บริษัท ห้องเย็นโชติวัฒน์หาดใหญ่ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
67.75
0.25 (0.37%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
{
"documents": [
{
"id": "CHOTI_2569_2_financial_explanation_2f0dbdbebf84488c8407deee7b0e0cd7",
"content": "ที่ KST237/26\nเรื่อง\nเรียน\nชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย\nวันที่ 14 สิงหาคม 2569\nอ้างถึง ข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการจัดทำและส่งงบการเงินและรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงินและ ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน พ.ศ. 2544\nตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่อ้างถึง บริษัท ห้องเย็นโชติวัฒน์หาดใหญ่จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) และบริษัทย่อย (รวมเรียกว่า “กลุ่มบริษัท”) ขอเรียนชี้แจงผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ตามงบการเงิน สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ดังต่อไปนี้ภาพรวมธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัท สำหรับไตรมาสที่ 2/2569 ภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่เยือกแข็งยังคงเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย ประกอบกัน โดยด้านอุปสงค์ตลาดส่งออกหลักอย่างญี่ปุ่นมีทิศทางการนำเข้ากุ้งสด แช่เย็น และแช่แข็งที่อ่อนแอลงต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคในตลาดดังกล่าวหันไปนิยมสินค้ากุ้งแปรรูปพร้อมทานที่สะดวกและตอบโจทย์พฤติกรรมการบริโภคยุคใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกันด้านการแข่งขัน ผู้ผลิตกุ้งของไทยยังคงเผชิญแรงกดดันด้านราคาอย่างรุนแรงจากประเทศคู่แข่งสำคัญ อย่างเอกวาดอร์ซึ่งมีความได้เปรียบด้านต้นทุนการเลี้ยงและแปรรูปที่ตํ่ากว่าไทยอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ภาพรวมมูลค่า การส่งออกกุ้งของไทยในปี 2569 มีแนวโน้มหดตัวจากปีก่อน อย่างไรก็ดีตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทยยังคง เป็นความหวังสำคัญ โดยมีสัญญาณการเติบโตต่อเนื่องทั้งจากอุปสงค์ในประเทศที่ฟื้นตัว และโอกาสในการขยายตลาดสินค้า กุ้งพรีเมียมอย่างกุ้งกุลาดำซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ในด้านต้นทุนการผลิต กลุ่มบริษัทยังคงต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบภายใต้ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ สัตว์นํ้า ค่าพลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นต้นทุนหลักของกระบวนการแช่เยือกแข็งและการเก็บรักษาความเย็น ตลอดจนอัตรา แลกเปลี่ยนเงินบาทที่มีผลโดยตรงต่อรายได้จากการส่งออก นอกจากนี้ทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกาภายใต้มาตรการทางภาษีที่อาจส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรและอาหารทะเลในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าไทย กลุ่มบริษัทจึงยังคงมุ่งเน้นการเพิ่ม ประสิทธิภาพการผลิต การควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานสากล และการบริหารต้นทุนพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษา อัตรากำไรและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว\nสำหรับธุรกิจทุเรียนแช่เยือกแข็งของกลุ่มบริษัท ภาพรวมอุตสาหกรรมในไตรมาสนี้ยังคงอยู่ในช่วงฤดูกาลผลผลิต สำคัญของปีโดยปริมาณผลผลิตทุเรียนทั้งประเทศในปี 2569 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการขยายพื้นที่ปลูก ในช่วงหลังโควิด-19 ที่ต้นทุเรียนเริ่มให้ผลผลิตเต็มที่ในปีที่ 4-5 โดยผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันเป็นจำนวนมากในช่วงเดือน พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งครองสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของผลผลิตทั้งประเทศ ภาวะผลผลิตล้น หน้าที่ 1/8",
"metadata": {
"company": "CHOTI",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 1,
"tags": [
"บริษัท",
"ประเทศ",
"ผลผลิต",
"สินค้า",
"สำหรับ",
"ภาพรวม",
"ต้นทุน",
"ผลการดำเนินงาน",
"วันที่",
"ตลาดหลักทรัพย์"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 3,
"layout_bands": 21,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CHOTI_2569_2_financial_explanation_41f003d54e6944a8933473f38c4ea289",
"content": "ตลาดดังกล่าวส่งผลให้ราคาทุเรียนเฉลี่ยทั้งปีมีแนวโน้มตํ่ากว่าปีก่อน โดยปรับลดลงตามปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งใน มุมหนึ่งเป็นผลบวกต่อต้นทุนวัตถุดิบของกลุ่มบริษัทในการจัดหาทุเรียนเข้าสู่กระบวนการแปรรูปแช่แข็ง แต่ก็สะท้อนถึงความ ท้าทายของอุตสาหกรรมโดยรวมในการรักษาเสถียรภาพราคาให้เกษตรกร ด้านการส่งออก แม้ในช่วงต้นปีปริมาณและมูลค่าการส่งออกทุเรียนไปจีนยังคงขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง แต่ในเดือน มิถุนายนที่ผ่านมากลุ่มสินค้าผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้งของไทยโดยรวมกลับพลิกมาหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบ กับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากแรงกดดันด้านการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอย่างเวียดนาม และมาเลเซียที่ขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว ประกอบกับต้นทุนค่าระวางขนส่งและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่ปรับตัว สูงขึ้นตามราคาพลังงาน รวมถึงความเสี่ยงด้านความคับคั่งของการขนส่งสินค้าผ่านด่านชายแดนในช่วงที่ผลผลิตกระจุกตัวออก สู่ตลาดในช่วงเวลาเดียวกัน กลุ่มบริษัทจึงยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทุเรียนแช่แข็ง เพื่อสร้างความแตกต่างและรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่ทวีความรุนแรง ขึ้น\nสำหรับธุรกิจห้องเย็นรับฝากเก็บสินค้าด้วยระบบ Automated Storage and Retrieval System (AS/RS) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ในไตรมาสนี้ต้องเผชิญกับผลกระทบจากการปรับปรุงท่าเรือในจังหวัดสงขลา ซึ่งส่งผลให้ปริมาณสินค้า ผ่านท่าลดลง ส่งผลให้ธุรกิจห้องเย็นรับฝากเก็บสินค้ามีอัตรากำไรลดลงในช่วงที่มีการปรับปรุง อย่างไรก็ตามเมื่อการปรับปรุง ท่าเรือแล้วเสร็จ คาดว่าผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจะกลับมาจำเป็นต้องใช้พื้นที่ห้องเย็นรองรับสินค้าคงคลังระหว่างรอการ ส่งออกดังเดิม และบริหารจัดการปริมาณสินค้าที่เข้าสู่ตลาดพร้อมกันเป็นจำนวนมากให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ปลายทาง นอกจากนี้ธุรกิจห้องเย็นสมัยใหม่และธุรกิจโลจิสติกส์ที่เกี่ยวเนื่องยังคงมีแนวโน้มเติบโตตามการขยายตัวของ อุตสาหกรรมอาหารแช่แข็งและแช่เย็นในภาพรวม ซึ่งระบบ AS/RS ของกลุ่มบริษัทมีความได้เปรียบด้านความทันสมัย ความ แม่นยำในการบริหารจัดการสินค้า และประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ที่สูงกว่าระบบห้องเย็นแบบเดิม ทำให้สามารถตอบสนอง ความต้องการของผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการจัดเก็บสินค้าได้เป็นอย่างดีธุรกิจนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการ เสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัท ทั้งในด้านการกระจายแหล่งรายได้ให้มีความหลากหลาย และการลดการพึ่งพารายได้จาก ธุรกิจหลักด้านการผลิตและส่งออกเพียงด้านเดียว\nทั้งนี้กลุ่มบริษัทยังคงต้องติดตามปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทอย่างใกล้ชิดใน ระยะต่อไป อาทิความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท ราคาพลังงานและต้นทุนค่าระวางเรือระหว่างประเทศ ทิศทาง นโยบายการค้าและมาตรการทางภาษีของประเทศสหรัฐอเมริกา ภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะจีน การแข่งขันด้านราคาจากประเทศผู้ผลิตคู่แข่งทั้งในกลุ่มกุ้งแช่แข็งและทุเรียนแช่แข็ง ตลอดจนมาตรการความปลอดภัยและ มาตรฐานคุณภาพอาหารของประเทศผู้นำเข้า ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันและผลการ ดำเนินงานของธุรกิจในระยะต่อไป\nหน้าที่ 2/8",
"metadata": {
"company": "CHOTI",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 2,
"tags": [
"สินค้า",
"ธุรกิจ",
"บริษัท",
"แช่แข็ง",
"ทุเรียน",
"ประเทศ",
"ห้องเย็น",
"ปริมาณ",
"การแข่งขัน",
"ต้นทุน"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 25,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CHOTI_2569_2_financial_explanation_1801b1ab86254ec6a9c61d94b9ad9493",
"content": "ผลการดำเนินงาน\n\nรายได้จากการขายและให้บริการ\nกลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายจำนวน 1,103.27 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 111.36\nล้านบาท หรือคิดเป็นลดลงร้อยละ 9.17 และมีรายได้จากการให้บริการจำนวน 14.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 8.19 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 73.14 โดยโครงสร้างรายได้ของกลุ่มบริษัทสามารถแบ่งได้ดังนี้หน้าที่ 3/8",
"metadata": {
"company": "CHOTI",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 3,
"tags": [
"รายได้",
"ให้บริการ",
"บริษัท",
"ปีก่อน",
"ร้อยละ",
"เพิ่มขึ้น",
"ผลการดำเนินงาน",
"โครงสร้าง",
"ดังนี้",
"หน้าที่"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 4,
"layout_tables": 0,
"figures": [
{
"id": "p003_f1",
"page": 3,
"rel_path": "CHOTI/2569/Q2/p003_f1.png",
"width": 1882,
"height": 1069,
"url": "/chat/rag-figure/CHOTI/2569/Q2/p003_f1.png"
},
{
"id": "p003_f2",
"page": 3,
"rel_path": "CHOTI/2569/Q2/p003_f2.png",
"width": 1882,
"height": 970,
"url": "/chat/rag-figure/CHOTI/2569/Q2/p003_f2.png"
}
]
}
},
{
"id": "CHOTI_2569_2_financial_explanation_bc7391aac405425a8e70e490635e2f73",
"content": "1. ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็ง\nกลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็งจำนวน 884.68 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 218.92 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดลงร้อยละ 19.84 เนื่องจากการแข่งขันทางการตลาดที่สูงขึ้น ประกอบกับในช่วง\nต้นปีมีราคาวัตถุดิบที่ค่อนข้างสูงซึ่งส่งผลต่อราคาขายและปริมาณการขาย ทั้งนี้รายได้จากผลิตภัณฑ์กลุ่มดังกล่าวยังคงมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 80.19 ของรายได้จากการขายรวม จึงส่งผลให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญ\n2. ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป\nกลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจำนวน 76.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน\nจำนวน 73.45 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 2,846.90 โดยกลุ่มบริษัทได้ดำเนินการต่อยอดธุรกิจจากผลิตภัณฑ์อาหาร\nทะเลแช่แข็ง ผ่านการนำวัตถุดิบมาพัฒนาเป็นสินค้ามูลค่าเพิ่ม ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด\nภายในประเทศ\n3. ผลิตภัณฑ์ผลไม้แช่แข็ง\nกลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ผลไม้แช่แข็ง (ทุเรียน) จำนวน 142.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกัน\nของปีก่อนจำนวน 34.11 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.45 เนื่องจากผลิตภัณฑ์กลุ่มดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดีจาก\nลูกค้าในประเทศจีนและประเทศไต้หวัน\n4. ธุรกิจห้องเย็น\nกลุ่มบริษัทมีรายได้จากธุรกิจห้องเย็นจำนวน 14.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 7.47\nล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 111.33 เนื่องจากกลุ่มบริษัทเริ่มเปิดดำเนินธุรกิจห้องเย็นตั้งแต่ไตรมาสที่ 2/2568 ทำให้รายได้ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 มีเพียงรายได้จากไตรมาสที่ 2 เพียงไตรมาสเดียว ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2569\nเป็นการรับรู้รายได้เต็มทั้ง 2 ไตรมาส (ไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2) จึงส่งผลให้รายได้จากธุรกิจห้องเย็นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน\n\nหน้าที่ 4/8",
"metadata": {
"company": "CHOTI",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 4,
"tags": [
"รายได้",
"ผลิตภัณฑ์",
"บริษัท",
"เพิ่มขึ้น",
"ไตรมาส",
"แช่แข็ง",
"ปีก่อน",
"ร้อยละ",
"ธุรกิจ",
"ห้องเย็น"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 14,
"layout_tables": 0,
"figures": [
{
"id": "p004_f1",
"page": 4,
"rel_path": "CHOTI/2569/Q2/p004_f1.png",
"width": 1882,
"height": 902,
"url": "/chat/rag-figure/CHOTI/2569/Q2/p004_f1.png"
}
]
}
},
{
"id": "CHOTI_2569_2_financial_explanation_ea61f53a7a554039a2cd2d8775370d3c",
"content": "Av๕¢wv\nบริษัท ห้องเย็นโชติวัฒน์หาดใหญ่จำกัด (มหาชน)ไป4/2 หมู่ที่ 3 ถ.สายเอเซชีย 43 ต.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา 90310 เซร:: 0-7422-2333 www.kst-hatyai.com | เลขประจำตัวผู้เสียภาษี : 0107537002231 ต้นทุนขายและให้บริการ\nกลุ่มบริษัทมีต้นทุนขายจำนวน 1,045.65 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 108.00 ล้านบาทหรือคิดเป็นลดลงร้อยละ 9.36 โดยต้นทุนขายที่ลดลงสอดคล้องกับยอดขายที่ปรับตัวลดลง อีกทั้งราคาวัตถุดิบได้ปรับตัวลดลง ในช่วงไตรมาสที่ 2/2569 ขณะที่ต้นทุนการให้บริการจำนวน 15.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 1.35 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.61 ซึ่งสอดคล้องกับรายได้ของธุรกิจห้องเย็นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน กลุ่มบริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 5.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 1.46 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 34.52 เนื่องจากกลุ่มบริษัทได้มีการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนผ่านการทำ สัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (“๐\"เละ 6๐ก๒ล๕19) อีกทั้งค่าเงินบาทได้อ่อนค่าลงในช่วงไตรมาสที่ 2/2569 ต้นทุนในการจัดจำหน่าย กลุ่มบริษัทมีต้นทุนในการจัดจำหน่ายจำนวน 34.09 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 2.51 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดลงร้อยละ 6.86 ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการขายที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการบริหาร กลุ่มบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจำนวน 53.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 10.17 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.37 เนื่องจากกลุ่มบริษัทมีการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษให้กับพนักงาน เพื่อเป็นการตอบ แทนความเสียสละของพนักงานที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์อุทกภัย และได้ร่วมกันเร่งฟื้นฟูการดำเนินธุรกิจ ภายหลังจากที่กลุ่มบริษัทได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัย ต้นทุนทางการเงิน กลุ่มบริษัทมีต้นทุนทางการเงินจำนวน 20.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 3.37 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.33 เนื่องจากต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน เพื่อใช้เป็น เงินทุนหมุนเวียนในการจัดซื้อวัตถุดิบและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ กำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้น กลุ่มบริษัทมีกำไรขั้นต้นจำนวน 56.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 1.28 ล้านบาท หรือคิด เป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.32 โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 5.05 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 4.51 สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนขายลดลง และส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไร ของกลุ่มบริษัทปรับตัวดีขึ้น กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิกลุ่มบริษัทมีผลกำไรสุทธิจำนวน 257.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 301.52 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 691.56 โดยมีอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 23.08 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีอัตราขาดทุนสุทธิร้อยละ 3.57 สาเหตุหลักมาจากกลุ่มบริษัทบันทึกรับรู้รายได้ค่าสินไหมทดแทนในช่วงไตรมาสที่ 2/2569 จากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2568 ทั้งนี้ณ ปัจจุบันกลุ่มบริษัทได้รับเงินชดเชยดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว หน้าที่ 5/8",
"metadata": {
"company": "CHOTI",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 5,
"tags": [
"เพิ่มขึ้น",
"บริษัท",
"ร้อยละ",
"ต้นทุน",
"จํานวน",
"ปีก่อน",
"ปรับตัว",
"วัตถุดิบ",
"ไตรมาส",
"อัตราแลกเปลี่ยน"
],
"layout_method": "column_aware+pdfplumber",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 21,
"layout_tables": 1,
"table_engine": "pdfplumber",
"ocr_engine": "tesseract_soft_psm6",
"ocr_page": true
}
},
{
"id": "CHOTI_2569_2_financial_explanation_5183603926aa4748a482b4214f6ef170",
"content": "ฐานะทางการเงิน\nสินทรัพย์กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวมจำนวน 2,526.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 401.04 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.87 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นในส่วนของปริมาณสินค้าและวัตถุดิบที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า อย่างไรก็ตามสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีอันเนื่องมาจากการกลับรายการค่าเผื่อการเสื่อมสภาพของสินค้า หนี้สิน\nกลุ่มบริษัทมีหนี้สินรวมจำนวน 1,844.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 136.79 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.01 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนิน ธุรกิจ ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น เนื่องจากการขยายระยะเวลาชำระหนี้ที่ยาวนานขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้น\nกลุ่มบริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวมจำนวน 681.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 264.25 ล้าน บาท หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 63.31 โดยสาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการ รับรู้เงินชดเชยค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์อุทกภัยในช่วงปลายปี 2568 ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก ช่วงเดียวกันของปีก่อน\nปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานหรือการเติบโตในอนาคต\n1. ภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว\nหน่วยงานวิเคราะห์เศรษฐกิจหลายแห่งประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะเติบโตในระดับตํ่ากว่าปีก่อน ประกอบ กับสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและอาจกลับมาตึงเครียดขึ้นได้อีก ปัจจัยเหล่านี้อาจ ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและปริมาณคำสั่งซื้อสินค้าอาหารทะเลและผลไม้แช่แข็งของกลุ่มบริษัทในตลาดต่างประเทศ\n2. ภาวะผลผลิตทุเรียนล้นตลาดต่อเนื่องและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในภูมิภาค ผลผลิตทุเรียนของไทยในปี 2569 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการขยายพื้นที่ปลูกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คาดว่า จะส่งผลให้ราคาทุเรียนเฉลี่ยทั้งปีอยู่ในระดับตํ่ากว่าปีก่อนต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายฤดูกาล ประกอบกับการขยายส่วนแบ่ง ตลาดของประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอย่างเวียดนามและมาเลเซียในตลาดจีน อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณและมูลค่าการส่งออก ทุเรียนแช่แข็งของกลุ่มบริษัทในระยะต่อไป กลุ่มบริษัทจึงต้องติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและการแข่งขันด้านตลาดอย่าง ใกล้ชิด เพื่อบริหารต้นทุนและรักษาสัดส่วนตลาดให้เหมาะสม\n3. แรงกดดันด้านราคาและอุปสงค์โลกที่อ่อนแอในธุรกิจกุ้งแช่แข็ง อุตสาหกรรมกุ้งของไทยยังคงเผชิญการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากประเทศผู้ผลิตที่มีต้นทุนตํ่ากว่าอย่างเอกวาดอร์ประกอบกับอุปสงค์ในตลาดหลักอย่างญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มเปลี่ยนไปนิยมสินค้ากุ้งแปรรูปมากกว่ากุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง ปัจจัย ดังกล่าวอาจกดดันปริมาณและมูลค่าการส่งออกกุ้งแช่แข็งของกลุ่มบริษัทให้อยู่ในระดับที่ไม่เติบโตมากนักในปีนี้แม้ตลาดจีนซึ่ง เป็นตลาดหลักจะยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องก็ตาม\n4. ต้นทุนพลังงานและผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ธุรกิจอาหารแช่แข็งและห้องเย็นของกลุ่มบริษัทมีต้นทุนพลังงานไฟฟ้าเป็นสัดส่วนสำคัญของต้นทุนดำเนินงาน หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นและส่งผลให้ราคาพลังงานโลกปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผล กระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ต้นทุนการจัดเก็บสินค้าในห้องเย็น และต้นทุนค่าระวางขนส่งระหว่างประเทศของ กลุ่มบริษัท\nหน้าที่ 6/8",
"metadata": {
"company": "CHOTI",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 6,
"tags": [
"เพิ่มขึ้น",
"บริษัท",
"ต้นทุน",
"ปีก่อน",
"แช่แข็ง",
"สินทรัพย์",
"สินค้า",
"หมุนเวียน",
"ปริมาณ",
"ธุรกิจ"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 23,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CHOTI_2569_2_financial_explanation_ef37036b89394f3f82375f424f5a1355",
"content": "5. ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน\nเนื่องจากกลุ่มบริษัทมีรายได้หลักเป็นสกุลเงินต่างประเทศจากการส่งออกสินค้า การเปลี่ยนแปลงของอัตรา\nแลกเปลี่ยนจึงอาจส่งผลต่อรายได้และผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าเงินบาทมีความผันผวนเมื่อเทียบ\nกับสกุลเงินหลักของประเทศคู่ค้า\n6. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร\nผู้บริโภคทั่วโลกยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของสินค้าอาหารมากขึ้น\nอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความนิยมสินค้าพร้อมรับประทานและสินค้าแปรรูปที่เพิ่มขึ้น กลุ่มบริษัทจึงต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์และ\nยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลของประเทศผู้นำเข้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการ\nแข่งขันและตอบสนองความต้องการของตลาดในระยะยาว\nพัฒนาการด้านความยั่งยืน\n1. การบริหารจัดการพลังงานและการใช้พลังงานทดแทน\nกลุ่มบริษัทเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การพึ่งพาไฟฟ้าจากภายนอกลดลง\nซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานได้ในระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวมจะปรับตัวสูงขึ้น\nตามการขยายตัวของการผลิตก็ตาม\n2. การมุ่งพัฒนาองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI)\nกลุ่มบริษัทให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ\nอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในองค์กร การติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ทรัพยากรผ่านระบบดิจิทัล ตลอดจนการยกระดับทักษะบุคลากรให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และ\nวางรากฐานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว\n3. การมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและชุมชน\nกลุ่มบริษัทได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่อง โดยให้การสนับสนุนด้านการศึกษา ซึ่งถือเป็น\nรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สังคม สำหรับในไตรมาสนี้กลุ่มบริษัทได้สนับสนุนงบประมาณสำหรับจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอน และกิจกรรมที่ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่สถานศึกษาและ\nเยาวชนในพื้นที่เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนอันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมใน\nระยะยาว\n4. การสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาและศาสนสถานในชุมชน\nกลุ่มบริษัทได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาและศาสนสถานในชุมชนผ่านการบริจาคเงิน สิ่งของ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมทำนุบำรุงศาสนา สืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม ตลอดจน\nส่งเสริมความสามัคคีและความผูกพันภายในชุมชน\n5. การทบทวนนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ\nคณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาอนุมัติทบทวนนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศให้รัดกุมยิ่งขึ้น\nครอบคลุมการบริหารความเสี่ยงของหน่วยงานภายนอกที่เข้าถึงข้อมูลสำคัญ การยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอนสำหรับระบบ\nและการเข้าถึงที่มีความเสี่ยงสูง ช่องทางการรายงานเหตุการณ์โดยไม่เปิดเผยตัวตน การวิเคราะห์ผลกระทบทางธุรกิจเพื่อ\nรองรับความต่อเนื่องในการดำเนินงาน แนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และโครงสร้างการกำกับดูแลที่ให้คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบมีบทบาทชัดเจนยิ่งขึ้น\nหน้าที่ 7/8",
"metadata": {
"company": "CHOTI",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 7,
"tags": [
"บริษัท",
"ต่อเนื่อง",
"สนับสนุน",
"กิจกรรม",
"สินค้า",
"การพัฒนา",
"ระยะยาว",
"การบริหาร",
"พลังงาน",
"ให้การ"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 1,
"layout_bands": 22,
"layout_tables": 0
}
},
{
"id": "CHOTI_2569_2_financial_explanation_205f4589982b495a9d05c2513608f152",
"content": "6. การรับทราบการปรับปรุงหลักเกณฑ์รายการที่มีนัยสำคัญและรายการที่เกี่ยวโยงกัน\nคณะกรรมการบริษัทรับทราบการปรับปรุงหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งขยายขอบเขตประเภทรายการที่ครอบคลุม ปรับปรุงเกณฑ์การคำนวณขนาดรายการให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติปัจจุบัน เพิ่มกลไกการรายงานความคืบหน้า\nของรายการภายหลังได้รับอนุมัติและเพิ่มสิทธิคัดค้านของผู้ถือหุ้นรายย่อย ทั้งนี้กลุ่มบริษัทได้เตรียมความพร้อมเพื่อให้การ\nปฏิบัติงานสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่\n7. การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน\nในไตรมาสที่ 2/2569 กลุ่มบริษัทไม่มีเรื่องร้องเรียนด้านการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นแต่อย่างใด สะท้อนถึง\n\nจึงเรียนมาเพื่อทราบ\nประสิทธิผลของระบบควบคุมภายในและวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล\n\nขอแสดงความนับถือ\n\n(นายชัยวัชร์เหล่าเทพพิทักษ์)\nกรรมการผู้จัดการ\n\nหน้าที่ 8/8",
"metadata": {
"company": "CHOTI",
"year": 2569,
"quarter": 2,
"category": "financial_explanation",
"source": "PDF",
"document_type": "คำอธิบายงบการเงิน",
"page_number": 8,
"tags": [
"รายการ",
"หลักเกณฑ์",
"บริษัท",
"การปรับปรุง",
"ปรับปรุง",
"สอดคล้อง",
"ทุจริต",
"คอร์รัปชัน",
"การรับทราบ",
"นัยสำคัญ"
],
"layout_method": "column_aware",
"layout_columns": 4,
"layout_bands": 5,
"layout_tables": 0
}
}
]
}
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CHOTI ไตรมาส 3/2569
รายได้รวม
526.69
ล้านบาท
↓ 2.9% YoY
กำไรขั้นต้น
-351.09
ล้านบาท
↑ 319.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-66.66
%
กำไรสุทธิ
-344.34
ล้านบาท
↑ 747.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-65.38
%
D/E Ratio
4.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
527
↓ -2.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-351
↑ + 319.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-344
↑ + 747.8%
YoY
D/E Ratio
4.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CHOTI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
4.09
ROE (%)
-67.78
ROA (%)
-19.97
Book Value/หุ้น
90.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CHOTI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-142
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+127
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CHOTI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-141.58
-77.86%
|
-639.61
-750.01%
|
98.40
-188.74%
|
-110.88
-117.09%
|
648.72
+3,109.90%
|
20.21
-540.31%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
126.71
+6.18%
|
119.33
-2,530.35%
|
-4.91
-56.82%
|
-11.37
-53.13%
|
-24.26
-801.16%
|
3.46
-107.60%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-25.36
-104.57%
|
554.94
-536.45%
|
-127.15
-253.25%
|
82.97
-109.26%
|
-896.05
+1,913.14%
|
-44.51
-178.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-40.24
-223.10%
|
32.69
-197.09%
|
-33.67
-14.28%
|
-39.28
-80.51%
|
-201.56
-462.26%
|
55.64
-527.01%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
30.15
-7.77%
|
32.69
+321.81%
|
7.75
+179.78%
|
2.77
-95.26%
|
58.50
+1,945.45%
|
2.86
-82.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
18.94
-37.18%
|
30.15
-7.77%
|
32.69
+321.81%
|
7.75
+179.78%
|
2.77
-95.26%
|
58.50
+1,945.45%
|