บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
7.35
+0.05 (+0.68%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6719 out_tok=2852 at=2026-07-25T19:31:49 -->
# JUBILE Q3/2564 กำไรวูบ 68.5% สวนทางห้างปิด-โควิดระบาดหนัก
## ยอดขายดิ่ง 49% หลังสาขาเดิมหด 27.4% แต่ช่องทางออนไลน์-สินค้าใหม่ช่วยประคอง
บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JUBILE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 30.4 ล้านบาท ลดลงถึง 68.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 49% จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ที่ส่งผลให้สาขาต้องปิดให้บริการชั่วคราวเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พยายามเร่งกระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์และเปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าใหม่เพื่อบรรเทาผลกระทบ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ JUBILE ในไตรมาส 3 ปี 2564 ลดลงถึง 68.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **ยอดขายที่หดตัวอย่างรุนแรงถึง 49.0%** โดยเฉพาะยอดขายจากสาขาเดิมที่ลดลงถึง 27.4% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัวได้ดีที่ 47.4% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีการปรับลดลงตามยอดขาย แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่หายไปได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไตรมาส 3 ปี 2564 ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลประกาศมาตรการล็อกดาวน์และจำกัดการเดินทาง รวมถึงการปิดห้างสรรพสินค้าในพื้นที่สีแดงเข้ม ทำให้สาขาของ JUBILE กว่า 60% ต้องหยุดการดำเนินงานชั่วคราวตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมถึงปลายสิงหาคม 2564 นอกจากนี้ บริษัทไม่สามารถจัดอีเว้นต์ใหญ่ประจำปีได้ตามปกติ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อยอดขายหน้าร้านอย่างมีนัยสำคัญ
แม้ว่ายอดขายผ่านช่องทางออนไลน์จะเติบโตขึ้นคิดเป็นสัดส่วน 2.2% ของยอดขายรวม และบริษัทได้เปิดตัวคอลเลคชั่นสินค้าใหม่ถึง 7 คอลเลคชั่นในช่วงไตรมาสนี้เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยยอดขายที่หายไปจากสาขาที่ปิดให้บริการ
ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้น บริษัทสามารถรักษาไว้ได้ที่ 47.4% ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน (47.3%) โดยมีสาเหตุมาจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นต่างๆ รวมถึงการบริหารจัดการ Product Mix ที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นที่ทรงตัวได้นี้ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงอย่างมากได้
ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 37.0% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 7.8% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับยอดขาย โดยส่วนใหญ่มาจากการลดลงของค่าเช่าพื้นที่ ค่าใช้จ่ายการตลาด ค่าธรรมเนียมธนาคาร และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน อันเป็นผลมาจากการปิดห้างฯ ชั่วคราว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลในเอกสารระบุว่าผลกระทบส่วนใหญ่เกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ที่ส่งผลให้สาขาต้องปิดชั่วคราว ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่คาดว่าหากสถานการณ์คลี่คลายและมาตรการผ่อนคลายลง ยอดขายจากสาขาเดิมมีโอกาสฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/64 ลดลง 68.5% YoY** อยู่ที่ 30.4 ล้านบาท จาก 96.4 ล้านบาทในปีก่อน
* **ยอดขาย Q3/64 หดตัว 49.0% YoY** อยู่ที่ 265.5 ล้านบาท จาก 520.6 ล้านบาท
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSS) ลดลง 27.4%** จากผลกระทบโควิด-19 และการปิดห้างฯ
* **อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว** อยู่ที่ 47.4% (เทียบกับ 47.3% ในปีก่อน) จากการบริหาร Product Mix และโปรโมชั่น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง** ตามยอดขายที่หดตัว
* **ยอดขายออนไลน์เติบโต** คิดเป็น 2.2% ของยอดขายรวม
* **เปิดตัวสินค้าใหม่ 7 คอลเลคชั่น** ในไตรมาส 3 เพื่อกระตุ้นยอดขาย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมียอดขายรวม 941.3 ล้านบาท ลดลง 17.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงไตรมาส 3 ทำให้สาขาต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวเป็นจำนวนมาก และไม่สามารถจัดอีเว้นต์ได้ตามปกติ แม้ว่ายอดขายออนไลน์จะเติบโตขึ้นเป็น 2.4% ของยอดขายรวม และมีการออกคอลเลคชั่นสินค้าใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นตลาด
อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 47.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 48.6% ในปีก่อน โดยมีสาเหตุจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นต่างๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนและ Product Mix ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้รักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับเป้าหมายที่ตั้งไว้
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 118.3 ล้านบาท ลดลง 33.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 178.8 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 12.6%
ค่าใช้จ่ายในการขายสำหรับ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 202.2 ล้านบาท ลดลง 8.5% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นผลจากการลดลงของค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับงานอีเว้นต์ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานขาย ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง
ค่าใช้จ่ายในการบริหารสำหรับ 9 เดือนแรกอยู่ที่ 97.0 ล้านบาท ลดลง 5.1% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน
ต้นทุนทางการเงินลดลง 20.8% จากปีก่อน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงประมาณการหนี้สินตามสัญญาเช่า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ:** หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง และมาตรการผ่อนคลาย จะส่งผลให้ห้างสรรพสินค้ากลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ และผู้บริโภคมีแนวโน้มกลับมาจับจ่ายใช้สอยสินค้ามากขึ้น
* **การเติบโตของช่องทางออนไลน์:** บริษัทมีการลงทุนและจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นช่องทางที่มีศักยภาพในการเติบโตและเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น
* **การออกคอลเลคชั่นสินค้าใหม่:** การเปิดตัวสินค้าใหม่ที่มีความหลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในช่วงเทศกาลต่างๆ ช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์
* **การบริหารจัดการต้นทุนและ Product Mix:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการ Product Mix ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในเกณฑ์ดี
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการควบคุม:** ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดและการประกาศมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสาขาและการเดินทางของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจเครื่องประดับเพชรมีการแข่งขันสูง ทั้งจากแบรนด์คู่แข่งและสินค้าทดแทน
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ผู้บริโภคอาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าไปสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายจากสาขา
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์:** การกลับมาเปิดดำเนินการของห้างสรรพสินค้าและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **ผลตอบรับของคอลเลคชั่นสินค้าใหม่:** ความสามารถในการกระตุ้นยอดขายและดึงดูดลูกค้า
* **การเติบโตของยอดขายออนไลน์:** สัดส่วนยอดขายออนไลน์เทียบกับยอดขายรวม และกลยุทธ์การตลาดออนไลน์
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ในเอกสารจะไม่ได้ระบุถึงต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง แต่เป็นปัจจัยสำคัญในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
* **แนวโน้มการจัดอีเว้นต์:** ความสามารถในการกลับมาจัดอีเว้นต์ใหญ่เพื่อกระตุ้นยอดขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ยอดขายสาขาเดิม (SSS):** ลดลง 27.4% ในไตรมาส 3 และ 8.4% ใน 9 เดือนแรก สะท้อนผลกระทบโดยตรงจากการปิดห้างฯ และข้อจำกัดในการเดินทาง
* **ช่องทางออนไลน์:** มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 2.2% ในไตรมาส 3 และ 2.4% ใน 9 เดือนแรก แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวและใช้ประโยชน์จากช่องทางนี้
* **การเปิดตัวสินค้าใหม่:** บริษัทมีการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่จำนวนมากถึง 7 คอลเลคชั่นในไตรมาส 3 เพื่อสร้างความเคลื่อนไหวและดึงดูดลูกค้าในช่วงเวลาที่ท้าทาย
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** สามารถรักษาไว้ได้ในระดับสูง (47.4% ใน Q3 และ 47.5% ใน 9 เดือนแรก) ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทในการบริหารจัดการ Product Mix และโปรโมชั่น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio):** อยู่ที่ 4.33 เท่า บ่งชี้ถึงสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่ง
* **ระยะเวลาในการเก็บสินค้าคงเหลือ (Inventory Turnover Day):** 351 วัน ซึ่งค่อนข้างสูง อาจสะท้อนถึงสินค้าคงค้างที่ต้องใช้เวลาในการระบาย
* **ระยะเวลาในการชำระหนี้ (Accountable Payable Day):** 159 วัน สอดคล้องกับเงื่อนไขการค้ากับเจ้าหนี้
* **ระยะเวลาในการเก็บหนี้ (Account Receivable Day):** 28 วัน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดี
## สรุปท้าย
JUBILE เผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 3 ปี 2564 จากผลกระทบของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ที่ทำให้ยอดขายสาขาเดิมดิ่งลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะพยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและควบคุมค่าใช้จ่าย รวมถึงเร่งการขายผ่านช่องทางออนไลน์และเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยยอดขายที่หายไปได้ทั้งหมด ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์คลี่คลายและมาตรการต่างๆ ผ่อนคลายลง คาดว่ายอดขายจากสาขาเดิมมีโอกาสฟื้นตัวได้ แต่การแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JUBILE ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
375.63
ล้านบาท
↓ 5% YoY
กำไรขั้นต้น
173.29
ล้านบาท
↓ 1.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
46.13
%
กำไรสุทธิ
43.13
ล้านบาท
↑ 15.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.48
%
D/E Ratio
0.29
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
376
↓ -5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
173
↓ -1.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
43
↑ + 15.8%
YoY
D/E Ratio
0.29
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JUBILE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.29
ROE (%)
6.08
ROA (%)
6.06
Book Value/หุ้น
10.16
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JUBILE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-96
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-47
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JUBILE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-96.32
+65.64%
|
-58.15
-40.18%
|
-97.21
-140.15%
|
242.14
-5.14%
|
255.25
-25.33%
|
341.83
+108.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-46.91
-46.95%
|
-88.42
+39.53%
|
-63.37
-82.17%
|
-355.34
+11.15%
|
-319.70
+37.60%
|
-232.34
+161.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
77.20
-12.86%
|
88.59
-19.34%
|
109.83
-10.62%
|
122.88
+13.66%
|
108.11
-157.98%
|
-186.45
+932,150.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-66.03
+13.88%
|
-57.98
+14.25%
|
-50.75
-624.28%
|
9.68
-77.83%
|
43.66
-156.73%
|
-76.96
-202.33%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
43.27
+3.02%
|
42.00
-15.68%
|
49.81
+34.77%
|
36.96
-11.05%
|
41.55
-64.94%
|
118.50
+199.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
46.54
+7.56%
|
43.27
+3.02%
|
42.00
-15.68%
|
49.81
+34.78%
|
0.00
|
0.00
|