สรุปงบล่าสุด CKP
สรุปงบการเงิน
สรุปสั้น
ยังไม่มีรายละเอียด อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูล
สรุปด้วย AI(O) BOT
## สรุปผลประกอบการของ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKP) สำหรับปี 2568
บทความนี้สรุปผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKP) สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยอ้างอิงจาก "บทรายงานและการวิเคราะห์ของฝ่ายบริหาร" ที่เผยแพร่โดยแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท
**1. สรุปรายได้รวมและกำไรสุทธิ**
* **รายได้รวม:** ในปี 2568 CKP มีรายได้รวม 10,638.5 ล้านบาท ลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้ 10,788.8 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น (BIC) เนื่องจากการลดลงของปริมาณการขายไฟฟ้า ราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ย และค่า Ft ขายปลีกเฉลี่ยที่ลดลง
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Core Net Profit):** บริษัทมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 2,322.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80.5% จาก 1,286.7 ล้านบาทในปีก่อนหน้า การเติบโตนี้มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี (XPCL) ตามปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง รวมถึงรายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้างึม 2 (NN2) ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น (หน้า 1)
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ**
* **ราคาก๊าซธรรมชาติ:** ราคาก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยของ BIC ในปี 2568 ลดลง 6.4% YoY มาอยู่ที่ 308 บาท/MMBTU ซึ่งส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าของ BIC ที่จำหน่ายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) อัตราค่าไอน้ำ และต้นทุนเชื้อเพลิงลดลง
* **ค่า Ft:** ค่า Ft ขายปลีกเฉลี่ยในปี 2568 ลดลง 39.4% YoY มาอยู่ที่ 0.2405 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าของ BIC ลดลง ในขณะที่ค่า Ft ขายส่งเฉลี่ยลดลง 38.7% YoY มาอยู่ที่ 0.1921 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ภายใต้การลงทุนของ BKC ลดลง
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** เงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าของ NN2 และ XPCL มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากค่าไฟฟ้าบางส่วนเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
* **อัตราดอกเบี้ย:** อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยในปี 2568 ต่ำกว่าปีก่อนหน้าจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินปรับตัวลดลง (หน้า 15)
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร**
* **รายได้จากการขายไฟฟ้าและไอน้ำ:** ลดลง 1.1% YoY โดยมีปัจจัยหลักดังนี้:
* **NN2:** รายได้เพิ่มขึ้น 7.1% YoY เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่สูงขึ้นและการไหลเข้าของน้ำที่มากกว่าปีก่อนหน้า ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 16.7% YoY
* **BIC:** รายได้ลดลง 7.0% YoY เนื่องจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่ลดลง 2.3% YoY จากการซ่อมบำรุง และราคาก๊าซธรรมชาติและค่า Ft ที่ลดลง
* **BKC:** รายได้ลดลง 7.6% YoY เนื่องจากอัตราค่า Ft ขายส่งเฉลี่ยที่ต่ำกว่าปีก่อนหน้า และปริมาณความเข้มแสงเฉลี่ยที่ลดลง (หน้า 5-7)
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ลดลง 1.7% YoY โดยมีปัจจัยหลักดังนี้:
* **ค่าเชื้อเพลิง:** ลดลง 7.9% YoY ตามราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลง
* **ค่าดำเนินการและซ่อมบำรุง:** เพิ่มขึ้น 12.1% YoY จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับงานซ่อมบำรุงของ BIC
* **ค่าผ่านสาย (Wheeling Charge):** เพิ่มขึ้น 19.5% YoY ตามปริมาณการส่งไฟฟ้าของ NN2 ที่เพิ่มขึ้น (หน้า 9)
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 258.4% YoY โดยมีปัจจัยหลักดังนี้:
* **XPCL:** ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 220.4% YoY เนื่องจากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าเฉลี่ยที่มากกว่าปีก่อนหน้า ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 17.3% YoY และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
* **LPCL:** ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (หน้า 10)
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน**
* **สินทรัพย์:** เพิ่มขึ้น 6.3% จากสิ้นปี 2567 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนเพิ่มเติมใน LPCL และผลการดำเนินงานของ XPCL รวมถึงเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการดำเนินงาน
* **หนี้สิน:** เพิ่มขึ้น 5.0% จากสิ้นปี 2567 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินของ NN2 เพื่อชำระคืนหุ้นกู้
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 7.3% จากสิ้นปี 2567 โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานและการลดลงของส่วนแบ่งขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการป้องกันความเสี่ยงในกระแสเงินสดของ XPCL (หน้า 12)
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลงเล็กน้อยจาก 0.80 เท่า ณ สิ้นปี 2567 เป็น 0.78 เท่า ณ สิ้นปี 2568 (หน้า 15)
**ประเด็นสำคัญเพิ่มเติม:**
* **การปรับเพิ่มอันดับเครดิต:** ทริสเรทติ้งปรับเพิ่มอันดับเครดิตหุ้นกู้ของ CKP เป็น "A-" แนวโน้ม "คงที่"
* **การออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures):** บริษัทและ XPCL ได้ออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อใช้ในการลงทุนในโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชำระคืนหนี้
* **ความคืบหน้าโครงการหลวงพระบาง:** การก่อสร้างโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางมีความคืบหน้า 65% คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในช่วงต้นปี 2573 (หน้า 3-4)
**โดยสรุป:** CKP มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในปี 2568 โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเติบโตของ XPCL และ NN2 แม้ว่ารายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย ฐานะทางการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่งขึ้นจากการบริหารจัดการหนี้สินที่มีประสิทธิภาพและการเติบโตของส่วนของผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและความยั่งยืน ซึ่งได้รับการยอมรับจากรางวัลและการประเมินต่างๆ
(18.41%)
(52.51%)
(82.46%)
(79.28%)
(78.50%)
(56.39%)
(52.25%)
(28.42%)
(43.24%)
(804.60%)
(34.09%)
(24.22%)