บริษัท บิซิเนส ออนไลน์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
5.15
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก รายได้รวม ซึ่งเพิ่มขึ้น เป็น จํานวน 6.94 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 4.19 เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้รวม ไตรมาสเดียวกันของ ปีก่อน <span class=text-red>โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากโครงการพิเศษ (Special Project) ได้แก่ รายได้ จากการให้บริการในรูปแบบ One-Off Project และรายได้จากการให้บริการต่อเนื่อง </span> ในรูปแบบสัญญา บํารุงรักษาระบบฯ ( Maintenance Service Agreement) และการเพิ่มขึ้นจากรายได้อื่น ได้แก่ ผลกําไรที่ เกิดขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และรายได้จากการโอนกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิต ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ตามที่กําหนดไว้ในมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เรื่อง เครื่องมือทาง การเงิน
ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง คิดเป็นร้อยละ 33.66 เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารของไตรมาสที่ 2 ปีที่ผ่านมา โดยมี สาเหตุหลักจากการชะลอการใช้จ่ายในกิจกรรมของบริษัทฯ ในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9473 out_tok=2618 at=2026-07-27T08:38:51 -->
LPN กำไรสุทธิ Q2/64 ดิ่ง 21% รับรายได้ขายอสังหาฯ หดหนัก
ฝ่ายบริหาร LPN ชี้สถานการณ์โควิดกระทบหนัก รายได้ขายโครงการอาคารชุดวูบ 36.58% แม้ธุรกิจเช่าและบริหารหนุน แต่ไม่ทันฉุดภาพรวม ขณะที่บริษัทเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ 1 โครงการ มูลค่า 2,500 ล้านบาท และเตรียมเปิดอีก 5 โครงการใน Q4/64 มูลค่า 5,000 ล้านบาท คาดธุรกิจอสังหาฯ ฟื้นตัว Q4/64
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ LPN ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลง 21.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **รายได้จากการขายโครงการอาคารชุดพักอาศัยที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 36.58%** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการโดยรวม แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากรายได้ธุรกิจให้เช่าและบริการที่เติบโตสูงถึง 82.66% และรายได้จากธุรกิจบริหารที่เพิ่มขึ้น 14.72% รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง
สาเหตุที่รายได้จากการขายโครงการอาคารชุดพักอาศัยลดลงนั้น เป็นผลโดยตรงจาก **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19** ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทำให้การตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ของผู้บริโภคล่าช้าออกไป และส่งผลต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารได้พยายามกระจายฐานรายได้ผ่านธุรกิจให้เช่าและบริการ รวมถึงธุรกิจบริหาร ซึ่งสามารถเติบโตได้ดี แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากภาคการขายอสังหาริมทรัพย์ได้ทั้งหมด
สำหรับโอกาสในการต่อเนื่องของปัจจัยนี้ **ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตามสถานการณ์โควิด-19 อย่างใกล้ชิด** แม้ว่าฝ่ายบริหารจะคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4/2564 โดยมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 5 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 5,000 ล้านบาท แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การระบาดและการฉีดวัคซีนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องเฝ้าระวัง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 21.19% YoY** อยู่ที่ 120.99 ล้านบาท จาก 153.53 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2563
* **รายได้รวมลดลง 11.54% YoY** อยู่ที่ 1,360.88 ล้านบาท จาก 1,538.45 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 20.30% YoY** โดยเฉพาะโครงการอาคารชุดพักอาศัยลดลง 36.58% แต่โครงการบ้านพักอาศัยเพิ่มขึ้น 15.00%
* **รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการเติบโตโดดเด่น 82.66% YoY** และรายได้จากธุรกิจบริหารเพิ่มขึ้น 14.72% YoY
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง** 24.39% และ 8.65% ตามลำดับ
* **เปิดตัวโครงการใหม่ 1 โครงการ** มูลค่า 2,500 ล้านบาท และมีแผนเปิดอีก 5 โครงการใน Q4/64 มูลค่า 5,000 ล้านบาท
* **ยอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่ 2,700 ล้านบาท** จะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2564-2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 120.99 ล้านบาท ลดลง 21.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 153.53 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 1,360.88 ล้านบาท ลดลง 11.54% จาก 1,538.45 ล้านบาท ในปีก่อน
การลดลงของรายได้รวมส่วนใหญ่มาจากการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 20.30% โดยเฉพาะรายได้จากโครงการอาคารชุดพักอาศัยที่ลดลงถึง 36.58% แม้ว่ารายได้จากโครงการบ้านพักอาศัยจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.00% ก็ตาม ในขณะเดียวกัน รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 82.66% และรายได้จากธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการเพิ่มขึ้น 14.72%
อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงจาก 29.36% เป็น 25.78% แต่ในส่วนของธุรกิจให้เช่าและบริการและธุรกิจบริหารมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 24.39% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 8.65% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลลดลง 23.91%
## โอกาส
* **การกระจายฐานรายได้:** การเติบโตของรายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการ รวมถึงธุรกิจบริหาร เป็นสัญญาณที่ดีในการลดการพึ่งพารายได้จากการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** การมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งอาคารชุดและบ้านพักอาศัยในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 แสดงถึงความเชื่อมั่นในตลาดและศักยภาพในการเติบโต
* **การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 4/2564 ซึ่งเป็นโอกาสในการรับรู้รายได้จากการขายโครงการที่รออยู่
* **การปรับโครงสร้างองค์กรและ Digital Transformation:** การปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน อาจส่งผลดีต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การระบาดและการควบคุมโรคยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อยอดขาย การโอนกรรมสิทธิ์ และการดำเนินงานโดยรวม
* **กำลังซื้อของผู้บริโภค:** ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อที่ลดลง อาจส่งผลต่อความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งในด้านราคา ทำเลที่ตั้ง และคุณภาพของโครงการ
* **ต้นทุนการก่อสร้างและวัสดุ:** ความผันผวนของต้นทุนการก่อสร้างและวัสดุ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และมาตรการภาครัฐ:** การควบคุมโรคและการฉีดวัคซีนจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์
* **ยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่:** ประสิทธิภาพในการเปิดตัวและขายโครงการใหม่ที่วางแผนไว้ใน Q4/64
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** ความสามารถในการทยอยรับรู้รายได้จากยอดขายรอโอนจำนวน 2,700 ล้านบาท
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจให้เช่าและบริการ:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้ที่มั่นคง
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในส่วนของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริการ LPN แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดย **รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้นถึง 82.66%** ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายงานเช่าอย่างต่อเนื่องของโครงการลุมพินีทาวน์ชิป รังสิต - คลอง 1 และโครงการอาคารชุดพร้อมอยู่ รวมถึงการนำทรัพย์สินที่มีอยู่มาพัฒนาโครงการขนาดเล็กเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
นอกจากนี้ **รายได้จากธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการยังเพิ่มขึ้น 14.72%** ซึ่งเกิดจากการรับบริหารโครงการงานบริการทางวิศวกรรมและงานบริการอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการและให้บริการที่หลากหลาย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าธุรกิจบริการจะเติบโตได้ดี แต่อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ยังคงลดลง ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตาว่าการเติบโตของธุรกิจบริการจะสามารถชดเชยผลกระทบจากภาคการขายได้มากน้อยเพียงใดในระยะยาว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 23,725.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.45% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจ่ายค่าที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ และการนำทรัพย์สินมาพัฒนาโครงการขนาดเล็ก ในขณะที่ที่ดินและต้นทุนโครงการระหว่างก่อสร้างลดลง แต่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 3.77% เป็น 12,241.71 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพื่อใช้ในการลงทุนพัฒนาโครงการและการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.06:1
กระแสเงินสดรวมสุทธิลดลง 14.37% มาอยู่ที่ 785.01 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้น และใช้ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กระแสเงินสดรวมสุทธิลดลง 45.76% เนื่องจากปีก่อนมีการสำรองเงินไว้สำหรับการซื้อหุ้นคืน
บริษัทประสบความสำเร็จในการขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ อายุ 3 ปี มูลค่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน และจะนำเงินไปใช้ในการขยายกิจการเพื่อรองรับเป้าหมายการเติบโตในอนาคต
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ LPN ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือการปรับตัวลดลงของกำไรสุทธิ 21.19% อันเป็นผลมาจากรายได้จากการขายโครงการอาคารชุดที่หดตัวอย่างมีนัยสำคัญจากผลกระทบของโควิด-19 แม้ว่าธุรกิจให้เช่าและบริการจะเติบโตโดดเด่นถึง 82.66% และบริษัทได้พยายามบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โอกาสในการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และการเปิดตัวโครงการใหม่ที่วางแผนไว้ในปลายปีนี้ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์โรคระบาดและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BOL ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
161.38
ล้านบาท
↑ 9.8% YoY
กำไรขั้นต้น
101.96
ล้านบาท
↑ 11.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.18
%
กำไรสุทธิ
46.41
ล้านบาท
↑ 2.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.76
%
D/E Ratio
0.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
161
↑ + 9.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
102
↑ + 11.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
46
↑ + 2.6%
YoY
D/E Ratio
0.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BOL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.41
ROE (%)
27.22
ROA (%)
22.15
Book Value/หุ้น
1.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BOL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-113
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+11
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BOL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-113.44
+105.25%
|
-55.27
-32.74%
|
-82.17
-35.04%
|
-126.49
-34.06%
|
-191.82
-3,219.02%
|
6.15
-78.48%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
10.95
-103.34%
|
-327.82
+377.52%
|
-68.65
-70.39%
|
-231.81
-770.36%
|
34.58
-211.44%
|
-31.03
-51.68%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
137.67
-5.57%
|
145.79
+6.00%
|
137.54
+13.59%
|
121.08
-7.09%
|
130.32
+722.21%
|
15.85
-19,912.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
35.18
-114.83%
|
-237.29
+1,685.48%
|
-13.29
-94.40%
|
-237.23
+781.57%
|
-26.91
+198.34%
|
-9.02
-32.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
369.97
+18.72%
|
311.62
+14.22%
|
272.83
+114.95%
|
126.93
-24.88%
|
168.97
-29.01%
|
238.02
+6.19%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
258.47
-30.14%
|
369.97
+18.72%
|
311.62
+14.22%
|
272.83
+114.95%
|
126.93
-24.88%
|
168.97
-29.01%
|