บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
5.95
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีการส่งมอบงานที่เป็นโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ
บริษัทมีการลงทุนในบริษัทย่อย (บริษัท แคนเซอร์อลิอันซ์ จํากัด) เพื่อดําเนินโครงการโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านการ รักษาโรคมะเร็ง ทําให้บริษัทมีการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทย่อยเท่ากับ 2.83 ล้านบาท ตามสัดส่วนที่บริษัทลงทุนในบริษัทย่อย ดังกล่าวที่ร้อยละ 65
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5778 out_tok=2097 at=2026-07-25T09:59:29 -->
# BIZ กำไรสุทธิ Q3/66 หายเกือบครึ่ง รับผลกระทบส่งมอบงานมูลค่าลดลง
## รายได้หลักทรงตัว แต่กำไรขั้นต้นวูบ ฉุดผลประกอบการภาพรวม
บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIZ รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 46.54 ล้านบาท ลดลง 45.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการดำเนินงานหลักจะทรงตัว แต่กำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเป็นปัจจัยกดดันหลัก โดยเฉพาะจากรายได้จากการขายที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ BIZ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ลดลงอย่างมาก** จาก 24.28% ในปีก่อน เหลือเพียง 17.19% ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง 23.37% แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานหลักจะทรงตัว
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ลดลง** เป็นผลมาจากการที่บริษัทมีการส่งมอบงานที่มีมูลค่าน้อยกว่าโครงการที่ส่งมอบในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามปกติของอัตรากำไรขั้นต้นของงานโครงการ นอกจากนี้ รายได้จากการขายลดลง 5.10% หรือ 15.72 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากการส่งมอบงานที่มีมูลค่าน้อยกว่า ในขณะที่รายได้จากการบริการเพิ่มขึ้น 16.21% หรือ 14.43 ล้านบาท จากจำนวนสัญญาบริการบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้น และรายได้จากกิจการโรงพยาบาลทรงตัว
ส่วนรายได้อื่นลดลงอย่างมากถึง 93.62% หรือ 28.71 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในอนาคต เนื่องจากสาเหตุหลักมาจากการส่งมอบงานโครงการที่มีมูลค่าน้อยกว่าในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของงานโครงการ อย่างไรก็ตาม การที่อัตรากำไรขั้นต้นของงานโครงการเป็นไปตามปกติของงานโครงการ อาจบ่งชี้ว่าการส่งมอบงานในอนาคตอาจกลับมามีมูลค่าและอัตรากำไรที่สูงขึ้นได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 45.32% YoY:** อยู่ที่ 46.54 ล้านบาท จาก 85.34 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรสุทธิลดลง:** อยู่ที่ 10.98% จาก 18.88% ในปีก่อน
* **รายได้จากการขายลดลง 5.10% YoY:** อยู่ที่ 292.30 ล้านบาท เนื่องจากส่งมอบงานมูลค่าต่ำกว่าปีก่อน
* **รายได้จากการบริการเพิ่มขึ้น 16.21% YoY:** อยู่ที่ 103.46 ล้านบาท จากจำนวนสัญญาบำรุงรักษาที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรขั้นต้นจากการขายลดลง 23.77% YoY:** อยู่ที่ 75.36 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายลดลงเหลือ 17.19% จาก 24.28%
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 423.94 ล้านบาท ลดลง 6.62% หรือ 30.06 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 454.00 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขาย และรายได้อื่น (กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน) แม้ว่ารายได้จากการบริการจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 3.78% และต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น 17.95% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 23.77% หรือ 23.51 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน
ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 45.57% และกำไรเบ็ดเสร็จรวมจากส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทอยู่ที่ 46.54 ล้านบาท ลดลง 45.32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของสัญญาบริการบำรุงรักษา:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนรายได้จากการบริการให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **การดำเนินโครงการโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านมะเร็ง:** แม้รายได้จะทรงตัว แต่ยังคงเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้สม่ำเสมอ
* **การส่งมอบงานโครงการในอนาคต:** หากสามารถกลับมาส่งมอบงานโครงการที่มีมูลค่าสูงขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของมูลค่างานโครงการ:** การส่งมอบงานที่มีมูลค่าน้อยกว่าปีก่อนส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และกำไรขั้นต้น
* **การพึ่งพิงรายได้จากการขาย:** หากการส่งมอบงานโครงการยังคงมีมูลค่าต่ำ อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะยาว
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ส่งผลกระทบต่อรายได้อื่นอย่างมีนัยสำคัญ ดังที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มมูลค่างานโครงการที่จะส่งมอบในไตรมาสถัดไป:** เพื่อประเมินการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การเติบโตของจำนวนสัญญาบริการบำรุงรักษา:** เพื่อประเมินการเติบโตของรายได้จากการบริการ
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและต้นทุนบริการ:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
* **ความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เพื่อลดผลกระทบต่อรายได้อื่น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
ในมุมมองของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค BIZ มีลักษณะธุรกิจที่แตกต่างออกไป โดยเน้นการให้บริการด้านการแพทย์และเทคโนโลยีทางการแพทย์เป็นหลัก
* **รายได้จากการขาย:** ลดลง 5.10% YoY เป็น 292.30 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการส่งมอบงานโครงการที่มีมูลค่าน้อยกว่าปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าโครงการที่ส่งมอบในแต่ละช่วงเวลา
* **รายได้จากการบริการ:** เพิ่มขึ้น 16.21% YoY เป็น 103.46 ล้านบาท บ่งชี้ถึงการเติบโตของธุรกิจบริการหลังการขายและการบำรุงรักษา ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income)
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 24.28% เหลือ 17.19% ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นไปตามปกติของงานโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งอาจหมายถึงการส่งมอบโครงการที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าปกติ หรือการบริหารต้นทุนโครงการที่อาจมีแรงกดดัน
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการบริการ:** อยู่ในระดับใกล้เคียงปีก่อนที่ 17.49% (เทียบกับ 18.70% ปีก่อน) แสดงถึงความสามารถในการรักษาอัตรากำไรของธุรกิจบริการ
* **รายได้จากกิจการโรงพยาบาล:** ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนที่ 26.22 ล้านบาท
โดยรวมแล้ว ธุรกิจของ BIZ ไม่ได้มีลักษณะของสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปที่เน้น SSS/volume หรือ market share ในตลาดผู้บริโภคโดยตรง แต่เป็นการให้บริการทางการแพทย์และเทคโนโลยี ซึ่งปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการส่งมอบโครงการและการให้บริการหลังการขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
BIZ เผชิญกับแรงกดดันด้านกำไรในไตรมาส 3 ปี 2566 จากอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งมอบงานโครงการที่มีมูลค่าน้อยกว่าปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการบริการจะเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวมีลักษณะเป็นครั้งคราว และการเติบโตของรายได้จากการบริการเป็นสัญญาณที่ดีในระยะยาว นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มมูลค่างานโครงการที่จะส่งมอบในอนาคต รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BIZ ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
417.14
ล้านบาท
↓ 17.1% YoY
กำไรขั้นต้น
98.27
ล้านบาท
↓ 15% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
23.56
%
กำไรสุทธิ
53.81
ล้านบาท
↓ 28.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.90
%
D/E Ratio
0.89
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
417
↓ -17.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
98
↓ -15%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
54
↓ -28.7%
YoY
D/E Ratio
0.89
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BIZ
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.89
ROE (%)
33.00
ROA (%)
21.13
Book Value/หุ้น
1.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BIZ
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-175
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+6
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BIZ
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-174.71
-195.52%
|
182.90
+117.76%
|
83.99
-115.20%
|
-552.45
+9,524.56%
|
-5.74
-102.97%
|
193.32
-100.12%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
6.37
+4.94%
|
6.07
-131.27%
|
-19.41
-356.75%
|
7.56
-75.09%
|
30.35
+84.16%
|
16.48
-100.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
9.19
-156.55%
|
-16.25
-109.78%
|
166.12
-15.44%
|
196.46
-174.55%
|
-263.54
+149.71%
|
-105.54
-100.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-163.99
-228.20%
|
127.92
-49.41%
|
252.85
-155.62%
|
-454.58
+259.15%
|
-126.57
+205.14%
|
-41.48
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
397.14
-36.40%
|
624.44
+167.19%
|
233.71
-27.73%
|
323.37
+56.55%
|
206.56
+101.70%
|
102.41
-99.91%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
154.10
-61.20%
|
397.14
-36.40%
|
624.44
+167.19%
|
233.71
-27.73%
|
323.37
+56.55%
|
206.56
-99.80%
|