บริษัท สาลี่ คัลเล่อร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.99
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6719 out_tok=3315 at=2026-07-25T12:00:30 -->
# COLOR กำไร Q3/66 หดเล็กน้อย 5.18% รับแรงกดดันส่งออกชะลอ แต่ GPM พุ่ง
## รายได้-กำไร Q3/66 ปรับตัวตามภาพรวมเศรษฐกิจ ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนและรุกพลังงานทดแทนเป็นปัจจัยหนุน
บริษัท สาลี่ คัลเล่อร์ จำกัด (มหาชน) หรือ COLOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 16.66 ล้านบาท ลดลง 5.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย 0.96% แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจพลังงานทดแทนที่เติบโตโดดเด่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการ COLOR ในไตรมาส 3/2566 คือ **การหดตัวของรายได้จากธุรกิจมาสเตอร์แบทช์ที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ชะลอตัว** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 5.18% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่ม Resin ที่ลดลง และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจพลังงานทดแทน** ได้ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าว และส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 19.77% ในปีก่อน เป็น 21.89% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจมาสเตอร์แบทช์** มียอดขายลดลง 21.44% เนื่องจากความต้องการซื้อสินค้าที่ชะลอตัว โดยเฉพาะสินค้ารับจ้างผลิตที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศที่ลดลง ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
ในทางกลับกัน **ธุรกิจพลังงานทดแทน** มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 3,198% เนื่องจากนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมพลังงานสะอาด และความต้องการประหยัดค่าพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ คำสั่งซื้อที่เซ็นสัญญาไว้เกือบ 90% ของโครงการทั้งหมดได้ดำเนินการในช่วงนี้ ส่งผลให้ธุรกิจพลังงานทดแทนมีอัตรากำไรขั้นต้นกลับมาเป็นบวกที่ 12.96% จากที่เคยขาดทุนในปีก่อน
การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่ม Resin ที่ลดลงในช่วงไตรมาสนี้ ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าในธุรกิจมาสเตอร์แบทช์ลดลง และช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจดังกล่าวจาก 21.84% เป็น 25.03%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก**
* **ธุรกิจมาสเตอร์แบทช์:** การชะลอตัวของการส่งออกอาจยังคงเป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้น แต่หากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าส่งออกจะกลับมา ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจนี้
* **ธุรกิจพลังงานทดแทน:** คาดว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนพลังงานสะอาด และความต้องการประหยัดพลังงานที่เพิ่มขึ้น
* **การบริหารต้นทุน:** บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สามารถส่งผลต่อเนื่องได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 อยู่ที่ 16.66 ล้านบาท ลดลง 5.18% YoY** จาก 17.57 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/66 อยู่ที่ 290.33 ล้านบาท ลดลง 0.96% YoY** จาก 322.43 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/66 เพิ่มขึ้นเป็น 21.89%** จาก 19.77% ในปีก่อน
* **ธุรกิจมาสเตอร์แบทช์ยอดขายลดลง 21.44% YoY** จากการชะลอตัวของการส่งออก
* **ธุรกิจพลังงานทดแทนยอดขายเติบโต 3,198% YoY** จากนโยบายภาครัฐและต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลดลง 9.40% YoY** จากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 COLOR มีรายได้รวม 290.33 ล้านบาท ลดลง 0.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของยอดขายในกลุ่มธุรกิจมาสเตอร์แบทช์ 21.44% ซึ่งได้รับผลกระทบจากความต้องการซื้อสินค้าที่ชะลอตัว โดยเฉพาะสินค้ารับจ้างผลิตที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจพลังงานทดแทนมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 3,198% จากปีก่อน เนื่องจากความต้องการประหยัดค่าพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
แม้รายได้รวมจะลดลง แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 63.56 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 19.77% เป็น 21.89% ปัจจัยหนุนมาจากธุรกิจมาสเตอร์แบทช์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 25.03% จากการที่ราคาวัตถุดิบในกลุ่ม Resin ปรับตัวลดลง และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในกระบวนการผลิต รวมถึงธุรกิจพลังงานทดแทนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นกลับมาเป็นบวกที่ 12.96% จากการดำเนินการตามคำสั่งซื้อที่เซ็นสัญญาไว้
กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 23.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.67% YoY โดยปริมาณขายสินค้าที่ลดลงถูกชดเชยจากกลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทนและการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 9.40%
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 16.66 ล้านบาท ลดลง 5.18% YoY จาก 17.57 ล้านบาท แม้ GPM จะเพิ่มขึ้น แต่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางภาษี โดยบริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธิที่ 5.74% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 5.45% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจพลังงานทดแทน:** นโยบายภาครัฐที่สนับสนุนพลังงานสะอาด และความต้องการประหยัดพลังงานที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไรในระยะยาว
* **นวัตกรรมและ ESG:** การมุ่งเน้นนวัตกรรมและการส่งเสริมแนวคิด ESG รวมถึงการพัฒนาธุรกิจใหม่ เช่น THE BUBBLES (พลังงานทางเลือก) และ SUBTERRA (ท่อระบายนํ้าใต้ดิน) เป็นการสร้างโอกาสในการเติบโตและกระจายความเสี่ยง
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** หากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าส่งออก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายในธุรกิจมาสเตอร์แบทช์
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคภายในประเทศ และความต้องการสินค้าส่งออกของบริษัทฯ
* **ความล่าช้าของการประกาศ พ.ร.บ. งบประมาณประจำปี 2567:** อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาครัฐ ซึ่งอาจกระทบต่ออุปสงค์บางส่วน
* **สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ:** หากยืดเยื้อและขยายวงกว้าง อาจส่งผลกระทบผ่านราคาน้ำมันโลก ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมเม็ดพลาสติกผสมสีและสารเติมแต่ง อาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มความต้องการซื้อสินค้าในธุรกิจมาสเตอร์แบทช์ โดยเฉพาะจากตลาดส่งออก
* ความคืบหน้าและผลประกอบการของธุรกิจพลังงานทดแทน
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่ม Resin และผลกระทบจากราคาพลังงาน
* การประกาศและผลการดำเนินงานตามนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและสิ่งแวดล้อม
* ความคืบหน้าในการพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่ระบุว่าปริมาณขายสินค้าลดลงในธุรกิจมาสเตอร์แบทช์ ซึ่งบ่งชี้ถึง Utilization ที่อาจลดลงในส่วนนี้
* **Order Book:** มีการกล่าวถึงคำสั่งซื้อที่เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วในธุรกิจพลังงานทดแทนเกือบ 90% ของโครงการทั้งหมด ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้และกำไรในไตรมาสนี้
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบในกลุ่ม Resin มีการปรับตัวลดลงในช่วงไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนสินค้าในธุรกิจมาสเตอร์แบทช์
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 19.77% เป็น 21.89% โดยธุรกิจมาสเตอร์แบทช์เพิ่มขึ้นจาก 21.84% เป็น 25.03% และธุรกิจพลังงานทดแทนกลับมาเป็นบวกที่ 12.96%
* **ส่งออก:** ยอดขายในธุรกิจมาสเตอร์แบทช์ลดลงจากการส่งออกสินค้าที่ชะลอตัว
* **ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** มีการควบคุมการจัดการสินค้าคงคลังอย่างเข้มงวด และเพิ่มประสิทธิภาพเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 1,426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.85% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือสุทธิลดลงตามยอดขายจากการรับจ้างผลิตที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 615.8 ล้านบาท (คำนวณจาก 1,426 - 811) เพิ่มขึ้น 5.57% จาก 583 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายการเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน, หนี้สินตามสัญญาเช่า รวมถึงเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น โดยบางส่วนถูกชดเชยด้วยการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินและหนี้สินหมุนเวียนอื่น
ส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมดอยู่ที่ 811 ล้านบาท ลดลง 2.41% จาก 831 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลในช่วงไตรมาส 2
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานในช่วงเก้าเดือนของปี 2566 เป็นบวกที่ 114 ล้านบาท โดยกระแสเงินสดอิสระปรับตัวดีขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากการควบคุมการจัดการสินค้าคงคลังอย่างเข้มงวด
กระแสเงินสดใช้ในกิจกรรมการลงทุนเท่ากับ 58 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากการลงทุนในอาคารและอุปกรณ์ลดลง
กระแสเงินสดใช้ไปสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 46 ล้านบาท ในเก้าเดือนของปี 2566 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากเงินสดรับสุทธิจากเงินกู้ยืมระยะสั้น และมีเงินสดจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสุทธิ 10 ล้านบาทในช่วงเก้าเดือนของปี 2566
อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 0.76 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 0.79 เท่าในปีก่อน และอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 1.17 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 1.26 เท่าในปีก่อน บริษัทมีสภาพคล่องและความมั่นคงทางการเงินอยู่ในเกณฑ์ดี
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ลดลงจาก 4.22% เป็น 2.22% และอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ลดลงจาก 7.58% เป็น 3.89% เนื่องจากกำไรสุทธิลดลง
## สรุปท้าย
COLOR ในไตรมาส 3/2566 เผชิญกับแรงกดดันจากภาคการส่งออกที่ชะลอตัว ส่งผลให้รายได้รวมและกำไรสุทธิปรับตัวลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่น โดยมีธุรกิจพลังงานทดแทนเป็นดาวเด่นที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดและกลับมาทำกำไรได้ แม้ความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายนอกยังคงมีอยู่ แต่การมุ่งเน้นนวัตกรรม การบริหารต้นทุน และการพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ COLOR ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
252.37
ล้านบาท
↓ 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น
45.38
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.98
%
กำไรสุทธิ
1.73
ล้านบาท
↓ 92.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.68
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
252
↓ -11.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↓ -8.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -92.5%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — COLOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
2.82
ROA (%)
2.25
Book Value/หุ้น
1.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — COLOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-101
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+19
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — COLOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-100.88
+151.82%
|
-40.06
-56.52%
|
-92.13
-706.92%
|
15.18
-119.61%
|
-77.42
-289.80%
|
40.79
-22.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
18.66
-51.68%
|
38.62
-1,638.65%
|
-2.51
-93.68%
|
-39.69
-145.97%
|
86.33
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-25.36
-127.36%
|
92.69
-21.18%
|
117.59
-300.09%
|
-58.77
-263.34%
|
35.98
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-107.58
-217.91%
|
91.24
+297.91%
|
22.93
+64.14%
|
13.97
-44.74%
|
25.28
+1,972.13%
|
1.22
-162.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
19.08
-65.30%
|
54.98
+198.32%
|
18.43
+50.82%
|
12.22
-30.96%
|
17.70
+81.35%
|
9.76
+35.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|