บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.44
+0.06 (+1.37%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8138 out_tok=3164 at=2026-07-21T17:43:58 -->
# FM Q3/2567 กำไรพุ่ง 80% รับยอดขายเนื้อไก่-ชิ้นส่วนแปรรูปโตสวนต้นทุนวัตถุดิบดิ่ง
## รายได้รวมโต 26% อานิสงส์ปริมาณขายในประเทศและส่งออกยุโรปขยายตัว ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ลดหนุน GPM พุ่ง
บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2567 มีรายได้รวม 1,836.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 162.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 80.93% จาก 89.63 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ รวมถึงธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุกที่ขยายตัวได้ดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ FM ในไตรมาส 3/2567 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะในธุรกิจหลักทั้งสองส่วน คือ เนื้อไก่ชำแหละ และชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุก
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง:**
* **ธุรกิจเนื้อไก่ชำแหละ:** มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 19.46% เป็น 20.59 ล้านกิโลกรัม จาก 17.32 ล้านกิโลกรัมในปีก่อนหน้า โดยราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.33 บาทต่อกิโลกรัม การเติบโตนี้มาจากปริมาณขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุก (CP):** มีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นถึง 48.55% เป็น 6.15 ล้านกิโลกรัม จาก 4.14 ล้านกิโลกรัมในปีก่อนหน้า โดยยอดขายส่งออกไปยังประเทศแถบยุโรปมีการเติบโตที่โดดเด่น
2. **ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ลดลง หนุน GPM:**
* **ธุรกิจเนื้อไก่ชำแหละ:** แม้ราคาขายจะปรับขึ้นเล็กน้อย แต่ต้นทุนเฉลี่ยต่อกิโลกรัมกลับลดลงถึง 3.26 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้กำไรขั้นต้นต่อกิโลกรัมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.59 บาท และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูงขึ้นเป็น 11.22% จาก 3.98% ในปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากราคาวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดและกากถั่วเหลืองที่ยังคงปรับตัวลดลง ทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์ที่ใช้เลี้ยงไก่ลดลงตามไปด้วย
* **ธุรกิจชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุก (CP):** แม้ราคาขายเฉลี่ยจะปรับลดลง 9.07 บาทต่อกิโลกรัม แต่ต้นทุนขายเฉลี่ยต่อกิโลกรัมก็ปรับลดลงถึง 7.29 บาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นต่อกิโลกรัมลดลงเพียง 1.78 บาท และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 17.69% ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้าที่ 17.80% ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ GPM ในส่วนนี้มาจากความหลากหลายของสินค้าที่ขายและช่วงราคาขายที่แตกต่างจากปีก่อนหน้า รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาทไทยตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2567
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุน GPM อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าวัตถุดิบหลัก เช่น ข้าวโพดและกากถั่วเหลือง "ยังคงปรับตัวลดลง" ทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์ที่ใช้ในการเลี้ยงไก่ซึ่งเป็นต้นทุนหลักยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาขายของชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุกและการแข็งค่าของเงินบาทอาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาใกล้ชิดสำหรับธุรกิจส่วนนี้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 80.93%:** FM รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2567 ที่ 162.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 89.63 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 26.44%:** ยอดขายรวมอยู่ที่ 1,836.79 ล้านบาท เทียบกับ 1,452.66 ล้านบาทในปีก่อน
* **GPM ขยายตัวโดดเด่น:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 11.18% เป็น 16.42% โดยเฉพาะธุรกิจเนื้อไก่ชำแหละที่ GPM พุ่งจาก 3.98% เป็น 11.22%
* **ปริมาณขายเนื้อไก่เพิ่ม 19.46%:** ปริมาณขายในประเทศเติบโตได้ดี
* **ปริมาณขายชิ้นส่วนไก่แปรรูปโต 48.55%:** ได้แรงหนุนจากการส่งออกไปยังยุโรป
* **ต้นทุนอาหารสัตว์ลดลง:** เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตและหนุน GPM
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น:** จากการแข็งค่าของเงินบาทตั้งแต่ปลายสิงหาคม 2567
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งวด 3 เดือน สิ้นสุด 30 กันยายน 2567:**
กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,836.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.44% จาก 1,452.66 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิ 162.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80.93% จาก 89.63 ล้านบาทในปีก่อนหน้า อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 11.18% เป็น 16.42%
**งวด 9 เดือน สิ้นสุด 30 กันยายน 2567:**
รายได้รวมอยู่ที่ 5,461.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.43% จาก 4,353.49 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 532.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 127.41% จาก 234.31 ล้านบาทในปีก่อนหน้า อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 10.86% เป็น 15.28%
## โอกาส
* **การเติบโตของปริมาณขายในประเทศ:** ธุรกิจเนื้อไก่ชำแหละยังคงมีแนวโน้มการเติบโตของปริมาณขายในประเทศ
* **การขยายตัวของตลาดส่งออก:** ธุรกิจชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุกมีโอกาสเติบโตจากการส่งออกไปยังตลาดแถบยุโรปที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงต่อเนื่อง:** หากแนวโน้มราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ยังคงลดลง จะเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิตและ GPM อย่างต่อเนื่อง
* **การเพิ่มทุน:** การระดมทุนจากการออกหุ้น IPO ในเดือนกรกฎาคม 2567 จำนวน 1,080 ล้านบาท จะช่วยเสริมสภาพคล่องและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของเงินบาทไทยอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออกและกำไรจากการแปลงค่าเงิน
* **ราคาขายสินค้า:** การแข่งขันในตลาดอาจส่งผลต่อความสามารถในการตั้งราคาขาย โดยเฉพาะในธุรกิจชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุกที่ราคาขายเฉลี่ยปรับลดลง
* **ต้นทุนการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น:** ค่าขนส่งสินค้า โดยเฉพาะการส่งออกไปยังยุโรปที่คิดเป็น 85% ของต้นทุนจัดจำหน่าย มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น
* **ความเสี่ยงด้านฤดูกาลผลิต:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ธุรกิจเกษตรและอาหารมักมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยฤดูกาลและสภาพอากาศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์:** การเปลี่ยนแปลงของราคาข้าวโพดและกากถั่วเหลืองจะมีผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
* **ทิศทางค่าเงินบาท:** การแข็งค่าหรืออ่อนค่าของเงินบาทจะส่งผลต่อรายได้และกำไรจากการส่งออก
* **ปริมาณและราคาขายในตลาดส่งออก:** โดยเฉพาะตลาดแถบยุโรปสำหรับชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุก
* **การบริหารจัดการต้นทุนการจัดจำหน่าย:** โดยเฉพาะค่าขนส่งสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **ผลกระทบจากการเพิ่มทุน:** การนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้ในการดำเนินธุรกิจและการลงทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ชำแหละ:**
ผลประกอบการในไตรมาส 3/2567 เติบโตโดดเด่นจากปริมาณการขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก จาก 3.98% ในปีก่อนหน้า เป็น 11.22% ในไตรมาสนี้
**ธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุก (CP):**
ธุรกิจนี้มีการเติบโตของปริมาณการขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการส่งออกไปยังยุโรป แม้ราคาขายเฉลี่ยจะปรับลดลง แต่ต้นทุนขายเฉลี่ยก็ลดลงตาม ทำให้ GPM ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิมที่ประมาณ 17.80% อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ GPM มาจากความหลากหลายของสินค้าและช่วงราคาขายที่แตกต่างจากปีก่อนหน้า รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาท
**รายได้อื่น:**
เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ดอกเบี้ยรับจากเงินฝากประจำ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารสภาพคล่องหลังการเพิ่มทุน
**ต้นทุนในการจัดจำหน่าย:**
ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับยอดขาย โดยเฉพาะการส่งออกไปยังยุโรป ซึ่งเป็นสัดส่วนหลักของต้นทุนนี้
**ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:**
เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ เนื่องจากเงินบาทเริ่มแข็งค่าขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม 2567
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:**
สินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 102.95% เป็น 2,448.46 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น (ตั๋วเงินฝาก) และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ซึ่งเป็นผลมาจากการนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปฝากธนาคาร รวมถึงการรับเงินปันผลจากบริษัทย่อย สินค้าคงเหลือลดลงสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงเล็กน้อย
**หนี้สิน:**
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.58% เป็น 1,430.50 ล้านบาท โดยมีการเพิ่มขึ้นของเงินปันผลค้างจ่ายและเจ้าหนี้การค้า แต่มีการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวจากธนาคาร
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:**
เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 58.18% เป็น 3,256.20 ล้านบาท จากการออกหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 1,045.04 ล้านบาท (สุทธิ) และกำไรเบ็ดเสร็จรวม 532.72 ล้านบาท หักล้างด้วยการจ่ายเงินปันผล 393.23 ล้านบาท
**กระแสเงินสด:**
มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยให้สามารถชำระคืนเงินกู้ยืมได้มากขึ้น
## สรุปท้าย
FM ในไตรมาส 3/2567 โชว์ผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 80.93% เป็นผลมาจากยอดขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญทั้งในธุรกิจเนื้อไก่ชำแหละและชิ้นส่วนไก่แปรรูปปรุงสุก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก แม้จะมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการจัดจำหน่าย แต่แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงและการเติบโตของปริมาณขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการเพิ่มทุนที่ช่วยเสริมสภาพคล่องและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ FM ไตรมาส 3/2567
รายได้รวม
1,774.58
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
กำไรขั้นต้น
245.79
ล้านบาท
↓ 3.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.85
%
กำไรสุทธิ
124.01
ล้านบาท
↓ 31.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.99
%
D/E Ratio
0.32
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,775
↓ -6.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
246
↓ -3.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
124
↓ -31.4%
YoY
D/E Ratio
0.32
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — FM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.32
ROE (%)
18.95
ROA (%)
17.60
Book Value/หุ้น
3.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — FM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-755
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+316
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — FM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 |
|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-755.09
+51.63%
|
-497.97
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
316.23
+1,616.78%
|
18.42
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
275.69
-5.23%
|
290.89
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-164.22
-12.96%
|
-188.68
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
583.47
+1,632.39%
|
33.68
-87.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
410.85
-29.59%
|
583.47
+1,632.42%
|