บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
1.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6510 out_tok=2884 at=2026-07-25T13:04:02 -->
# CPT พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 47% รับรายได้รวมพุ่ง 71% สวนทางต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
## รายได้รวมโต 71% หนุนผลประกอบการดีขึ้น แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและหนี้สงสัยจะสูญ
บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPT รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 1,347.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.92% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ขาดทุนสุทธิลดลง 47.41% มาอยู่ที่ 45.29 ล้านบาท จาก 86.11 ล้านบาทในปี 2564 โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อ และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CPT ในปี 2565 พลิกจากขาดทุนสุทธิจำนวนมากมาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 70.92%** ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งมอบงานโครงการใหญ่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการให้บริการรับเหมาและติดตั้งที่เติบโตถึง 82.62% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่กดดันผลประกอบการคือ **การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 30.07 ล้านบาท** และ **ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น** จากภาวะเงินเฟ้อ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายส่วน โดยเฉพาะ **รายได้จากการให้บริการรับเหมาและติดตั้ง** ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 389.36 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทสามารถส่งมอบงานตามความคืบหน้าของโครงการใหญ่ได้หลายโครงการ นอกจากนี้ **รายได้จากการขาย** ก็เติบโตขึ้น 59.62% จากการมีลูกค้ารายใหม่และการส่งมอบงานมูลค่าสูงที่มากขึ้น ส่วน **รายได้จากการให้บริการ** ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ในด้านต้นทุน แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ แต่ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ในส่วนของต้นทุนขาย (สินค้า) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 5.65% เป็น 13.88% ซึ่งช่วยชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้บางส่วน ในขณะที่ต้นทุนการให้บริการรับเหมาและติดตั้งก็มีอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นจากติดลบ 11.42% มาอยู่ที่ 0.07%
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้ขาดทุนสุทธิยังคงมีอยู่ คือ **การตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 30.07 ล้านบาท** สำหรับลูกหนี้ที่ค้างชำระนาน ซึ่งเป็นรายการที่กระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง และ **ต้นทุนวัตถุดิบในตลาดในประเทศปรับราคาสูงขึ้น** เช่น เหล็ก ทองแดง สายไฟ อันเป็นผลมาจากอัตราเงินเฟ้อ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2565 แต่การเติบโตดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากโครงการใหญ่ที่ส่งมอบได้ ซึ่งอาจเป็นลักษณะของการส่งมอบงานที่สะสมมา ในขณะที่ปัจจัยกดดันอย่างต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากเงินเฟ้อ และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การจะเห็นผลประกอบการกลับมามีกำไรสุทธิได้นั้น จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน การควบคุมหนี้สงสัยจะสูญ และการได้มาซึ่งคำสั่งซื้อใหม่ๆ ที่มีอัตรากำไรที่ดี
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมพุ่ง 70.92%:** CPT ทำรายได้รวม 1,347.22 ล้านบาท ในปี 2565 จาก 788.24 ล้านบาทในปี 2564
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 47.41%:** ขาดทุนสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 45.29 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 86.11 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้จากการให้บริการรับเหมาฯ เติบโตโดดเด่น:** เพิ่มขึ้น 82.62% จากการส่งมอบงานโครงการใหญ่
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ส่วนขายดีขึ้น:** เพิ่มจาก 5.65% เป็น 13.88%
* **ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 30.07 ล้านบาท:** เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ
* **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น:** จากภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,347.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.92% เมื่อเทียบกับ 788.24 ล้านบาทในปี 2564 การเติบโตนี้มาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 59.62% และรายได้จากการให้บริการรับเหมาและติดตั้งที่เพิ่มขึ้นถึง 82.62% รวมถึงรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 22.54% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 75.51 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนขั้นต้น 30.23 ล้านบาทในปี 2564
เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 21.42% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 64.17% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 30.07 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้อยู่ที่ 50.26 ล้านบาท และเมื่อรวมรายการอื่นๆ แล้ว บริษัทมีขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 45.29 ล้านบาท ลดลง 47.41% จากขาดทุนสุทธิ 86.11 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* **การส่งมอบงานโครงการใหญ่:** การที่บริษัทสามารถส่งมอบงานโครงการใหญ่ได้มากขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างรายได้และแสดงถึงศักยภาพในการบริหารจัดการโครงการ
* **การมีลูกค้ารายใหม่:** การได้ลูกค้ารายใหม่เข้ามาช่วยเสริมรายได้จากการขายและสร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคต
* **การปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้น:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นในส่วนของการขายปรับตัวดีขึ้น แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้า หรือการปรับราคาขายที่เหมาะสม
## ความเสี่ยง
* **การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ:** การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญจำนวนมากสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านการเรียกเก็บหนี้จากลูกหนี้ที่ค้างชำระนาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไร
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ภาวะเงินเฟ้อส่งผลให้ราคาวัตถุดิบ เช่น เหล็ก ทองแดง สายไฟ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ:** ปัจจัยภายนอก เช่น อัตราเงินเฟ้อ และภาวะเศรษฐกิจ อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าและบริการของบริษัทในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการส่งมอบงานโครงการใหญ่:** จะมีโครงการใหม่เข้ามาทดแทนโครงการเดิมที่ส่งมอบไปแล้วหรือไม่ และมูลค่าโครงการเป็นอย่างไร
* **การบริหารจัดการลูกหนี้:** ความคืบหน้าในการเรียกเก็บหนี้ และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญในไตรมาสถัดไป
* **ทิศทางราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็ก ทองแดง และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **การปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้น:** ความสามารถในการรักษาหรือเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในทุกกลุ่มธุรกิจ
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการตั้งสำรอง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายและบริการรับเหมาและติดตั้งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่าบริษัทมีการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ
**Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคงค้างของคำสั่งซื้อ (Order Book) โดยตรง แต่การส่งมอบงานโครงการใหญ่ได้หลายงานในปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการมีคำสั่งซื้อที่มีมูลค่าสูง
**ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่าอัตราเงินเฟ้อส่งผลให้ราคาวัตถุดิบในตลาดในประเทศปรับราคาสูงขึ้น เช่น เหล็ก ทองแดง สายไฟ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของต้นทุนขาย
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในส่วนของต้นทุนขาย (สินค้า) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก จาก 5.65% ในปี 2564 เป็น 13.88% ในปี 2565 ส่วนต้นทุนการให้บริการรับเหมาและติดตั้งก็ดีขึ้นจากติดลบ 11.42% เป็น 0.07%
**ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกโดยตรง
**ค่าเงิน:** มีการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 0.74 ล้านบาทในปี 2565 เทียบกับกำไร 0.95 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งแสดงถึงผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน
**สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,301.38 ล้านบาท ลดลง 2.47% จาก 1,334.35 ล้านบาทในปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 11.66% เนื่องจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นลดลง ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 11.51% จากสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาไม่หมุนเวียน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 443.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.89% จาก 430.78 ล้านบาทในปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 3.34% จากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 5.03% มาอยู่ที่ 858.17 ล้านบาท จาก 903.57 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานในปี 2565
เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
CPT ในปี 2565 สามารถพลิกสถานการณ์จากขาดทุนสุทธิจำนวนมากมาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของรายได้รวมที่สูงถึง 70.92% จากการส่งมอบงานโครงการใหญ่ที่เพิ่มขึ้น และการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นในส่วนของการขาย อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อ และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญจำนวนมาก ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการกลับมามีกำไรสุทธิในอนาคต นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าในการบริหารจัดการลูกหนี้ ทิศทางราคาวัตถุดิบ และการได้มาซึ่งคำสั่งซื้อใหม่ๆ ที่มีอัตรากำไรที่ดี
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPT ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
342.61
ล้านบาท
↑ 37.2% YoY
กำไรขั้นต้น
69.01
ล้านบาท
↑ 41.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.14
%
กำไรสุทธิ
21.36
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.23
%
D/E Ratio
0.47
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
343
↑ + 37.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
69
↑ + 41.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
21
↑ + 9.5%
YoY
D/E Ratio
0.47
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.47
ROE (%)
7.61
ROA (%)
6.89
Book Value/หุ้น
1.18
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-54
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-134
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-54.12
-9.57%
|
-59.85
-155.66%
|
107.52
-63.89%
|
297.78
-1,179.70%
|
-27.58
+94.91%
|
-14.15
-25.17%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-133.63
-286.35%
|
71.71
-463.27%
|
-19.74
-280.44%
|
10.94
-74.11%
|
42.26
-38.04%
|
68.21
+15,762.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
22.83
-12.26%
|
26.02
+4,546.43%
|
0.56
-166.67%
|
-0.84
-103.17%
|
26.50
-500.91%
|
-6.61
-135.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-164.93
-535.40%
|
37.88
-57.12%
|
88.34
-71.31%
|
307.88
+647.64%
|
41.18
-13.21%
|
47.45
-47,550.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
225.02
+87.36%
|
120.10
-15.94%
|
142.88
-2.72%
|
146.88
-32.44%
|
217.42
+467.68%
|
38.30
-34.33%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
229.98
+2.20%
|
225.02
+87.36%
|
120.10
-15.94%
|
142.88
-2.72%
|
146.88
-32.44%
|
217.42
+467.68%
|