกังวลสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังมีอยู่ และหนุนความต้องทยอยเข้าซื้อทองคำ โดยเฉพาะในจังหวะย่อตัว (Buy on Dip) ได้หนุนให้ ราคาทองคำสามารถรีบาวด์ขึ้นเกือบ +7% ส่วนเงินดอลลาร์พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลง ตามการรีบาวด์ขึ้นของบรรดาสกุลเงินหลักอื่นๆ ยกเว้น เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่ทยอยอ่อนค่าลง หลังผู้เล่นในตลาดปรับสถานะถือครอง เพื่อรับมือความเสี่ยงการเมืองญี่ปุ่นที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ ขณะเดียวกัน รายงานข้อมูลเศรษฐกิจญี่ปุ่น ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชียได้ออกมาผสมผสาน โดย ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนธันวาคม หดตัว -0.9%y/y แย่กว่าที่ตลาดคาด +0.7% ขณะที่ อัตราการว่างงานยังคงทรงตัวแถว 2.6% ส่วนยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) เดือนธันวาคม หดตัวเล็กน้อย -0.1%m/m ดีกว่าคาด -0.4% ทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ลงบ้าง บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจากความผิดหวังต่อรายงานผลประกอบการของบรรดาหุ้นเทคฯ ธีม AI โดยเฉพาะ Microsoft -10% ทว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนบ้างจากการปรับตัวขึ้นของ Meta +10.4% หลังผลประกอบการของมาสดใส รวมถึงการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นกลุ่มพลังงาน ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นจากความกังวลสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.13% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวลง -0.72%

  • thunhoon

    KTB ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 29/01/69

    #ทันหุ้น -นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.16 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง เล็กน้อย” จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.07 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลง ในลักษณะ Sideways Up (แกว่งตัวในกรอบ 31.02-31.20 บาทต่อดอลลาร์) กดดันโดยการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่ได้รับอานิสงส์จากการทยอยอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) หลังรัฐมนตรีฯ คลังของสหรัฐฯ Scott Bessent ออกมาปฏิเสธว่าทางการสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ ยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมตามการทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของFED (มองว่า FED มีโอกาสราว 77% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้) สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และผลการประชุม FED ที่มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ (10-2) คงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ตามคาด ซึ่ง FED ไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม โดยย้ำว่า FED จะรอติดตามและประเมินข้อมูลที่ได้รับอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินเพิ่มเติม (สะท้อนท่าที Data Dependent ของ FED) อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ได้อ่อนค่าลงบ้าง หลังถ้อยแถลงของประธาน FED Jerome Powell ไม่ได้ปิดโอกาสที่ FED จะสามารถเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ ทั้งในส่วนของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ประธาน FED ย้ำว่า ยังมีสัญญาณของการชะลอตัวลงต่อเนื่องอยู่ ส่วนผลกระทบของนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ได้สะท้อนในภาพเศรษฐกิจไปพอสมควรแล้ว เป็นต้น กอปรกับ ผู้เล่นในตลาดยังมีความหวังว่า Rick Rieder อาจได้รับเลือกเป็นประธาน FED คนใหม่ และอาจดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นได้ ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED เพิ่มเติม โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า FED มีโอกาสราว 91% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ นอกจากนี้ เงินบาทยังได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ของราคาทองคำ (XAUUSD) ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ร้อนแรงขึ้น และมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ยังเชื่อมั่นว่า FED อาจลดดอกเบี้ยได้ราว 2 ครั้งในปีนี้ บรรดาผู้เล่นในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่ได้เดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากนัก เพื่อรอลุ้นผลการประชุม FED ซึ่งสุดท้าย FED คงดอกเบี้ยตามคาดและไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดต่างก็รอลุ้น ผลประกอบการของบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ ส่งผลให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.01% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้นราว +0.17%

  • thunhoon

    KTB ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 28/01/69

    #ทันหุ้น – นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 30.94 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น เล็กน้อย” จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.03 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง มากกว่าที่เราประเมินไว้ และสามารถแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อีกครั้ง (แกว่งตัวในกรอบ 30.89-31.13 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดยการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ที่เผชิญแรงขายจากความกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล Trump 2.0 รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะ Government Shutdown ได้อีกครั้งในช่วงสิ้นเดือนนี้ นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด (ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดประเมินเฟดมีโอกาสราว 96% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้) สอดคล้องกับกระแสข่าวที่คาดว่าประธานาธิบดี Donald Trump อาจเลือกให้ Rick Rieder, CIO Global Fixed Income ของ BlackRock เป็นประธาน FED คนถัดไป ขณะเดียวกัน ความกังวลของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการร่วมมือเข้าแทรก แซงเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ระหว่างทางการญี่ปุ่นกับทางการสหรัฐฯ ได้หนุนให้ เงินเยนญี่ปุ่นพลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 152.50 เยนต่อดอลลาร์ เพิ่มแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์พอสมควร และที่สำคัญ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ในช่วงคืนที่ผ่านมา ได้หนุนให้ ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์อีกครั้ง และยิ่งหนุนการแข็งค่าของเงินบาทเช่นกัน บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ ท่ามกลางความหวังว่า ผลประกอบการของบรรดาหุ้นเทคฯ อาจออกมาสดใส แม้ว่าบรรดาหุ้นกลุ่มประกันสุขภาพจะเผชิญแรงกดดันบ้าง หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ เสนอการจ่ายเงินในอัตราที่ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.41% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้นราว +0.91%

  • thunhoon

    KTB ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 27/01/69

    #ทันหุ้น – นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.05 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวน แต่โดยรวมอ่อนค่าลงในลักษณะ Sideways Up ทะลุโซนแนวต้านแถว 31.15 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.03-31.22 บาทต่อดอลลาร์) ตามจังหวะการปรับตัวลงของราคาทองคำ (XAUUSD) หลังบรรยากาศในตลาดการเงินเริ่มกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดทยอยคลายกังวลประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ลงบ้าง ทั้งนี้ เงินบาทยังพอได้แรงหนุนบ้าง หลังเงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง ก่อนที่จะรีบาวด์ขึ้นบ้าง ตามการพลิกกลับมาอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) หลังผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยขายทำกำไรสถานะ Long JPY (มองเงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น) จากการที่เงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น “เร็วและแรง” ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลการร่วมมือของทางการญี่ปุ่นและทางการสหรัฐฯ เพื่อเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ ท่ามกลางความหวังว่า ผลประกอบการของบรรดาหุ้นเทคฯ อาจออกมาสดใส ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดได้ทยอยคลายกังวลความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ลงบ้าง ส่งผลให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.50% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้นราว +0.43%

  • kaohoon

    KTB-IRPC ผนึกบริหาร FX เชื่อม ESG Platform ลดต้นทุน เสริมเสถียรภาพธุรกิจ 26/01/69

    ​นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB กล่าวว่า ธนาคารมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมการเงินสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจ โดยผสานความเชี่ยวชาญด้าน Solutions ทางการเงินเข้ากับแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เพิ่มศักยภาพการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ควบคู่กับการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยล่าสุดธนาคารได้ร่วมมือกับ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC บูรณาการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนผ่านโครงการ ESG Data-Integrated FX Total Solutions ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบในการนำข้อมูล ESG มาเชื่อมโยงกับธุรกรรมบริหารความเสี่ยง เช่น FX Forward และ Cross-Currency Swap โดยธนาคารให้คำปรึกษาเชิงลึกและออกแบบโครงสร้างธุรกรรมที่เหมาะสมกับรายได้-รายจ่ายของไออาร์พีซี พร้อมนำผลการดำเนินงานด้าน ESG มาเป็นเกณฑ์ในการรับสิทธิประโยชน์ทางการเงิน ช่วยลดต้นทุนธุรกรรมและสะท้อนการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใสและยั่งยืน “ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ ESG Platform ถูกนำมาต่อยอดสู่บริการทางการเงินด้านความยั่งยืนแบบครบวงจร ตอบโจทย์การบริหารความเสี่ยง ควบคู่การขับเคลื่อนธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ตามวิสัยทัศน์ กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน” นายรวินทร์ กล่าว

  • thunhoon

    KTB ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 26/01/69

    #ทันหุ้น – นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.02 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 31.19 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง และมีจังหวะแข็งค่าทะลุโซนแนวรับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 30.92-31.24 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดยการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลว่า ทางการสหรัฐฯ อาจร่วมมือกับทางการญี่ปุ่นในการเข้าแทรกแซงเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ส่งผลให้ เงินเยนญี่ปุ่นพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นทดสอบโซน 155 เยนต่อดอลลาร์ นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม ตามการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด หลังผู้เล่นในตลาดประเมินว่า Rick Rieder มีโอกาสได้รับการแต่งตั้งเป็นประธาน FED คนใหม่ และที่สำคัญ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ กอปรกับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ อย่าง ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ร้อนแรงขึ้น ก็หนุนให้ราคาทองคำ (XAUUSD) สามารถปรับตัวขึ้นทะลุโซน 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยิ่งหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงหนัก ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล Trump 2.0 และความกังวลต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนญี่ปุ่น (JPY)

  • thunhoon

    KTB ประเมินค่าเงินบาทวันนี้ 23/01/69

    #ทันหุ้น – นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก” จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.37 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ทะลุโซนแนวรับที่เราประเมินไว้ในวันก่อนหน้าแถว 31.15 บาทต่อดอลลาร์ และเข้าใกล้โซนแนวรับ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.01-31.41 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดยการทยอยอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการชะลอตัวลงบ้างของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ แม้ว่าโดยรวม รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะออกมาดีกว่าคาด ทั้ง อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 ที่ขยายตัว +4.4% จากไตรมาสก่อนหน้า เมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) และยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานต่อเนื่อง (Continuing Jobless Claims) ที่ระดับ 2 แสนราย และราว 1.85 ล้านราย ตามลำดับ จนทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลง โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า เฟดมีโอกาสราว 74% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ สะท้อนว่า เงินดอลลาร์เผชิญแรงกดดันจากการปรับสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาด หลังทยอยคลายกังวลสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป ในประเด็น Greenland สอดคล้องกับการปรับตัวแข็งค่าขึ้นของบรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินยูโร (EUR) และเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) ซึ่งเป็นภาพเดียวกันกับที่ตลาดหุ้นยุโรปสามารถปรับตัวขึ้นได้โดดเด่นกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ นอกจากนี้ การอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ยังได้หนุนให้ ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (New All-Time High) เหนือความคาดหมายของเรา และยิ่งหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมา บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) หนุนโดยประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป ที่ทยอยคลี่คลายลงและรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ ซึ่งออกมาดีกว่าคาด ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.55% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้นราว +0.91%

  • thunhoon

    KTB สรุปคำแนะนำการลงทุนและประมาณการกำไร 22/01/69

    KTB สรุปคำแนะนำการลงทุนและประมาณการกำไร #ทันหุ้น #KTB รวมข้อมูลบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ สรุปคำแนะนำการลงทุน ราคาเป้าหมาย และประมาณการผลการดำเนินงาน

  • kaohoon

    KTB เด้ง 5% รับงบ Q4 ทะลุหมื่นล้าน ต้นทุนลด-สินเชื่อรัฐหนุน โบรกเคาะเป้า 30 บ. 22/01/69

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ม.ค.69) ราคาหุ้นธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ณ เวลา 10:37 น. อยู่ที่ระดับ 29 บาท บวก 1.25 บาท หรือ 4.50% ราคาสูงสุด 29.00 บาท ราคาต่ำสุด 28.25 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,722.81 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า KTB รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2568 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 10,800 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงร้อยละ 26 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดและฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ที่ออกมาต่ำกว่าคาด โดยอยู่ที่ 15,500 ล้านบาท ต่ำกว่าที่ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 16,500 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขายที่กลับสู่ระดับปกติ ขณะที่กำไรจากเงินลงทุนอยู่ในระดับต่ำกว่าคาดที่ 348 ล้านบาท จากที่คาดไว้ 1,000 ล้านบาท เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับตัวเพิ่มขึ้น

  • thunhoon

    หุ้น KTB ดีดขึ้น โบรกฯ ชี้กำไร Q4/68 เป็นไปตามคาด แนะนำซื้อ 22/01/69

    #KTB #ทันหุ้น-หุ้นธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTB บวก 4.50% โบรกเกอร์ชี้กำไรไตรมาส 4/68 ที่ 1.08 หมื่นล้านบาทเป็นไปตามคาด แนะนำซื้อ ซึ่งเลือกเป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่มธนาคาร เนื่องจากมีคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี และมองว่ามีโอกาสซื้อหุ้นคืนในอนาคต ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น KTB อยู่ที่ 29.00 บาท บวก 1.25 บาท หรือ 4.50% โดยมีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 1,679.62 ล้านบาท บล.ดาโอ(ประเทศไทย)ระบุว่า KTB ได้ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 1.08 หมื่นล้านบาท ลดลง 2% YoY และลดลง 26% QoQ ซึ่งกำไรเป็นไปตามที่ตลาดและฝ่ายวิจัยคาด โดย OPEX น้อยกว่าคาดมาอยู่ที่ 1.55 หมื่นล้านบาท (ฝ่ายวิจัยดาโอคาด 1.65 หมื่นล้านบาท) (-11% YoY, -4% QoQ)จากค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขายกลับสู่ระดับปกติ ขณะที่มีกำไรจากเงินลงทุนน้อยกว่าคาดมาอยู่ที่ +348 ล้านบาท (ฝ่ายวิจัยดาโอคาด +1 พันล้านบาท) เพราะ Bond yield เพิ่มขึ้น