บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
6.00
+0.00 (+0.00%)
1. สรุป OPPDAY
(Q&A)
สรุป Oppday HMPRO: วิเคราะห์ผลกระทบธุรกิจ ฝ่าวิกฤตอากาศแปรปรวน คว้าโอกาสเติบโตปี 2568
สวัสดีนักลงทุนทุกท่าน ยินดีต้อนรับเข้าสู่กิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน Opportunity Day ประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ของบริษัท Home Product Center จำกัด มหาชน
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
- รายได้รวมลดลง 3.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
- อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 25 basis points
- ยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) ของ HomePro ในช่วงครึ่งปีแรกลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
- ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 35 ล้านบาท เนื่องจากการรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2566 และการทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว
- ยอดขายตามงบการเงินรวมลดลง 3.2% ในช่วงครึ่งปีแรก และลดลง 5.8% ในไตรมาสที่ 2
- ยอดขายของ HomePro ในไตรมาสที่ 2 ลดลง 6.5% ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ผิดปกติในเดือนเมษายนและพฤษภาคม
- กำลังซื้อของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังคงอ่อนแอ
- ยอดขายในประเทศมาเลเซียลดลง 13.7% ในช่วงไตรมาสที่ 2
- รายได้จากกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับคู่ค้าร่วม (Co-Promotion) ลดลง 13%
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
- การขยายสาขาในรูปแบบ Hybrid Store ที่มีต้นทุนการลงทุนต่ำกว่าสาขา Standalone
- การพัฒนา Marketplace ออนไลน์เพื่อจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มีวางขายในหน้าร้าน
- การขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นผ่านแพลตฟอร์ม TikTok Shop
- การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าตลอดช่วงชีวิตของสินค้าผ่านโครงการ Trade-in
- การขยายการให้บริการ Home Service อย่างต่อเนื่อง และปรับปรุงแพลตฟอร์มให้ครอบคลุมและใช้งานง่ายขึ้น
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
- สภาพอากาศที่ผิดปกติส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้ากลุ่มเครื่องทำความเย็น
- สภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอส่งผลต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
- การแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น
- ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
- ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความขัดแย้งตามแนวชายแดน
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
- การควบคุมค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น ค่าใช้จ่ายด้านพนักงาน, ค่าไฟฟ้า, และค่าใช้จ่ายทางการตลาด
- การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่สาขาเพื่อลดค่าไฟฟ้า (ติดตั้งไปแล้ว 105 สาขา)
- การควบคุมค่าใช้จ่ายทางการตลาดให้เหมาะสม โดยเน้นดูสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขาย
- การจัดกิจกรรมและโปรโมชั่นต่างๆ ให้เหมาะสมกับตัวยอดขายที่ได้รับ
- การสร้างคลังสินค้าใหม่พร้อมติดตั้งระบบ AS/RS (Automated Storage and Retrieval System)
- การนำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์การสั่งซื้อสินค้าและกำหนดราคาที่เหมาะสม
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
- การเติบโตของธุรกิจ Omni-Channel โดยเน้นการขยายสาขาในรูปแบบ Hybrid Store
- การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ Supply Chain ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีและคลังสินค้าอัตโนมัติ
- การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า
- การเติบโตของธุรกิจ Private Brand โดยตั้งเป้าสัดส่วนยอดขาย 22% สำหรับ HomePro และ Mega Home
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [00:27:06]
- ผลกระทบจากสภาพอากาศต่อยอดขายและการปรับตัว
- สภาพอากาศที่แปรปรวน (ฝนตกตั้งแต่ช่วงต้นปี) ส่งผลกระทบต่อยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็น
- Mega Home ได้รับผลกระทบน้อยกว่า HomePro เนื่องจากมีสาขาน้อยกว่าและการกระจายตัวของสาขาในหลายภูมิภาคช่วยลดความเสี่ยง
- สถานการณ์สาขาชายแดนและการแก้ไขปัญหา
- สถานการณ์ชายแดน (เช่น อรัญประเทศ) ส่งผลกระทบต่อยอดขาย Mega Home ในพื้นที่
- HomePro ได้รับผลกระทบน้อยกว่าเนื่องจากสาขาส่วนใหญ่อยู่ในตัวเมือง
- ประมาณการอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin)
- ครึ่งปีแรก อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบของยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้า
- ประมาณการทั้งปี: คาดว่าจะใกล้เคียงเดิม (Flat) หรือเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
- ผลกระทบจากอากาศร้อนและการกลับมาของสินค้าทำความเย็น
- ยอดขายสินค้าทำความเย็นอาจกลับมาบ้าง แต่ไม่น่าจะชดเชยช่วงที่หายไปในไตรมาส 2 ได้ทั้งหมด
- ต้องติดตามผลจากการลดดอกเบี้ยของ กนง. และหนี้ครัวเรือน
- กลยุทธ์การจัดงานแฟร์และการตลาด
- ปีนี้อาจไม่มีงาน HomePro Expo ขนาดใหญ่ที่เมืองทองธานี
- เน้น HomePro Super Expo ที่กระจายไปทั่วประเทศ
- ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายด้านการตลาดที่คุ้มค่าและตรงเป้าหมาย
- ความคืบหน้าโครงการซื้อหุ้นคืน
- ยังดำเนินการต่อเนื่อง
- เป้าหมาย 800 ล้านหุ้น (6%)
- ปัจจุบันซื้อไปแล้วประมาณ 1.6%
- โครงการสิ้นสุด 30 กันยายน
- การซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่
- การซื้อหุ้นคืนทำผ่านตลาดหลักทรัพย์แบบ Auto Matching ไม่ได้เจาะจงผู้ถือหุ้นรายใหญ่
- การตัดสินใจของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ขึ้นอยู่กับมุมมองและกลยุทธ์ของแต่ละราย
- การเช่า Warehouse แทนการลงทุนเอง
- บริษัทมีพื้นที่เหลืออยู่แล้วใน Area คลังสินค้า
- การสร้างบนพื้นที่ของตนเองอาจดีกว่า
- ในอดีตเคยมีการเช่า Warehouse ในบางจังหวัด/ช่วงเวลา (เช่น น้ำท่วม) แต่ไม่ใช่กลยุทธ์หลัก
- ROI ของการลงทุนใน Warehouse ระบบ AS/RS
- เป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อรองรับการขยายสาขา
- ระบบ AS/RS ช่วยเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการจัดส่ง
- ROI อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ และช่วยรองรับการขายผ่าน E-Commerce ที่เติบโตขึ้น
- การพัฒนา HomePro Mall และช่องทางออนไลน์อื่น ๆ
- มีการเติบโตทั้งใน Platform ของตนเองและ Marketplace (Shopee, Lazada, TikTok)
- เพิ่มความหลากหลายของสินค้าที่ขายออนไลน์
- BU Online มีอัตราการทำกำไรที่ดี
- สัดส่วนยอดขายจากช่องทางออนไลน์คิดเป็น 8% ของ Total HomePro
โดยสรุป HMPRO เผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอก แต่ยังคงมุ่งเน้นการปรับตัว, ควบคุมค่าใช้จ่าย, และคว้าโอกาสใหม่ๆ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
ผู้เขียน: Admin
AiO
2. Financial & KPI
Analysis — Q2/2568