บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
0.55
+0.01 (+1.85%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6599 out_tok=2669 at=2026-07-25T11:00:59 -->
# CGH พลิกขาดทุนหนัก Q3/66 รับผลกระทบตลาดหุ้นวูบ-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้ค่านายหน้าดิ่ง 30% ฉุดกำไรสุทธิหด 1,328% ขณะที่ค่าใช้จ่ายพุ่งจากการลงทุนเทคโนโลยี
บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ CGH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 130.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,328% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 9.11 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับค่าใช้จ่ายรวมที่ปรับตัวสูงขึ้น ฝ่ายบริหารชี้แจงปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในงวดนี้ และแนวโน้มที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ CGH ในไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนหนักขึ้น มาจาก **รายได้รวมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 29%** โดยเฉพาะอย่างยิ่ง **รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่หดตัวถึง 30%** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากมูลค่าการซื้อขายในตลาดที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ควบคู่ไปกับ **ค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้น 14%** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีและบุคลากรเพื่อการเติบโตในอนาคต
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง** เกิดจากภาพรวมตลาดหลักทรัพย์ที่มูลค่าการซื้อขายโดยรวมลดลง ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดและอันดับของบริษัทปรับตัวลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้ **รายได้อื่นที่ลดลง 66%** เป็นผลจากกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศที่ลดลง ในขณะเดียวกัน **ค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้น** มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน 13% เนื่องจากการเพิ่มบุคลากรในบริษัทย่อยเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี รวมถึงการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และค่าใช้จ่ายอื่นที่เพิ่มขึ้น 52% จากการลงทุนในแพลตฟอร์มการซื้อขายบนมือถือและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลในเอกสาร **มีแนวโน้มที่จะเป็นลักษณะครั้งคราว** สำหรับผลกระทบจากมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโดยรวม อย่างไรก็ตาม การลงทุนในเทคโนโลยีและบุคลากรเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการลงทุนใหม่ **มีโอกาสที่จะส่งผลดีต่อการดำเนินงานในระยะยาว** แต่ในระยะสั้นอาจยังคงเป็นแรงกดดันต่อค่าใช้จ่าย ส่วนผลกระทบจากกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศนั้น **มีลักษณะไม่แน่นอนและขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด**
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 130.07 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 1,328% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 9.11 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 29%:** อยู่ที่ 308.51 ล้านบาท เทียบกับ 435.87 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ค่านายหน้าหดตัว 30%:** จากมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์และหน่วยลงทุนที่ลดลงตามสภาวะตลาด
* **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 14%:** เป็น 448.46 ล้านบาท จากการลงทุนด้านเทคโนโลยีและบุคลากร
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมลดลง:** จาก 45.59 ล้านบาท เหลือ 8.34 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 130.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้รวมลดลง 29% มาอยู่ที่ 308.51 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 30% ตามมูลค่าการซื้อขายในตลาดที่หดตัว ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 50% จากการปรับอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม กำไรและผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงินมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้น 261% และรายได้อื่นลดลง 66% ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 14% เป็น 448.46 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน 13% และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในเทคโนโลยี 52% ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 82%
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 165.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 395% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้รวมลดลง 14% มาอยู่ที่ 1,051.67 ล้านบาท จากรายได้ค่านายหน้าลดลง 15% และรายได้อื่นลดลง 53% แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น 47% และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 170% แต่ค่าใช้จ่ายรวมกลับเพิ่มขึ้น 15% เป็น 1,314.98 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่เพิ่มขึ้น 10% และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเทคโนโลยี 37%
## โอกาส
* **การลงทุนในแพลตฟอร์มการลงทุนบนมือถือ:** บริษัทฯ ได้ลงทุนในแพลตฟอร์มใหม่ ซึ่งมีศักยภาพในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดและสร้างรายได้ในอนาคต
* **การขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การเพิ่มบุคลากรเพื่อขยายธุรกิจตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ อาจเป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้
* **การปรับอัตราดอกเบี้ย:** การปรับอัตราดอกเบี้ยจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ดอกเบี้ยรับ
* **ผลประกอบการที่ดีขึ้นของบริษัทร่วม:** บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) มีผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อส่วนแบ่งกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์:** มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลงส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ค่านายหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
* **การแข่งขันในธุรกิจหลักทรัพย์:** การแข่งขันที่สูงอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและรายได้ค่านายหน้า
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนในเทคโนโลยีและบุคลากรส่งผลให้ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น
* **ความไม่แน่นอนของผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงิน:** ราคาตลาดของตราสารที่ลดลงส่งผลให้เกิดผลขาดทุนเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และผลกระทบต่อรายได้ค่านายหน้า
* ความคืบหน้าและผลตอบรับจากการเปิดตัวแพลตฟอร์มการลงทุนบนมือถือ
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานและค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี
* ผลประกอบการของบริษัทร่วม โดยเฉพาะบริษัท เบาว์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)
* สภาวะตลาดตราสารทางการเงิน และผลกระทบต่อผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**รายได้ค่านายหน้า:** มีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 30% ในไตรมาส 3 ปี 2566 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะตลาดที่ซบเซาและมูลค่าการซื้อขายที่ลดลง ส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งการตลาดของบริษัท
**รายได้ดอกเบี้ย:** มีการเติบโตที่ดีถึง 50% ในไตรมาส 3 ปี 2566 จากการปรับอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์
**รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** มีการเติบโตเล็กน้อย 41% ในไตรมาส 3 ปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์และค่าบริการที่ปรึกษาทางการเงิน
**ผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงิน:** มีผลขาดทุนเพิ่มขึ้น 261% ในไตรมาส 3 ปี 2566 เนื่องจากราคาตลาดของตราสารที่ลดลง
**ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน:** เพิ่มขึ้น 13% ในไตรมาส 3 ปี 2566 เนื่องจากการเพิ่มบุคลากรเพื่อรองรับการพัฒนาแอปพลิเคชันลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี รวมถึงการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
**ค่าใช้จ่ายอื่น:** เพิ่มขึ้น 52% ในไตรมาส 3 ปี 2566 จากการลงทุนในแพลตฟอร์มการซื้อขายแอพพลิเคชั่นบนมือถือ โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน
**ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** มีการขาดทุนลดลง 82% ในไตรมาส 3 ปี 2566 โดยบริษัท เบาว์ แอนด์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) มีผลขาดทุนลดลง ในขณะที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) มีผลกำไรเพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 8,886.13 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 9,007.22 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ในขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเป็น 3,519.73 ล้านบาท จาก 3,238.00 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลงมาอยู่ที่ 5,566.40 ล้านบาท จาก 5,769.22 ล้านบาท
(หมายเหตุ: เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดโดยตรง)
## สรุปท้าย
CGH เผชิญกับผลประกอบการที่น่าผิดหวังในไตรมาส 3 ปี 2566 โดยขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากแรงกดดันของรายได้ค่านายหน้าที่ลดลงอย่างมากตามสภาวะตลาด และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในเทคโนโลยี แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และการขาดทุนที่ลดลงจากบริษัทร่วม แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบเชิงลบได้ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มตลาดหลักทรัพย์ การบริหารจัดการต้นทุน และความคืบหน้าของการลงทุนในแพลตฟอร์มใหม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CGH ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
352.62
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
กำไรขั้นต้น
281.79
ล้านบาท
↓ 12.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
79.91
%
กำไรสุทธิ
-32.34
ล้านบาท
↓ 178.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-9.17
%
D/E Ratio
0.46
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
353
↓ -11.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
282
↓ -12.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-32
↓ -178.2%
YoY
D/E Ratio
0.46
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.46
ROE (%)
-3.13
ROA (%)
-1.45
Book Value/หุ้น
1.45
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-296
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-905
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-296.09
-64.72%
|
-839.32
-184.53%
|
992.98
-1,490.73%
|
-71.40
-109.27%
|
769.82
-338.39%
|
-322.93
-46.60%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-905.39
+162.66%
|
-344.70
+548.05%
|
-53.19
-123.56%
|
225.73
-113.87%
|
-1,628.04
-882.03%
|
208.18
-41.77%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
575.12
+1,631.25%
|
33.22
-90.60%
|
353.40
-172.71%
|
-486.07
-1,194.26%
|
44.42
-140.22%
|
-110.45
-166.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-626.36
-45.57%
|
-1,150.78
-188.99%
|
1,293.19
-489.83%
|
-331.73
-59.24%
|
-813.81
+261.39%
|
-225.19
-50.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
595.20
-53.20%
|
1,271.82
+16.59%
|
1,090.85
+20.25%
|
907.15
+9.16%
|
831.05
+135.81%
|
352.42
-53.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
975.69
+63.93%
|
595.20
-53.20%
|
1,271.82
+16.59%
|
1,090.85
+20.25%
|
907.15
+9.16%
|
831.05
+135.81%
|