บริษัท โรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ จำกัด (มหาชน)
MAI · การแพทย์
3.20
+0.02 (+0.63%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4265 out_tok=1912 at=2026-07-27T10:08:18 -->
# IMH พลิกกำไรแรง Q2/2564 รับอานิสงส์ซื้อกิจการโรงพยาบาล-ผู้ป่วยโควิดพุ่ง
## รายได้โตกว่า 5 เท่า หลังควบรวมกิจการ-บริการตรวจโควิดหนุน
บริษัท โรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ จำกัด (มหาชน) หรือ IMH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 17.05 ล้านบาทในปีก่อน มามีกำไรสุทธิ 91.78 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตกว่า 638% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลประชาพัฒน์ และปริมาณผู้เข้ารับบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ IMH ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการเข้าซื้อกิจการบริษัท สุขสวัสดิ์ การแพทย์ จำกัด (โรงพยาบาลประชาพัฒน์) และการเพิ่มขึ้นของผู้เข้ารับบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทพุ่งสูงขึ้นถึง 566.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน:
* **การเข้าซื้อกิจการ:** บริษัทได้ดำเนินการซื้อกิจการโรงพยาบาลประชาพัฒน์เสร็จสมบูรณ์ในเดือนเมษายน 2564 ทำให้กลุ่มบริษัทขยายธุรกิจเข้าสู่การเป็นโรงพยาบาลแบบครบวงจร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงานของโรงพยาบาลที่เข้ามารวม
* **สถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้มีผู้เข้ารับบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลประชาพัฒน์เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่เพิ่มเข้ามาในช่วงไตรมาสนี้
แม้ว่าค่าใช้จ่ายรวมจะเพิ่มขึ้น 104.81% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้นั้นมีสัดส่วนที่สูงกว่ามาก ทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ถึง 91.78 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 17.05 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** การเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลประชาพัฒน์ ถือเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่เพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานของบริษัทในระยะยาว อย่างไรก็ตาม รายได้ส่วนที่มาจากบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 นั้น **มีลักษณะครั้งคราว** และขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก ฝ่ายจัดการควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนและสร้างการเติบโตจากธุรกิจโรงพยาบาลหลักอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกโต 638.30%:** จากขาดทุน 17.05 ล้านบาท เป็นกำไร 91.78 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2564
* **รายได้รวมพุ่ง 566.63%:** อยู่ที่ 214.18 ล้านบาท เทียบกับ 33.70 ล้านบาทในปีก่อน
* **ปัจจัยขับเคลื่อนหลัก:** การเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลประชาพัฒน์ และปริมาณผู้เข้ารับบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19
* **ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 104.81%:** อยู่ที่ 100.20 ล้านบาท สอดคล้องกับการขยายตัวของธุรกิจ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีรายได้รวม 214.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 182.06 ล้านบาท หรือ 566.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีค่าใช้จ่ายรวม 100.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.28 ล้านบาท หรือ 104.81% ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 91.78 ล้านบาท พลิกจากผลขาดทุน 17.05 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีรายได้รวม 256.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 172.57 ล้านบาท หรือ 204.39% และมีค่าใช้จ่ายรวม 158.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.50 ล้านบาท หรือ 45.46% ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 76.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.89 ล้านบาท หรือ 408.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีผลขาดทุน 24.96 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจโรงพยาบาลครบวงจร:** การเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลประชาพัฒน์ เปิดโอกาสให้บริษัทสามารถให้บริการทางการแพทย์ที่หลากหลายและครบวงจรมากขึ้น
* **ศักยภาพการเติบโตจากฐานลูกค้าเดิมและใหม่:** การมีโรงพยาบาลหลายแห่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** รายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ ส่วนหนึ่งมาจากบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจเปลี่ยนแปลงได้
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลรัฐและเอกชน
* **การบริหารจัดการการควบรวมกิจการ:** ความท้าทายในการบูรณาการการดำเนินงานและวัฒนธรรมองค์กรหลังการเข้าซื้อกิจการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19:** จะลดลงหรือคงที่ในไตรมาสถัดไป
* **ผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลประชาพัฒน์:** จะสามารถสร้างรายได้และกำไรได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพื่อรักษาระดับอัตรากำไร
* **แผนการขยายธุรกิจเพิ่มเติม:** ของบริษัทในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้:** การเพิ่มขึ้นของรายได้หลักมาจาก **การเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลประชาพัฒน์** ซึ่งทำให้บริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ **ปริมาณผู้เข้ารับบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19** ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หนุนรายได้ในไตรมาสนี้
* **ต้นทุน:** ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ แต่ในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการบริหารจัดการต้นทุน
* **อัตรากำไร:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หรืออัตรากำไรสุทธิ (NPM) โดยตรง แต่การพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรจำนวนมาก บ่งชี้ถึงการปรับปรุงอัตรากำไรสุทธิที่ชัดเจน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
IMH โชว์ผลงานไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิอย่างโดดเด่น จากการเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลประชาพัฒน์ และอานิสงส์จากผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มรายได้จากบริการที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ IMH ไตรมาส 4/2024
รายได้รวม
177.56
ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
กำไรขั้นต้น
13.05
ล้านบาท
↑ 74.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.35
%
กำไรสุทธิ
-79.80
ล้านบาท
↑ 33.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-44.94
%
D/E Ratio
2.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
178
↓ -7.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
13
↑ + 74.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-80
↑ + 33.5%
YoY
D/E Ratio
2.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — IMH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.42
ROE (%)
-30.78
ROA (%)
-5.75
Book Value/หุ้น
2.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — IMH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+20
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — IMH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-65.24
-1.84%
|
-66.46
+723.54%
|
-8.07
-93.61%
|
-126.23
-367.21%
|
47.24
-728.19%
|
-7.52
-128.08%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
20.46
-43.01%
|
35.90
-95.82%
|
858.33
+9,653.75%
|
8.80
-97.40%
|
338.70
+173.17%
|
123.99
-172.44%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
79.75
-23.65%
|
104.46
-113.82%
|
-755.59
-457.39%
|
211.42
-263.89%
|
-129.00
+1,437.54%
|
-8.39
-103.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
34.95
-52.71%
|
73.91
-21.38%
|
94.01
+0.03%
|
93.98
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
18.94
-74.27%
|
73.60
-51.96%
|
153.22
-53.59%
|
330.12
+76.79%
|
186.73
+137.45%
|
78.64
+395.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28.64
+51.21%
|
18.94
-74.27%
|
73.60
-51.96%
|
153.22
-54.14%
|
334.12
+78.93%
|
186.73
+137.45%
|