บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
13.40
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4067 out_tok=2398 at=2026-07-25T17:07:53 -->
# IRC กำไรสุทธิ Q4/2565 หดตัว 42% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่งแรง
## รายได้รวมโต 4% แต่ต้นทุนพุ่งแซงหน้า กดดันกำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบปีก่อน
บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ IRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีบัญชี 2566 (1 ต.ค. - 31 ธ.ค. 2565) มีรายได้รวม 1,474.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.06% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 42.11% มาอยู่ที่ 15.71 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ IRC ในไตรมาส 4 ปีบัญชี 2566 ปรับตัวลดลง 42.11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงเติบโตได้ 4.06% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า วิกฤตการณ์พลังงานจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบที่มาจากฟอสซิล เช่น ยางสังเคราะห์ และเคมีภัณฑ์ต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้นตามอุปสงค์และอุปทานของตลาด รวมถึงราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตของบริษัทฯ การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการขายและบริการถึง 6.15% หรือ 78.85 ล้านบาทนั้น สูงกว่าการเติบโตของรายได้รวม ทำให้ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ถูกกดดัน
ในขณะเดียวกัน สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงได้รับผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลต่อการขาดแคลนวัตถุดิบต้นน้ำบางชนิดที่กระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ IRC เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยางให้ อย่างไรก็ตาม การเปิดประเทศและการคลี่คลายของโควิด-19 ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย โดยยอดผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบปีก่อน ซึ่งช่วยพยุงรายได้รวมของบริษัทฯ ไว้ได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** จากถ้อยแถลงของฝ่ายจัดการที่ระบุว่า "วิกฤตการณ์พลังงานซึ่งเป็นผลจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนซึ่งเป็นผลให้ต้นทุนอันเกี่ยวเนื่องจากวิกฤตการณ์พลังงานยังคงสูง" บ่งชี้ว่าปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงนี้ยังคงเป็นความท้าทายที่อาจส่งผลต่อเนื่องไปในอนาคตอันใกล้ อย่างไรก็ตาม สภาวะเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ยังมีความไม่แน่นอนสูง การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันและวัตถุดิบหลัก รวมถึงอุปสงค์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 42.11% YoY:** อยู่ที่ 15.71 ล้านบาท จาก 27.14 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 4.06% YoY:** อยู่ที่ 1,474.93 ล้านบาท
* **ต้นทุนการขายและบริการเพิ่มขึ้น 6.15% YoY:** เป็น 1,361.20 ล้านบาท โดยหลักจากต้นทุนวัตถุดิบหลักที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 6.33% YoY:** อยู่ที่ 96.70 ล้านบาท
* **ยอดผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในไทยเพิ่มขึ้น:** สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์บางส่วน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปีบัญชี 2566 IRC มีรายได้รวม 1,474.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการขายและบริการปรับตัวสูงขึ้นถึง 6.15% หรือ 78.85 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบหลักที่เพิ่มขึ้นตามสภาวะตลาดและวิกฤตการณ์พลังงาน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นถูกกดดัน แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะลดลง 6.33% ก็ตาม โดยรวมแล้ว กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสนี้อยู่ที่ 15.71 ล้านบาท ลดลง 42.11% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ยอดผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบปีก่อน เป็นสัญญาณบวกต่ออุตสาหกรรมที่ IRC เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้
* **การเปิดประเทศและการท่องเที่ยว:** การกลับมาของภาคการท่องเที่ยวช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในภาคยานยนต์ ซึ่งอาจส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อในระยะต่อไป
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวนสูง:** วิกฤตการณ์พลังงานและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนวัตถุดิบหลักที่มาจากฟอสซิล เช่น ยางสังเคราะห์ และเคมีภัณฑ์ต่างๆ
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ภาวะเงินเฟ้อและสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและอุปสงค์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ในระยะยาว
* **การขาดแคลนวัตถุดิบต้นน้ำ:** การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และวัสดุต้นน้ำอื่นๆ ยังคงเป็นความเสี่ยงต่ออุตสาหกรรมยานยนต์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** ทิศทางราคาของยางสังเคราะห์ น้ำมัน และเคมีภัณฑ์ต่างๆ ในไตรมาสถัดไป
* **อุปสงค์ในอุตสาหกรรมยานยนต์:** การเปลี่ยนแปลงของยอดผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** กลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการจัดการกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาทต่อต้นทุนและรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นมาก อาจบ่งชี้ว่าปริมาณการผลิตไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หรือบริษัทฯ ไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาขายได้ทั้งหมด
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book หรือ Backlog โดยตรง
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขายและบริการ โดยราคาวัตถุดิบหลักที่มาจากฟอสซิลปรับตัวสูงขึ้นตามอุปสงค์และอุปทานของตลาด รวมถึงราคาน้ำมัน
* **GPM:** Gross Profit Margin ถูกกดดันจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้ (ไม่ได้ระบุตัวเลข GPM โดยตรง แต่สามารถอนุมานได้จากตัวเลขรายได้และต้นทุน)
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในภาพรวม
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,183.53 ล้านบาท ลดลง 88.82 ล้านบาทจากสิ้นไตรมาสก่อนหน้า โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,333.49 ล้านบาท ลดลง 106.83 ล้านบาท โดยหลักจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 18.01 ล้านบาท เป็น 3,850.04 ล้านบาท จากกำไรสะสม ทำให้มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นอยู่ที่ 20.03 บาท และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) ที่ 0.35 เท่า
สำหรับกระแสเงินสด ในไตรมาส 4 ปีบัญชี 2566 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 28.96 ล้านบาท ลดลง 7.47 ล้านบาทเมื่อเทียบปีก่อน และมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการลงทุน 51.94 ล้านบาท ลดลง 6.48 ล้านบาท โดยหลักจากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ที่ลดลง ณ สิ้นไตรมาส เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 816.37 ล้านบาท ลดลง 92.11 ล้านบาทเมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน
## สรุปท้าย
IRC เผชิญความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4 ปีบัญชี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยหลักกดดันให้กำไรสุทธิลดลงถึง 42.11% แม้ว่ารายได้รวมจะยังคงเติบโตได้เล็กน้อยจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของวิกฤตการณ์พลังงานและสภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทิศทางราคาวัตถุดิบและอุปสงค์ในตลาดหลัก ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IRC ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
2,291.90
ล้านบาท
↓ 35.7% YoY
กำไรขั้นต้น
196.38
ล้านบาท
↓ 52.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.57
%
กำไรสุทธิ
69.99
ล้านบาท
↓ 68.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.05
%
D/E Ratio
0.28
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,292
↓ -35.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
196
↓ -52.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
70
↓ -68.3%
YoY
D/E Ratio
0.28
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.28
ROE (%)
4.44
ROA (%)
4.33
Book Value/หุ้น
22.12
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-40
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-92
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IRC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-39.82
-74.09%
|
-153.68
-198.27%
|
156.39
-584.63%
|
-32.27
-86.71%
|
-242.79
-141.83%
|
580.47
+230.83%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-92.23
-62.53%
|
-246.16
-498.64%
|
61.75
+16.97%
|
52.79
-64.67%
|
149.43
-293.14%
|
-77.37
-28.94%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
167.03
+107.52%
|
80.49
+43.45%
|
56.11
-67.03%
|
170.17
+55.04%
|
109.76
-155.66%
|
-197.21
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
34.99
-110.96%
|
-319.35
-216.45%
|
274.24
+43.81%
|
190.69
+90.65%
|
100.02
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
687.48
-40.02%
|
1,146.13
+27.74%
|
897.27
-10.57%
|
1,003.32
+10.85%
|
905.10
+51.05%
|
599.21
-27.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
822.63
+19.66%
|
687.48
-40.02%
|
1,146.13
+27.74%
|
897.27
-10.57%
|
1,003.32
+10.85%
|
905.10
+51.05%
|