บริษัท ห้องเย็นโชติวัฒน์หาดใหญ่ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
0.00
+0.00 (+100.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4438 out_tok=2635 at=2026-07-25T13:31:30 -->
CHOTI พลิกขาดทุน 9 เดือน สู่กำไร 14 ล้านบาท รับรายได้โต 52% จากปริมาณ-ราคา-บาทอ่อน
CHOTI Q3/2564 โชว์กำไรสุทธิ 52 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนปีก่อน เหตุรายได้พุ่ง 45% รับอานิสงส์ราคา-ปริมาณขาย และเงินบาทอ่อนค่า
บริษัท ห้องเย็นโชติวัฒน์หาดใหญ่ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOTI รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 14 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 82 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโตถึง 52% ขณะที่ภาพรวมไตรมาส 3/2564 บริษัทฯ สามารถพลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรสุทธิ 52 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย 45% และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ CHOTI พลิกกลับมามีกำไรในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 และมีกำไรโดดเด่นในไตรมาส 3/2564 มาจาก **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายที่มาพร้อมกับการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ**
### 1) หัวใจคืออะไร
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 CHOTI มีกำไรสุทธิ 14 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 82 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักคือ **รายได้จากการขายและให้บริการที่เพิ่มขึ้น 52%** และ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 0.53% เป็น 8.19%**
ส่วนในไตรมาส 3/2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 52 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 44 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือ **รายได้จากการขายและให้บริการที่เพิ่มขึ้น 45%** และ **การพลิกจากอัตราขาดทุนขั้นต้นที่ -4.47% มาเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 15.28%**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้จากการขายและให้บริการในทั้งสองช่วงเวลา (9 เดือน และ 3 เดือน) เกิดจากหลายปัจจัยที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ ได้แก่ **ปริมาณการขายที่เพิ่มสูงขึ้น การขยายฐานลูกค้า การปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น และการอ่อนค่าของเงินบาท** โดยเฉพาะในไตรมาส 3/2564 การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ส่งผลให้ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น
ส่วนการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญนั้น เกิดจากการที่ **อัตราการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและต้นทุนบริการต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้** โดยในไตรมาส 3/2564 ระบุชัดเจนว่าเกิดจาก **ราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง** ในช่วงดังกล่าว ทำให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ลดลงอย่างมากจาก 105% เป็น 85% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นพลิกกลับมาเป็นบวกและสูงขึ้นอย่างโดดเด่น
อย่างไรก็ตาม มีค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เพิ่มขึ้นและกดดันผลกำไร ได้แก่ **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 103% (9 เดือน) และ 147% (3 เดือน)** เนื่องมาจากค่าระวางเรือที่สูงขึ้นจากการขาดแคลนตู้บรรทุกสินค้า และ **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า รวมถึง **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** จากการกู้ยืมเพื่อซื้อวัตถุดิบ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางปัจจัย แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน**
* **ปัจจัยที่มีโอกาสต่อเนื่อง:** การขยายฐานลูกค้าและการปรับราคาสินค้ามีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อรายได้ในระยะต่อไป การอ่อนค่าของเงินบาทก็เป็นปัจจัยบวกต่อผู้ส่งออกเช่นกัน
* **ปัจจัยที่อาจเป็นครั้งคราว:** การที่ราคาวัตถุดิบค่อนข้างลดลงในไตรมาส 3/2564 อาจเป็นปัจจัยชั่วคราวที่ส่งผลดีต่อ GPM ในช่วงนั้น ซึ่งต้องติดตามราคาวัตถุดิบในอนาคต
* **ปัจจัยกดดันที่ต้องจับตา:** ค่าระวางเรือที่สูงขึ้นและขาดแคลนตู้บรรทุกสินค้า รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและผลกำไรในระยะต่อไป
โดยรวมแล้ว การพลิกกลับมามีกำไรและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นในไตรมาส 3/2564 มีปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจนจากการดำเนินงาน แต่ก็มีปัจจัยภายนอกที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** งวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 14 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 82 ล้านบาทในปีก่อน
* **Q3/2564 กำไรโดดเด่น:** ไตรมาส 3/2564 มีกำไรสุทธิ 52 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 44 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้เติบโตแข็งแกร่ง:** รายได้จากการขายและให้บริการงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้น 52% เป็น 1,757 ล้านบาท และไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 45% เป็น 647 ล้านบาท
* **GPM พุ่ง:** อัตรากำไรขั้นต้นงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้นจาก 0.53% เป็น 8.19% และไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นจาก -4.47% เป็น 15.28%
* **ต้นทุนการจัดส่งพุ่ง:** ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งออก โดยเฉพาะค่าระวางเรือ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีผลกำไรสุทธิ 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งขาดทุนสุทธิ 82 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 1,757 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น การขยายฐานลูกค้า การปรับราคาขาย และเงินบาทอ่อนค่า
ในส่วนของไตรมาส 3/2564 บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิ 52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนซึ่งขาดทุนสุทธิ 44 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 647 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น การขยายฐานลูกค้า การปรับราคาขาย และเงินบาทอ่อนค่า ประกอบกับการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ส่งผลให้ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **ปริมาณและราคาขายที่เพิ่มขึ้น:** การที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นและการปรับราคาสินค้าขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และกำไร
* **เงินบาทอ่อนค่า:** การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นผลดีต่อผู้ส่งออก ช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการขายในสกุลเงินบาท
* **ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค:** การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ส่งผลให้ความต้องการสินค้าเพื่อบริโภคมีมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขาย
## ความเสี่ยง
* **ค่าระวางเรือและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง:** ค่าระวางเรือที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขาดแคลนตู้บรรทุกสินค้า เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนในการจัดจำหน่าย
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นจากสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า แสดงถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้ว่าในไตรมาส 3/2564 ราคาวัตถุดิบจะปรับลดลง แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบในตลาดโลก
* สถานการณ์การขาดแคลนตู้บรรทุกสินค้าและค่าระวางเรือ
* ทิศทางค่าเงินบาทและการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
* การขยายฐานลูกค้าและกลยุทธ์การปรับราคาขาย
* ผลกระทบจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ต่อความต้องการสินค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาและปริมาณสินค้า:** รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 52% (9 เดือน) และ 45% (3 เดือน) บ่งชี้ถึงการเติบโตทั้งในด้านปริมาณการขายและ/หรือราคาขายที่ปรับเพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** การปรับปรุง GPM อย่างมีนัยสำคัญจาก 0.53% เป็น 8.19% (9 เดือน) และจาก -4.47% เป็น 15.28% (3 เดือน) เป็นจุดเด่นสำคัญ โดยเฉพาะในไตรมาส 3 ที่ GPM พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าส่วนหนึ่งมาจากราคาวัตถุดิบที่ลดลง
* **ต้นทุนการจัดจำหน่าย:** ต้นทุนส่วนนี้เพิ่มขึ้นสูงมาก สะท้อนถึงแรงกดดันจากค่าขนส่งระหว่างประเทศที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อ GPM โดยรวม
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่บริษัทฯ อาจมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น หรือรายได้ลดลง หากค่าเงินเคลื่อนไหวในทิศทางที่ไม่เอื้ออำนวย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
CHOTI โชว์ผลงานพลิกฟื้นได้อย่างน่าประทับใจในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 โดยเฉพาะในไตรมาส 3 ที่สามารถสร้างกำไรสุทธิ 52 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งจากการเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและราคาขาย ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาท และที่สำคัญคือการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นที่โดดเด่น ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับผลดีจากราคาวัตถุดิบที่ลดลง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHOTI ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
526.69
ล้านบาท
↓ 2.9% YoY
กำไรขั้นต้น
-351.09
ล้านบาท
↑ 319.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-66.66
%
กำไรสุทธิ
-344.34
ล้านบาท
↑ 747.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-65.38
%
D/E Ratio
4.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
527
↓ -2.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-351
↑ + 319.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-344
↑ + 747.8%
YoY
D/E Ratio
4.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CHOTI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.09
ROE (%)
-67.78
ROA (%)
-19.97
Book Value/หุ้น
53.98
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHOTI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-142
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHOTI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-141.58
-77.86%
|
-639.61
-750.01%
|
98.40
-188.74%
|
-110.88
-117.09%
|
648.72
+3,109.90%
|
20.21
-540.31%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
126.71
+6.18%
|
119.33
-2,530.35%
|
-4.91
-56.82%
|
-11.37
-53.13%
|
-24.26
-801.16%
|
3.46
-107.60%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-25.36
-104.57%
|
554.94
-536.45%
|
-127.15
-253.25%
|
82.97
-109.26%
|
-896.05
+1,913.14%
|
-44.51
-178.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-40.24
-223.10%
|
32.69
-197.09%
|
-33.67
-14.28%
|
-39.28
-80.51%
|
-201.56
-462.26%
|
55.64
-527.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
30.15
-7.77%
|
32.69
+321.81%
|
7.75
+179.78%
|
2.77
-95.26%
|
58.50
+1,945.45%
|
2.86
-82.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
18.94
-37.18%
|
30.15
-7.77%
|
32.69
+321.81%
|
7.75
+179.78%
|
2.77
-95.26%
|
58.50
+1,945.45%
|