บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
1.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5955 out_tok=2782 at=2026-07-25T13:38:54 -->
# CPT กำไรสุทธิลดลงใน Q3/2565 รับผลตั้งสำรองหนี้และต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
## รายได้รวมโตกว่า 160% แต่ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น เหตุตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
บริษัท ซีพีที ไดร์ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 438.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 163.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 165.26 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 21.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 35.04 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2564 โดยปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ และต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ CPT ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น แม้รายได้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด** โดยมีปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ 1) การตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 6.70 ล้านบาท และ 2) ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับราคาสูงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจาก 2 ส่วนหลัก คือ รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 163.98% เนื่องจากมีลูกค้ารายใหม่และการส่งมอบงานมูลค่าสูง และรายได้จากการให้บริการรับเหมาและติดตั้งที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากมีการส่งมอบงานโครงการใหญ่ได้หลายงาน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยต้นทุนขาย (ส่วนใหญ่เป็นค่าสินค้า เช่น มอเตอร์ อินเวอร์เตอร์) มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 7.28% เป็น 10.12% แต่ต้นทุนการให้บริการรับเหมาและติดตั้งกลับมีอัตรากำไรขั้นต้นติดลบที่ -3.03% จากเดิม -27.83% ซึ่งดีขึ้นแต่ยังคงขาดทุนอยู่ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 36.12% จากการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและเพิ่มบุคลากรฝ่ายขาย และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 45.28% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญดังกล่าว ปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเป็นรายการที่อาจเกิดขึ้นได้หากลูกหนี้ยังคงค้างชำระนาน ส่วนผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากเงินเฟ้อนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบในประเทศปรับสูงขึ้น ซึ่งหากภาวะเงินเฟ้อยังคงอยู่และส่งผลต่อราคาวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง ก็อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในระยะต่อไปได้ แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นของต้นทุนขายและต้นทุนการให้บริการรับเหมาและติดตั้งดีขึ้น (แม้จะยังติดลบในส่วนรับเหมาฯ) บ่งชี้ว่าบริษัทอาจมีการปรับกลยุทธ์ด้านราคาหรือการบริหารต้นทุนเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโตโดดเด่น:** ไตรมาส 3/2565 รายได้รวมอยู่ที่ 438.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163.98% YoY จาก 165.26 ล้านบาท
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** บริษัทมีขาดทุนสุทธิ 21.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 35.04 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2564
* **ปัจจัยกดดันกำไร:** การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 6.70 ล้านบาท และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากเงินเฟ้อ
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นในบางส่วน:** ต้นทุนขายมี GPM เพิ่มจาก 7.28% เป็น 10.12% และต้นทุนรับเหมาฯ ดีขึ้นจาก -27.83% เป็น -3.03%
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 45.28% ส่วนใหญ่จากการตั้งสำรองหนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีรายได้รวม 438.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163.98% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 165.26 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 21.50 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 35.04 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (ตัวเลขในตารางงบกำไรขาดทุนรวมแสดงขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 13.54 ล้านบาท หรือ 38.64% ซึ่งขัดแย้งกับตัวเลขที่ระบุในหน้า 6 ที่ว่าขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 35.04 ล้านบาท เป็น 21.50 ล้านบาท ซึ่งควรจะเป็นขาดทุนลดลง)
*หมายเหตุ: มีความขัดแย้งของตัวเลขขาดทุนสุทธิระหว่างหน้า 3 (ขาดทุนสุทธิ 21.50 ล้านบาท เทียบกับ 35.04 ล้านบาท) และหน้า 6 (ขาดทุนสุทธิ 21.50 ล้านบาท เทียบกับ 35.04 ล้านบาท) ซึ่งหากพิจารณาจากตัวเลขในหน้า 3 ที่ระบุว่า "ขาดทุนสุทธิ 21.50 ล้านบาท และ 35.04 ล้านบาทตามลําดับ" จะหมายถึงขาดทุนสุทธิลดลงจาก 35.04 ล้านบาท เป็น 21.50 ล้านบาท แต่หากพิจารณาจากตารางงบกำไรขาดทุนรวมที่แสดงการเปลี่ยนแปลง "เพิ่มขึ้น (ลดลง)" เป็น 13.54 ล้านบาท และ % การเปลี่ยนแปลงเป็น (38.64%) จะหมายถึงขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุในหน้า 6 ว่า "มีผลขาดทุน เนื่องจากการตั้งสํารองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ... และจากปัจจัยภายนอกอัตราเงินเฟ้อ" ซึ่งบ่งชี้ถึงปัจจัยลบที่ทำให้ผลประกอบการแย่ลง จึงขอสรุปตามที่ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นปัจจัยกดดันให้ผลประกอบการแย่ลง*
## โอกาส
* **การได้ลูกค้ารายใหม่และการส่งมอบงานมูลค่าสูง:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้จากการขายให้เติบโต
* **การส่งมอบงานโครงการใหญ่:** หนุนรายได้จากการให้บริการรับเหมาและติดตั้ง
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นในบางส่วน:** การปรับปรุง GPM ในส่วนต้นทุนขายและต้นทุนรับเหมาฯ บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการที่ดีขึ้น
* **การเพิ่มบุคลากรฝ่ายขาย:** เป็นการลงทุนเพื่อรองรับงานขายที่เข้ามามากขึ้นในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ:** บ่งชี้ถึงความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการลูกหนี้และการเรียกเก็บเงิน
* **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นจากเงินเฟ้อ:** เป็นความเสี่ยงต่ออัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องใช้วัตถุดิบหลัก เช่น เหล็ก ทองแดง สายไฟ
* **อัตรากำไรขั้นต้นติดลบในส่วนรับเหมาและติดตั้ง:** แม้จะดีขึ้น แต่ยังคงเป็นส่วนที่สร้างผลขาดทุน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ:** จะมีเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ และการบริหารจัดการลูกหนี้เป็นอย่างไร
* **ทิศทางราคาวัตถุดิบ:** จะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากเงินเฟ้อหรือไม่ และบริษัทมีมาตรการรองรับอย่างไร
* **การปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นในส่วนรับเหมาและติดตั้ง:** จะสามารถพลิกกลับมาเป็นบวกได้อย่างยั่งยืนหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** โดยเฉพาะต้นทุนสินค้าที่ต้องนำเข้า
* **การเติบโตของรายได้จากลูกค้าใหม่และโครงการใหญ่:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิตโดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายและรายได้จากการให้บริการรับเหมาฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่ามีการใช้ทรัพยากรในการดำเนินงานมากขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การส่งมอบงานมูลค่าสูงและงานโครงการใหญ่ได้หลายงาน สะท้อนถึงการมีงานในมือที่เพียงพอต่อการรับรู้รายได้ในไตรมาสนี้
* **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่าอัตราเงินเฟ้อส่งผลให้ราคาวัตถุดิบในประเทศปรับสูงขึ้น เช่น เหล็ก ทองแดง สายไฟ ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของสินค้าอุตสาหกรรม
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นของต้นทุนขายเพิ่มขึ้นจาก 7.28% เป็น 10.12% ส่วนต้นทุนการให้บริการรับเหมาและติดตั้งดีขึ้นจาก -27.83% เป็น -3.03%
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง
* **ค่าเงิน:** มีการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 0.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 0.54 ล้านบาท ในปีก่อน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,373.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.95% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.30% และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6.98% จากสินทรัพย์ทางการเงินและสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 486.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.99% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 13.44% ส่วนใหญ่จากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นที่เพิ่มขึ้น 97.06 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 1.84% มาอยู่ที่ 886.99 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานสำหรับงวด 9 เดือนปี 2565
## สรุปท้าย
CPT ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แม้จะสามารถสร้างการเติบโตของรายได้ได้อย่างน่าประทับใจจากการได้ลูกค้ารายใหม่และการส่งมอบงานโครงการใหญ่ แต่ปัจจัยกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นในบางส่วนและการบริหารจัดการต้นทุนที่เริ่มเห็นผลเป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถพลิกฟื้นสถานการณ์และสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนได้ในอนาคตหรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อและคุณภาพลูกหนี้ที่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPT ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
342.61
ล้านบาท
↑ 37.2% YoY
กำไรขั้นต้น
69.01
ล้านบาท
↑ 41.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.14
%
กำไรสุทธิ
21.36
ล้านบาท
↑ 9.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
6.23
%
D/E Ratio
0.47
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
343
↑ + 37.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
69
↑ + 41.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
21
↑ + 9.5%
YoY
D/E Ratio
0.47
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.47
ROE (%)
7.61
ROA (%)
6.89
Book Value/หุ้น
1.18
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-54
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-134
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-54.12
-9.57%
|
-59.85
-155.66%
|
107.52
-63.89%
|
297.78
-1,179.70%
|
-27.58
+94.91%
|
-14.15
-25.17%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-133.63
-286.35%
|
71.71
-463.27%
|
-19.74
-280.44%
|
10.94
-74.11%
|
42.26
-38.04%
|
68.21
+15,762.79%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
22.83
-12.26%
|
26.02
+4,546.43%
|
0.56
-166.67%
|
-0.84
-103.17%
|
26.50
-500.91%
|
-6.61
-135.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-164.93
-535.40%
|
37.88
-57.12%
|
88.34
-71.31%
|
307.88
+647.64%
|
41.18
-13.21%
|
47.45
-47,550.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
225.02
+87.36%
|
120.10
-15.94%
|
142.88
-2.72%
|
146.88
-32.44%
|
217.42
+467.68%
|
38.30
-34.33%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
229.98
+2.20%
|
225.02
+87.36%
|
120.10
-15.94%
|
142.88
-2.72%
|
146.88
-32.44%
|
217.42
+467.68%
|