GFC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
GFC
บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.28
+0.02 (+0.88%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6608 out_tok=2743 at=2026-07-25T15:07:56 --> # GFC กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 5.67% สวนทางรายได้โต 13.96% ## ต้นทุนบริการพุ่ง-ค่าใช้จ่ายบริหารบานฉายภาพปี 65 บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 65.68 ล้านบาท ลดลง 5.67% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จากการให้บริการจะเติบโตถึง 13.96% สาเหตุหลักมาจากต้นทุนจากการให้บริการที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิที่ลดลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ GFC ในปี 2565 ลดลง แม้รายได้รวมจะเติบโต 13.82% มาอยู่ที่ 276.12 ล้านบาท (จาก 242.60 ล้านบาทในปี 2564) มาจาก **ต้นทุนจากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 18.84%** และ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 44.88%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 5.67% มาอยู่ที่ 65.68 ล้านบาท (จาก 69.63 ล้านบาทในปี 2564) ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **ต้นทุนจากการให้บริการ** ที่เพิ่มขึ้น 23.16 ล้านบาท มาจากค่าใช้จ่ายเงินเดือนและค่าใช้จ่ายพนักงานที่สูงขึ้น 9.77 ล้านบาท เนื่องจากมีการเพิ่มจำนวนพนักงานฝ่ายแพทย์ พยาบาล และห้องปฏิบัติการเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ รวมถึงค่ายา เวชภัณฑ์ และค่าธรรมเนียมวิชาชีพแพทย์ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้เข้ารับบริการ ส่วน **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ที่เพิ่มขึ้น 10.73 ล้านบาท มาจาก 3 สาเหตุหลัก คือ 1) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ต้องจัดเก็บเต็มจำนวนเป็นปีแรก 2) ค่าใช้จ่ายพนักงานและผู้บริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายทีม และ 3) ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในสินทรัพย์ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามต่อเนื่อง ต้นทุนจากการให้บริการที่เพิ่มขึ้นจากการจ้างพนักงานเพิ่มเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ อาจมีแนวโน้มต่อเนื่องหากธุรกิจยังเติบโต แต่การเพิ่มขึ้นของค่ายาและเวชภัณฑ์จะแปรผันตามจำนวนผู้เข้ารับบริการ ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากภาษีที่ดินฯ เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในปีนี้ แต่ค่าใช้จ่ายพนักงานและผู้บริหารที่เพิ่มขึ้นอาจมีแนวโน้มต่อเนื่องหากมีการขยายงานเพิ่ม ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมเติบโต 13.82%** มาอยู่ที่ 276.12 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น 13.96% เป็น 275.91 ล้านบาท * **กำไรสุทธิลดลง 5.67%** มาอยู่ที่ 65.68 ล้านบาท * **ต้นทุนจากการให้บริการเพิ่มขึ้น 18.84%** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงานและค่ายา เวชภัณฑ์ * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 44.88%** จากภาษีที่ดินฯ ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเสื่อมราคา * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 49.24% เป็น 47.06% * **อัตรากำไรสุทธิลดลง** จาก 28.76% เป็น 23.81% * **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 114.93%** เป็น 407.87 ล้านบาท จากการซื้อที่ดินและอาคารสาขาสุวรรณภูมิ-พระราม 9 มูลค่า 230 ล้านบาท * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 283.86%** เป็น 253.50 ล้านบาท จากการกู้ยืมสถาบันการเงิน 183.55 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินและอาคาร ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ GFC มีรายได้รวม 276.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.52 ล้านบาท หรือ 13.82% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีรายได้รวม 242.60 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยวิธี ICSI ที่ 194.56 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรมของตัวอ่อน (NGS) ที่ 47.28 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนจากการให้บริการปรับตัวสูงขึ้น 18.84% เป็น 146.06 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นถึง 44.88% เป็น 34.64 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 8.92% เป็น 129.85 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 5.67% เป็น 65.68 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 49.24% เป็น 47.06% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 28.76% เป็น 23.81% ## โอกาส * **การฟื้นตัวของสถานการณ์ COVID-19:** ทำให้ผู้มีบุตรยากเข้ามารับบริการรักษาเพิ่มขึ้น * **ชื่อเสียงและการประชาสัมพันธ์:** การเป็นที่นิยมจากการให้บริการและการประชาสัมพันธ์ผ่าน Influencer ช่วยเพิ่มการรับรู้และดึงดูดลูกค้า * **การขยายธุรกิจ:** การลงทุนซื้อที่ดินและอาคารสำหรับสาขาสุวรรณภูมิ-พระราม 9 แสดงถึงการเตรียมพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต * **บริการใหม่ๆ:** รายได้จากการให้บริการตรวจพันธุกรรมตัวอ่อน (NGS) และการแช่แข็งไข่/ฝากไข่ มีการเติบโตสูง ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่ายา และเวชภัณฑ์ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น:** ภาษีที่ดินฯ ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเสื่อมราคา เป็นปัจจัยกดดันกำไร * **การแข่งขันในธุรกิจ:** แม้จะมีชื่อเสียง แต่การแข่งขันในธุรกิจรักษาภาวะมีบุตรยากยังคงมีอยู่ * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** หากมีการใช้จ่ายหรือรับรายได้เป็นสกุลเงินต่างประเทศ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มต้นทุนจากการให้บริการ:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่ายา เวชภัณฑ์ ว่าจะสามารถบริหารจัดการให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับรายได้ได้หรือไม่ * **ผลกระทบจากการขยายสาขาสุวรรณภูมิ-พระราม 9:** ทั้งในแง่การลงทุน การดำเนินงาน และการสร้างรายได้ * **การเติบโตของบริการใหม่ๆ:** เช่น NGS และการแช่แข็งไข่/ฝากไข่ ว่าจะสามารถทดแทนการเติบโตของบริการหลักได้มากน้อยเพียงใด * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและผลกระทบจากภาษีที่ดินฯ * **การประชาสัมพันธ์และการตลาด:** การรักษาฐานลูกค้าเดิมและการหาลูกค้าใหม่ผ่านช่องทางต่างๆ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) **รายได้จากการให้บริการ:** เติบโต 13.96% เป็น 275.91 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่สถานการณ์ COVID-19 ดีขึ้น ทำให้ผู้มีบุตรยากเข้ามารับบริการมากขึ้น ประกอบกับการประชาสัมพันธ์ผ่าน Influencer ที่ประสบความสำเร็จ * **ICSI:** ยังคงเป็นรายได้หลัก เติบโต 9.35% เป็น 194.56 ล้านบาท * **NGS:** เติบโตโดดเด่น 19.82% เป็น 47.28 ล้านบาท * **ตรวจเบื้องต้น:** เติบโตสูง 35.10% เป็น 26.51 ล้านบาท * **แช่แข็งไข่/ฝากไข่:** เติบโตสูง 58.31% เป็น 6.42 ล้านบาท **ต้นทุนจากการให้บริการ:** เพิ่มขึ้น 18.84% เป็น 146.06 ล้านบาท สัดส่วนต่อรายได้เพิ่มขึ้นจาก 50.76% เป็น 52.94% สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายเงินเดือนพนักงานที่เพิ่มขึ้น 9.77 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และค่ายา เวชภัณฑ์ รวมถึงค่าธรรมเนียมแพทย์ที่เพิ่มขึ้น **กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 8.92% เป็น 129.85 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 49.24% เป็น 47.06% เนื่องจากต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ **ค่าใช้จ่ายในการบริการ:** เพิ่มขึ้น 45.81% เป็น 13.23 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายพนักงานฝ่ายขายและการตลาดที่เพิ่มขึ้น และค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่สูงขึ้นจากการจ้าง Influencer **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 44.88% เป็น 34.64 ล้านบาท จากภาษีที่ดินฯ ค่าใช้จ่ายพนักงานและผู้บริหารที่เพิ่มขึ้น และค่าเสื่อมราคา ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 114.93% เป็น 407.87 ล้านบาท จากปี 2564 ที่ 189.77 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการซื้อที่ดินและอาคารสำหรับสาขาสุวรรณภูมิ-พระราม 9 มูลค่า 230 ล้านบาท ทำให้ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 283.86% เป็น 253.50 ล้านบาท จากปี 2564 ที่ 66.04 ล้านบาท เนื่องจากการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน 183.55 ล้านบาท เพื่อใช้ในการซื้อที่ดินและอาคารดังกล่าว **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 24.76% เป็น 154.37 ล้านบาท จากปี 2564 ที่ 123.73 ล้านบาท ซึ่งมาจากการบันท กำไรเบ็ดเสร็จรวม 65.64 ล้านบาท หักด้วยเงินปันผลจ่าย 35 ล้านบาท **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** ลดลงจาก 1.65 เท่า เป็น 1.19 เท่า เนื่องจากหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืม **อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.11 เท่า เป็น 1.64 เท่า สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของหนี้สินจากการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ## สรุปท้าย GFC ในปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง แม้รายได้จากการให้บริการจะเติบโตได้ดีจากปัจจัยบวกด้านสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายและการประชาสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพื่อขยายสาขาใหม่แสดงถึงวิสัยทัศน์ระยะยาว แต่ก็ส่งผลให้ฐานะทางการเงินมีหนี้สินเพิ่มขึ้น ซึ่งนักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงความสามารถในการสร้างรายได้จากสาขาใหม่เพื่อชดเชยผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GFC ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
82.11 ล้านบาท
↓ 7.4% YoY
กำไรขั้นต้น
33.92 ล้านบาท
↓ 18.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
41.31 %
กำไรสุทธิ
3.50 ล้านบาท
↓ 67.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.27 %
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
82
↓ -7.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -18.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4
↓ -67.5% YoY
D/E Ratio
0.14

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
3.89
ROA (%)
4.98
Book Value/หุ้น
2.56

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GFC

รายการ 2569 2568 2567 2566
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
158.43
-13.09%
182.29
-46.23%
339.01
+225.82%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
512.91
-5.60%
543.31
+80.00%
301.84
-0.65%
รวมสินทรัพย์
671.34
-7.48%
725.60
+13.23%
640.85
+57.12%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
57.21
-39.29%
94.24
+70.05%
55.42
-36.38%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
24.46
-17.80%
29.76
+55.67%
19.11
-88.51%
รวมหนี้สิน
81.67
-34.13%
123.99
+66.36%
74.53
-70.60%
รวมส่วนของเจ้าของ
589.67
-1.98%
601.61
+6.23%
566.32
+266.85%
D/E
0.14
0.21
0.13
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
3.89
12.84
21.66
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
4.98
13.78
19.55
อัตราส่วนสภาพคล่อง
2.77
1.93
6.12
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
2.36
1.73
5.84
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
4.71
9.60
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
34.31
30.58
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
91.96
94.67
0.00
วงจรเงินสด
-52.93
-54.50
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-8
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+68
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GFC

รายการ 2569 2568 2567 2566
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-8.44
-90.98%
-93.56
+250.94%
-26.66
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
67.52
-20.63%
85.07
+6,201.48%
1.35
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
37.51
-39.85%
62.36
-146.05%
-135.42
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
96.62
+79.32%
53.88
-135.48%
-151.85
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
0.00
0.00
-100.00%
85.36
-12.43%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
130.75
-17.41%
158.31
-48.73%
308.76
+261.72%