บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.14
+0.02 (+0.94%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8417 out_tok=2718 at=2026-07-25T09:59:21 -->
# BIS กำไรสุทธิ Q3/2566 โต 15.37% รับแรงหนุนรายได้ขายพุ่ง
## รายได้รวมโต 8.58% จากการฟื้นตัวอุตสาหกรรมสุกรและธุรกิจสัตว์เลี้ยง ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นตาม
บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 646.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 16.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.95% ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 16.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.37% จากปัจจัยการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสุกรและแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจสัตว์เลี้ยง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BIS ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายสุทธิที่เพิ่มขึ้น 10.27%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.37% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากสถานการณ์โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ที่มีแนวโน้มดีขึ้น ทำให้ประชากรสุกรในอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเติบโตของผลิตภัณฑ์กลุ่ม High Margin อย่างผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยโรคสำหรับสัตว์เล็ก (Diagnostic) และผลิตภัณฑ์อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับสัตว์ (Complete Feed)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสุกรเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสัตว์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์รักษาและป้องกันโรคสำหรับสัตว์ (Animal Health) และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินสำหรับสัตว์ (Nutrition) นอกจากนี้ การเติบโตของธุรกิจสัตว์เลี้ยงยังเป็นอีกแรงหนุนสำคัญ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยโรคสำหรับสัตว์เล็ก (Diagnostic) ที่มีแนวโน้มเติบโตดี การเพิ่มขึ้นของรายได้จากกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง (High Margin) ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 11.70% แม้ว่าต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้นตามยอดขายก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพยังช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลง ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมปรับตัวดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์จำนวนผู้เลี้ยงสุกรและประชากรสุกรจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2566 และปี 2567 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุกร นอกจากนี้ การเติบโตของธุรกิจสัตว์เลี้ยงยังเป็นแนวโน้มที่คาดว่าจะดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โรคระบาดและสภาวะตลาดอาจส่งผลกระทบต่อการคาดการณ์ได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2566 เติบโต 8.58%** แตะ 646.09 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายสุทธิเพิ่มขึ้น 10.27%
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 เพิ่มขึ้น 15.37%** อยู่ที่ 16.88 ล้านบาท (ส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 19.95% เป็น 16.50 ล้านบาท)
* **กำไรขั้นต้น Q3/2566 เพิ่มขึ้น 11.70%** เป็น 84.57 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 13.20%
* **รายได้จากการขาย 9 เดือนแรกปี 2566 เติบโต 8.26%** อยู่ที่ 1,744.49 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 21.47%** อยู่ที่ 35.14 ล้านบาท เนื่องจากมีรายการพิเศษในปี 2565
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 7.72%** เป็น 1,168.88 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลัง
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 25.19%** เป็น 396.33 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท BIS มีรายได้รวม 646.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.58% จาก 595.04 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายสุทธิ 640.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.27% ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 10.06% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 11.70% เป็น 84.57 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 13.20% จาก 13.03% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 4.36% จากการบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น แต่หากไม่รวมรายการนี้ บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวด 3 เดือนอยู่ที่ 16.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.37% จาก 14.63 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิที่ 2.61% จาก 2.46%
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 1,757.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.37% โดยมีกำไรสุทธิ 35.14 ล้านบาท ลดลง 21.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่ปี 2565 มีกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสุกร:** สถานการณ์โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ที่มีแนวโน้มดีขึ้น ส่งผลให้ประชากรสุกรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพสัตว์
* **การเติบโตของธุรกิจสัตว์เลี้ยง:** ผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยโรคสำหรับสัตว์เล็ก (Diagnostic) และผลิตภัณฑ์อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับสัตว์ (Complete Feed) มีแนวโน้มเติบโตที่ดี
* **การบริหารจัดการสินทรัพย์:** นโยบายการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โรคระบาด:** แม้สถานการณ์ ASF จะดีขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงของโรคระบาดในสัตว์อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมได้
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพสัตว์มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายอื่นๆ อาจส่งผลต่ออัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสุกรและจำนวนประชากรสุกรในปี 2566-2567
* การเติบโตของผลิตภัณฑ์กลุ่ม High Margin โดยเฉพาะกลุ่ม Diagnostic และ Complete Feed
* การบริหารจัดการต้นทุนขายและต้นทุนในการจัดจำหน่าย
* ผลกระทบจากการบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
* การดำเนินงานตามแผนการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในกลุ่มธุรกิจบริการ BIS มีการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3 ปี 2566 โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์รักษาและป้องกันโรคสำหรับสัตว์ (Animal Health) ที่เติบโต 7.71% และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินสำหรับสัตว์ (Nutrition) ที่เติบโต 15.75% รวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยโรคสำหรับสัตว์ (Diagnostic) ที่เติบโต 12.95% และผลิตภัณฑ์อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับสัตว์ (Complete Feed) ที่เติบโต 20.81% การเติบโตนี้สะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดสัตว์เลี้ยงและอุตสาหกรรมสุกรที่ฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม รายได้จากผลิตภัณฑ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ (Ingredient) แม้จะเติบโต 4.00% แต่สัดส่วนรายได้ยังคงสูงที่สุดที่ 30.02% ในไตรมาสนี้ การบริหารจัดการต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 10.06% เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้รักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ ซึ่งในไตรมาสนี้ BIS สามารถทำได้ดีขึ้นเล็กน้อยที่ 13.20%
สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกปี 2566 กลุ่มผลิตภัณฑ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ (Ingredient) มีการเติบโตโดดเด่นถึง 32.40% แต่กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินสำหรับสัตว์ (Nutrition) กลับลดลงถึง 18.84% ซึ่งต้องติดตามสาเหตุและแนวโน้มการฟื้นตัวของกลุ่มนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 สินทรัพย์รวมของ BIS อยู่ที่ 1,168.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.72% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินลงทุนระยะสั้นลดลงจากการนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 12.03% ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 19.66% เพื่อรองรับการขาย
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 25.19% เป็น 396.33 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่นที่เพิ่มขึ้น 26.39% ตามปริมาณสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.41 เท่า เป็น 0.51 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.52% เป็น 772.55 ล้านบาท แม้จะมีการจ่ายเงินปันผล 32.185 ล้านบาท แต่ก็มีกำไรจากการดำเนินงาน 35.14 ล้านบาทเข้ามาเสริม
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.53 เท่า ลดลงจาก 2.79 เท่า แต่ยังอยู่ในระดับที่เพียงพอต่อการดำเนินงาน อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 11.53% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 6.08% ในงวด 9 เดือนแรกปีนี้
## สรุปท้าย
BIS ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมสุกรและการเติบโตของธุรกิจสัตว์เลี้ยง ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แม้ว่าภาพรวม 9 เดือนแรกจะยังคงมีกำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากรายการพิเศษในปีที่แล้ว แต่แนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาสนี้เป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการต้นทุน การแข่งขันในตลาด และความผันผวนของสถานการณ์โรคระบาด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BIS ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
611.08
ล้านบาท
↓ 1.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-498.18
ล้านบาท
↓ 4.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-81.52
%
กำไรสุทธิ
-8.30
ล้านบาท
↓ 145.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.36
%
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
611
↓ -1.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-498
↓ -4.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-8
↓ -145.4%
YoY
D/E Ratio
0.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BIS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
4.85
ROA (%)
4.48
Book Value/หุ้น
2.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BIS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-95
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+152
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BIS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-95.03
-195.79%
|
99.21
-1,756.26%
|
-5.99
-95.17%
|
-124.12
-437.93%
|
36.73
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
151.72
-268.73%
|
-89.92
+688.08%
|
-11.41
-105.89%
|
193.73
-1,354.73%
|
-15.44
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
122.84
+162.42%
|
46.81
-500.09%
|
-11.70
-94.61%
|
-217.13
-949.16%
|
25.57
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
179.51
+219.98%
|
56.10
-292.78%
|
-29.10
-80.27%
|
-147.52
-414.81%
|
46.86
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
128.09
+406.28%
|
25.30
+12.75%
|
22.44
-69.03%
|
72.46
+183.05%
|
25.60
-73.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
52.30
-59.17%
|
128.09
+406.28%
|
25.30
+12.75%
|
22.44
-69.03%
|
72.46
+183.04%
|