IRC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
IRC
บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
13.40
+0.00 (+0.00%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2564

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4099 out_tok=2512 at=2026-07-27T10:09:53 --> # IRC กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 365% รับอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว ## รายได้รวมโต 77% หนุนกำไรสุทธิพุ่งแรง ปัจจัยหลักจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและบริหารต้นทุนใกล้ชิด บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ IRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2564 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 64) มีกำไรสุทธิ 57.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 365.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 1,311.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.43% การฟื้นตัวดังกล่าวเป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่เริ่มกลับมาคึกคัก ประกอบกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ IRC ในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 77.43%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการกลับมามีกำไรสุทธิ 57.70 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 21.72 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ปัจจัยนี้มีนัยสำคัญมากกว่ารายการพิเศษใดๆ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การฟื้นตัวของรายได้มาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเศรษฐกิจโลกมีการฟื้นตัวจากการฉีดวัคซีนและความผ่อนคลายของสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในไทย ส่งผลให้อุปสงค์และอุปทานทั้งในและต่างประเทศดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่มียอดผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 148.45% และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 158.18%** ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ IRC การเพิ่มขึ้นของยอดขายนี้ส่งผลให้ต้นทุนการขายและบริการเพิ่มขึ้น 68.74% แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้นั้นสูงกว่า ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ EBIT พลิกจากขาดทุน 27.73 ล้านบาท เป็นกำไร 70.56 ล้านบาท และกำไรสุทธิพลิกกลับมาเป็นบวก ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** ฝ่ายจัดการระบุว่าเศรษฐกิจโลกและไทยมีการฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่ออุปสงค์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบหลัก ราคาน้ำมัน และค่าขนส่งที่สูงขึ้นจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ เป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคตได้ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพลิกบวก 365.62% YoY** สู่ระดับ 57.70 ล้านบาท จากขาดทุน 21.72 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมเติบโต 77.43% YoY** แตะ 1,311.54 ล้านบาท * **EBIT พลิกเป็นบวก 70.56 ล้านบาท** จากขาดทุน 27.73 ล้านบาทในปีก่อน * **ต้นทุนการขายและบริการเพิ่มขึ้น 68.74%** ตามราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น * **ยอดผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** เป็นปัจจัยหนุนหลัก ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปีบัญชี 2564 บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,311.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย รวมถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศที่ทำให้ยอดผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้ต้นทุนการขายและบริการจะปรับตัวสูงขึ้น 68.74% ตามราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่สูงกว่าทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ถึง 57.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 365.62% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.30 บาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ยอดผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่กลับมา ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายให้กับ IRC * **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ:** การสนับสนุนจากภาครัฐช่วยหนุนการบริโภคและการลงทุนในประเทศ ซึ่งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง * **การบริหารต้นทุน:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนแรงงานอย่างใกล้ชิดและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายอย่างสมเหตุสมผล เป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถในการทำกำไร ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่เพิ่มขึ้นตามอุปสงค์และอุปทานของตลาด รวมถึงราคาน้ำมันที่สูงขึ้น เป็นความเสี่ยงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) * **ค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ส่งผลให้ค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนเพิ่มเติมสำหรับบริษัท * **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะมีการฟื้นตัว แต่การระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและอุปสงค์ในอนาคตได้ * **การเปลี่ยนแปลงวิธีการวัดมูลค่า:** การนำมาตรฐาน TFRS 9 มาใช้ส่งผลต่อมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุนและมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น ซึ่งอาจต้องติดตามผลกระทบในระยะยาว ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในไตรมาสถัดไป * ทิศทางราคาวัตถุดิบหลักและราคาน้ำมัน * สถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และผลกระทบต่อค่าขนส่ง * ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางแรงกดดันด้านราคา * ผลกระทบจากการนำมาตรฐาน TFRS 9 มาใช้ต่อมูลค่าสินทรัพย์และส่วนของผู้ถือหุ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ยอดผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่าโรงงานของ IRC น่าจะมีการเดินเครื่องจักรที่สูงขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดของ Order Book แต่การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และการเพิ่มขึ้นของรายได้ สะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่เพียงพอในไตรมาสนี้ * **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบหลักเพิ่มขึ้นตามอุปสงค์และอุปทานของตลาด รวมถึงราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน GPM * **GPM:** แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนการขายและบริการก็เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน (77.43% vs 68.74%) ซึ่งอาจบ่งชี้ว่า GPM อาจไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หรืออาจถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลดีต่อยอดขายในตลาดต่างประเทศ * **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,233.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 645.25 ล้านบาท เทียบกับ 30 ก.ย. 63 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุนจากการนำมาตรฐาน TFRS 9 มาใช้ รวมถึงลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,377.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 337.67 ล้านบาท โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,856.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 307.58 ล้านบาท จากกำไรสะสมและผลจากการปรับมูลค่าตาม TFRS 9 ทำให้ Book Value per Share อยู่ที่ 20.06 บาท และ D/E ratio อยู่ที่ 0.36 เท่า สำหรับ 9 เดือนสิ้นสุด 30 มิ.ย. 64 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 472.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.95 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 279.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 161.62 ล้านบาท จากการลงทุนในตราสารหนี้ และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 109.76 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 64 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 988.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 254.67 ล้านบาท เทียบกับ 30 มิ.ย. 63 ## สรุปท้าย IRC พลิกกลับมามีกำไรสุทธิอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 2 ปีบัญชี 2564 ด้วยแรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตกว่า 77% แม้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต รวมถึงความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IRC ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
2,291.90 ล้านบาท
↓ 35.7% YoY
กำไรขั้นต้น
196.38 ล้านบาท
↓ 52.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.57 %
กำไรสุทธิ
69.99 ล้านบาท
↓ 68.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.05 %
D/E Ratio
0.28
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,292
↓ -35.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
196
↓ -52.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
70
↓ -68.3% YoY
D/E Ratio
0.28

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IRC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,291.90
-35.73%
3,566.26
+29.85%
2,746.51
-7.17%
2,958.73
+13.35%
2,610.21
-41.13%
4,433.89
+232.46%
กำไรขั้นต้น
196.38
-52.36%
412.24
+75.76%
234.55
-1.40%
237.88
-34.45%
362.88
+5.46%
344.11
+165.72%
ค่าใช้จ่ายรวม
137.92
-25.23%
184.45
+3.08%
178.94
-0.38%
179.62
+4.51%
171.86
+2.68%
167.38
+83.83%
กำไรสุทธิ
69.99
-68.31%
220.88
+256.77%
61.91
+7.70%
57.48
-59.75%
142.82
-34.80%
219.06
+402.77%
กำไรต่อหุ้น
0.36
-68.32%
1.15
+256.83%
0.32
+7.69%
0.30
-59.76%
0.74
-34.82%
1.14
+403.19%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
+100.00%
-13.18
+38.87%
-21.56
0.00
ROE(%)
4.44
-42.26%
7.69
+86.65%
4.12
+44.56%
2.85
-68.82%
9.14
+18.86%
7.69
ROA(%)
4.33
-38.41%
7.03
+113.03%
3.30
+42.24%
2.32
-72.77%
8.52
+21.19%
7.03
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.28
+3.70%
0.27
-3.57%
0.28
-26.32%
0.38
+5.56%
0.36
+33.33%
0.27
P/E
12.31
+41.49%
8.70
-47.59%
16.60
-33.15%
24.83
+144.15%
10.17
-18.38%
12.46
-33.05%
P/BV
0.55
-15.38%
0.65
-4.41%
0.68
-4.23%
0.71
-20.22%
0.89
+15.58%
0.77
-11.49%
BV
21.52
-0.88%
21.71
+6.21%
20.44
+2.51%
19.94
-1.58%
20.26
+9.75%
18.46
+3.07%
YIELD(%)
4.18
-32.14%
6.16
+103.30%
3.03
+47.80%
2.05
-58.25%
4.91
+22.44%
4.01
+49.07%
ราคาหุ้น
11.80
-16.31%
14.10
+2.17%
13.80
-2.82%
14.20
-21.11%
18.00
+26.76%
14.20
-8.39%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
8.57
-25.87%
11.56
+35.36%
8.54
+6.22%
8.04
-42.16%
13.90
+79.12%
7.76
-20.08%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
6.02
+16.44%
5.17
-20.71%
6.52
+7.41%
6.07
-7.75%
6.58
+74.07%
3.78
-44.66%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
3.05
-50.73%
6.19
+175.11%
2.25
+15.98%
1.94
-64.53%
5.47
+10.73%
4.94
+190.98%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.28
ROE (%)
4.44
ROA (%)
4.33
Book Value/หุ้น
22.12

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IRC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
3,470.34
-1.38%
3,518.81
+9.18%
3,222.95
-0.36%
3,234.63
+11.29%
2,906.44
+16.19%
2,501.45
-4.76%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,841.06
+4.53%
1,761.30
-2.67%
1,809.55
-11.20%
2,037.72
-14.70%
2,388.94
+14.46%
2,087.12
-6.08%
รวมสินทรัพย์
5,311.40
+0.59%
5,280.10
+4.92%
5,032.50
-4.55%
5,272.35
-0.43%
5,295.37
+15.40%
4,588.57
-5.37%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
821.25
+2.62%
800.29
-0.51%
804.36
-30.25%
1,153.22
+9.81%
1,050.16
+47.40%
712.44
-29.22%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
354.64
+15.56%
306.89
+2.70%
298.81
+4.08%
287.10
-18.15%
350.75
+7.22%
327.13
+25.26%
รวมหนี้สิน
1,175.89
+6.21%
1,107.18
+0.36%
1,103.17
-23.41%
1,440.32
+2.81%
1,400.91
+34.76%
1,039.57
-18.00%
รวมส่วนของเจ้าของ
4,135.51
-0.90%
4,172.92
+6.20%
3,929.32
+2.54%
3,832.03
-1.60%
3,894.47
+9.73%
3,549.00
-0.90%
D/E
0.28
0.27
0.28
0.38
0.36
0.29
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
4.44
7.69
4.12
2.85
9.14
7.69
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
4.33
7.03
3.30
2.32
8.52
7.03
อัตราส่วนสภาพคล่อง
4.23
4.40
4.01
2.80
2.77
4.40
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
3.43
3.56
3.20
2.07
2.00
3.56
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
59.73
63.95
0.00
0.00
65.98
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
57.40
57.69
0.00
0.00
48.23
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
69.78
70.44
0.00
0.00
68.44
0.00
วงจรเงินสด
47.35
51.21
0.00
0.00
45.76
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-40
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-92
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IRC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-39.82
-74.09%
-153.68
-198.27%
156.39
-584.63%
-32.27
-86.71%
-242.79
-141.83%
580.47
+230.83%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-92.23
-62.53%
-246.16
-498.64%
61.75
+16.97%
52.79
-64.67%
149.43
-293.14%
-77.37
-28.94%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
167.03
+107.52%
80.49
+43.45%
56.11
-67.03%
170.17
+55.04%
109.76
-155.66%
-197.21
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
34.99
-110.96%
-319.35
-216.45%
274.24
+43.81%
190.69
+90.65%
100.02
0.00
-100.00%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
687.48
-40.02%
1,146.13
+27.74%
897.27
-10.57%
1,003.32
+10.85%
905.10
+51.05%
599.21
-27.19%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
822.63
+19.66%
687.48
-40.02%
1,146.13
+27.74%
897.27
-10.57%
1,003.32
+10.85%
905.10
+51.05%