บริษัท สาลี่ คัลเล่อร์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.99
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3284 out_tok=2280 at=2026-07-25T13:45:48 -->
# COLOR กำไรสุทธิ Q2/2565 หดตัว 9.5% รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้รวมลดลง 3.7% ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากกลุ่ม Automotive ชะลอตัว ขณะที่ต้นทุนพุ่งกระทบ GPM
บริษัท สาลี่ คัลเล่อร์ จำกัด (มหาชน) หรือ COLOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 14.28 ล้านบาท ลดลง 1.50 ล้านบาท หรือ 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15.78 ล้านบาท โดยรายได้รวมอยู่ที่ 286 ล้านบาท ลดลง 3.7% จากปีก่อนหน้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ COLOR ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลง มาจากแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนตามราคาน้ำมัน ประกอบกับการปรับราคาขายที่ทำได้ยากในสภาวะปัจจุบัน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น และภาระดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักของผลประกอบการที่ลดลงในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การลดลงของกำไรสุทธิ 9.5%** โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **รายได้รวมที่ลดลง 3.7%** และ **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 7%** และ **ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น 50%**
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **รายได้ลดลง:** เกิดจากสินค้าในกลุ่ม Black Masterbatch และ Filler ที่ใช้ในธุรกิจ Automotive มีการลดกำลังการผลิตลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น:** ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้การปรับราคาขายทำได้ยากในสถานการณ์ปัจจุบัน
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน เป็นผลจากการปรับอัตราค่าขนส่งสินค้า ค่าใช้จ่ายในการส่งออก และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการพนักงาน
* **ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน เป็นผลจากเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง และเงินกู้ระยะยาวเพื่อลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ สำหรับธุรกิจพลังงานทดแทน
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** โดยเฉพาะประเด็นความผันผวนของราคาน้ำมันและวัตถุดิบ รวมถึงความสามารถในการปรับราคาขาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการปรับค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายส่งออก อาจมีแนวโน้มต่อเนื่องหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นเดิม ขณะที่ภาระดอกเบี้ยจ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจพลังงานทดแทน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 9.5%:** อยู่ที่ 14.28 ล้านบาท จาก 15.78 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 3.7%:** อยู่ที่ 286 ล้านบาท จาก 297 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน ทำให้การปรับราคาขายทำได้ยาก
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 7%:** จากการปรับค่าขนส่ง ค่าส่งออก และสวัสดิการพนักงาน
* **ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 50%:** จากการกู้ยืมเพื่อเสริมสภาพคล่องและการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท สาลี่ คัลเล่อร์ จำกัด (มหาชน) หรือ COLOR มีรายได้รวม 286 ล้านบาท ลดลง 11 ล้านบาท หรือ 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 297 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากการลดลงของกำลังการผลิตในกลุ่มสินค้า Black Masterbatch และ Filler ที่ใช้ในธุรกิจ Automotive เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 14.28 ล้านบาท ลดลง 1.50 ล้านบาท หรือ 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15.78 ล้านบาท การลดลงของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ การได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันซึ่งส่งผลต่อราคาวัตถุดิบหลัก รวมถึงการปรับราคาขายที่ค่อนข้างทำได้ยากในสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ปรับเพิ่มขึ้น 3 ล้านบาท หรือ 7% จากปีก่อน เป็นผลจากการปรับอัตราค่าขนส่งสินค้า ค่าใช้จ่ายในการส่งออก และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการพนักงาน
ในส่วนของภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 0.67 ล้านบาท หรือ 50% จากปีก่อน เป็นผลมาจากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง และเงินกู้ระยะยาวเพื่อลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของธุรกิจพลังงานทดแทน
## โอกาส
* **การลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน:** การลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจพลังงานทดแทน เป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว และอาจสร้างรายได้และผลกำไรในอนาคต
* **การปรับตัวด้านราคาขาย:** แม้จะระบุว่าการปรับราคาขายทำได้ยากในปัจจุบัน แต่หากสถานการณ์เอื้ออำนวย การปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น จะเป็นโอกาสในการรักษาอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันและวัตถุดิบ:** เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง และทำให้การปรับราคาขายทำได้ยาก ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **การลดลงของกำลังการผลิตในกลุ่ม Automotive:** หากภาคธุรกิจ Automotive ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้อง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าขนส่ง ค่าส่งออก และค่าใช้จ่ายสวัสดิการพนักงานที่ปรับเพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืม อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาน้ำมันและวัตถุดิบหลักในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถในการปรับราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง
* ทิศทางกำลังการผลิตและคำสั่งซื้อในกลุ่มธุรกิจ Automotive
* ผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการส่งออก
* ความคืบหน้าและการสร้างรายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 2 ปี 2565 COLOR เผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **การลดลงของรายได้** ที่มีสาเหตุหลักมาจากกลุ่มธุรกิจ Automotive ซึ่งเป็นลูกค้าสำคัญ มีการลดกำลังการผลิตลง ส่งผลให้คำสั่งซื้อสินค้าในกลุ่ม Black Masterbatch และ Filler ลดลงตามไปด้วย
ในด้านต้นทุน **ราคาวัตถุดิบหลักที่ผันผวนตามราคาน้ำมัน** เป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญ ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยฝ่ายจัดการระบุว่าการปรับราคาขายสินค้าทำได้ค่อนข้างยากในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะการแข่งขันและอำนาจต่อรองในตลาด
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าขนส่งสินค้าและค่าใช้จ่ายในการส่งออก ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายสวัสดิการพนักงานที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ **ภาระดอกเบี้ยจ่าย** ที่เพิ่มขึ้น 50% เป็นผลมาจากการบริหารจัดการสภาพคล่องและการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน ซึ่งแม้จะเป็นการลงทุนที่สำคัญ แต่ก็สร้างภาระต้นทุนทางการเงินในระยะสั้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง และเงินกู้ระยะยาวเพื่อการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อรองรับการดำเนินงานและการขยายธุรกิจ
## สรุปท้าย
COLOR ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับลดลง 9.5% แม้จะมีโอกาสจากการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงความสามารถในการปรับราคาขาย ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการของบริษัท
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ COLOR ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
252.37
ล้านบาท
↓ 11.4% YoY
กำไรขั้นต้น
45.38
ล้านบาท
↓ 8.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
17.98
%
กำไรสุทธิ
1.73
ล้านบาท
↓ 92.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.68
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
252
↓ -11.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↓ -8.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2
↓ -92.5%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — COLOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
2.82
ROA (%)
2.25
Book Value/หุ้น
1.40
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — COLOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-101
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+19
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — COLOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-100.88
+151.82%
|
-40.06
-56.52%
|
-92.13
-706.92%
|
15.18
-119.61%
|
-77.42
-289.80%
|
40.79
-22.29%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
18.66
-51.68%
|
38.62
-1,638.65%
|
-2.51
-93.68%
|
-39.69
-145.97%
|
86.33
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-25.36
-127.36%
|
92.69
-21.18%
|
117.59
-300.09%
|
-58.77
-263.34%
|
35.98
|
0.00
-100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-107.58
-217.91%
|
91.24
+297.91%
|
22.93
+64.14%
|
13.97
-44.74%
|
25.28
+1,972.13%
|
1.22
-162.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
19.08
-65.30%
|
54.98
+198.32%
|
18.43
+50.82%
|
12.22
-30.96%
|
17.70
+81.35%
|
9.76
+35.18%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|