บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
2.14
+0.02 (+0.94%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8510 out_tok=2655 at=2026-07-25T11:44:50 -->
# BIS กำไรสุทธิ Q2/2565 หดตัว 8.89% รับแรงกดดันต้นทุนขาย-จัดจำหน่ายพุ่ง
## รายได้รวมโต 13.10% แต่ GPM หดตัว ชี้ปัจจัยหลักจากสินค้าใหม่-การแข่งขันสูง
บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 30.12 ล้านบาท ลดลง 8.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 13.10% เป็น 1,042.06 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายและต้นทุนจัดจำหน่ายที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ BIS ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลง มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ประกอบกับ **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น** แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดี
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** GPM ลดลงจาก 17.70% ใน Q2/2564 มาอยู่ที่ 15.60% ใน Q2/2565 สาเหตุหลักเกิดจากการที่บริษัทมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มวัตถุดิบอาหารสัตว์ (Ingredient) ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างต่ำ ทำให้ GPM โดยรวมลดลง นอกจากนี้ สินค้าในกลุ่มรักษาและป้องกันโรคสำหรับสัตว์ (Animal Health) มีอัตรากำไรลดลง เนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้นจากจำนวนประชากรสุกรที่ลดลง และปัญหาสินค้าวัคซีนใกล้หมดอายุ ทำให้คู่แข่งปรับลดราคาสินค้า
2. **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 13.70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มทีมงานฝ่ายขายเพื่อทำการตลาดกลุ่มลูกค้าใหม่ในธุรกิจสัตว์เลี้ยง และเพื่อรองรับสินค้าจากคู่ค้ารายใหม่ รวมถึงค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้นจากการที่ทีมงานขายสามารถเข้าพบลูกค้าได้ตามปกติหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า **สถานการณ์ด้านอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับสินค้ากลุ่มรักษาและป้องกันโรคสำหรับสัตว์ (Animal Health) มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในครึ่งปีหลัง** อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีอัตรากำไรต่ำ และการแข่งขันที่ยังคงมีอยู่ อาจส่งผลกดดันต่อ GPM โดยรวมในระยะสั้น ส่วนต้นทุนจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายทีมงานและกิจกรรมการตลาด คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องหากการขยายตลาดประสบความสำเร็จ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 เติบโต 13.10% YoY:** อยู่ที่ 1,042.06 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยโรค (Diagnostic), ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามิน (Nutrition) และผลิตภัณฑ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ (Ingredient)
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 หดตัว 8.89% YoY:** อยู่ที่ 30.12 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายและต้นทุนจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง:** จาก 17.70% ใน Q2/2564 เป็น 15.60% ใน Q2/2565 จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมาร์จิ้นต่ำและการแข่งขันที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 13.70% YoY:** จากการขยายทีมงานขายและค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 122.45% YoY:** จากกำไรจากการขายทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นหลัง IPO:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 23.74% จากการได้รับเงิน IPO โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 64.24% และเงินลงทุนระยะสั้นเพิ่มขึ้นจากการนำเงิน IPO ไปลงทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,030.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้จากผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยโรค (Diagnostic) ซึ่งมีความต้องการสูงในตลาด โดยเฉพาะชุดเครื่องตรวจโรคสำหรับปศุสัตว์ และตลาดสัตว์เลี้ยงที่เติบโตต่อเนื่อง รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามิน (Nutrition) ที่เติบโตจากการขายให้ภาคเอกชนรายใหญ่ อย่างไรก็ตาม รายได้จากผลิตภัณฑ์รักษาและป้องกันโรคสำหรับสัตว์ (Animal Health) ปรับตัวลดลง เนื่องจากจำนวนประชากรสุกรโดยรวมยังลดลง
ในขณะที่กำไรขั้นต้นสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 160.70 ล้านบาท ลดลง 0.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17.70% เป็น 15.60% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มวัตถุดิบอาหารสัตว์ (Ingredient) ที่มีอัตรากำไรต่ำ และการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์รักษาและป้องกันโรคสำหรับสัตว์ (Animal Health)
ส่วนกำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 30.12 ล้านบาท ลดลง 8.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรขั้นต้นที่ลดลง และต้นทุนจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยง:** พฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยโรคสำหรับสัตว์เลี้ยงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
* **ความต้องการชุดเครื่องตรวจโรคสำหรับปศุสัตว์:** ชุดเครื่องตรวจโรคสำหรับปศุสัตว์ โดยเฉพาะการคัดกรองโรค ASF ยังคงมีความต้องการในตลาดสูงอย่างต่อเนื่อง
* **การขยายฐานลูกค้า:** การเพิ่มทีมงานฝ่ายขายเพื่อทำการตลาดกลุ่มลูกค้าใหม่ในธุรกิจสำหรับสัตว์เลี้ยง และการรองรับสินค้าจากคู่ค้ารายใหม่ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตของรายได้
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคา:** การแข่งขันที่สูงขึ้นในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์รักษาและป้องกันโรคสำหรับสัตว์ (Animal Health) อาจกดดันอัตรากำไร
* **ความผันผวนของจำนวนประชากรสุกร:** จำนวนประชากรสุกรที่ลดลงส่งผลกระทบต่อความต้องการและกำลังซื้อสินค้าในกลุ่ม Animal Health
* **การเข้ามาของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมาร์จิ้นต่ำ:** การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มวัตถุดิบอาหารสัตว์ (Ingredient) ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างต่ำ อาจส่งผลกระทบต่อ GPM โดยรวม
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและต้นทุนจัดจำหน่ายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** โดยเฉพาะในกลุ่ม Animal Health ที่ฝ่ายจัดการคาดว่าจะดีขึ้นในครึ่งปีหลัง และผลกระทบจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Ingredient ที่มีมาร์จิ้นต่ำ
* **การเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยง:** ประสิทธิภาพของการขยายทีมงานขายและกลยุทธ์การตลาดสำหรับกลุ่มลูกค้าสัตว์เลี้ยง
* **การบริหารจัดการต้นทุนจัดจำหน่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายทีมงานและกิจกรรมการตลาด
* **สถานการณ์โรค ASF:** ผลกระทบต่อความต้องการสินค้าในกลุ่ม Animal Health
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือเพื่อรองรับสินค้าใหม่และคู่ค้ารายใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในฐานะธุรกิจบริการด้านสุขภาพสัตว์ BIS มีการกระจายรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 รายได้หลักมาจากผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยโรค (Diagnostic) 22.23%, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามิน (Nutrition) 21.16%, และผลิตภัณฑ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ (Ingredient) 18.27% ซึ่งกลุ่ม Diagnostic และ Nutrition เป็นกลุ่มที่แสดงการเติบโตได้ดี โดยเฉพาะการตอบสนองต่อความต้องการชุดตรวจโรค ASF และการขยายตัวของตลาดสัตว์เลี้ยง
อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ มีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Ingredient ที่มีอัตรากำไรต่ำเข้ามาเสริมทัพ เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม การแข่งขันที่สูงขึ้นในกลุ่ม Animal Health จากภาวะตลาดสุกรที่ซบเซา ยิ่งซ้ำเติมให้ GPM ในกลุ่มนี้ลดลง
การเพิ่มต้นทุนในการจัดจำหน่ายจากการขยายทีมงานขายเพื่อเจาะตลาดสัตว์เลี้ยงและรองรับคู่ค้ารายใหม่ สะท้อนถึงความพยายามในการขยายฐานรายได้และกระจายความเสี่ยง แต่ก็เป็นต้นทุนที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 BIS มีสินทรัพย์รวม 1,137.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.74% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการได้รับเงินจากการเสนอขายหุ้น IPO ทำให้มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 64.24% และเงินลงทุนระยะสั้นเพิ่มขึ้นจากการนำเงิน IPO ไปลงทุน
ในด้านหนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 41.82% มาอยู่ที่ 379.48 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้นำเงินจากการระดมทุนบางส่วนไปชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงิน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงจาก 2.44 เท่า เหลือเพียง 0.50 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก 184.02% เป็น 757.81 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน IPO และกำไรจากการดำเนินงาน แม้จะมีการจ่ายเงินปันผลไป 90.20 ล้านบาท
## สรุปท้าย
BIS ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากการเข้ามาของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมาร์จิ้นต่ำและการแข่งขันที่สูงขึ้นในกลุ่ม Animal Health ประกอบกับต้นทุนจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายทีมงานขาย แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากกลุ่ม Diagnostic และ Nutrition แต่ปัจจัยลบด้านต้นทุนและมาร์จิ้นส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัว อย่างไรก็ตาม ฐานะการเงินของบริษัทฯ แข็งแกร่งขึ้นอย่างมากหลังการระดมทุน IPO ซึ่งจะช่วยรองรับการดำเนินงานและแผนการเติบโตในอนาคต โดยต้องจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของ GPM ในครึ่งปีหลังและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BIS ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
611.08
ล้านบาท
↓ 1.8% YoY
กำไรขั้นต้น
-498.18
ล้านบาท
↓ 4.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-81.52
%
กำไรสุทธิ
-8.30
ล้านบาท
↓ 145.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.36
%
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
611
↓ -1.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-498
↓ -4.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-8
↓ -145.4%
YoY
D/E Ratio
0.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BIS
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
4.85
ROA (%)
4.48
Book Value/หุ้น
2.55
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BIS
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-95
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+152
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BIS
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-95.03
-195.79%
|
99.21
-1,756.26%
|
-5.99
-95.17%
|
-124.12
-437.93%
|
36.73
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
151.72
-268.73%
|
-89.92
+688.08%
|
-11.41
-105.89%
|
193.73
-1,354.73%
|
-15.44
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
122.84
+162.42%
|
46.81
-500.09%
|
-11.70
-94.61%
|
-217.13
-949.16%
|
25.57
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
179.51
+219.98%
|
56.10
-292.78%
|
-29.10
-80.27%
|
-147.52
-414.81%
|
46.86
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
128.09
+406.28%
|
25.30
+12.75%
|
22.44
-69.03%
|
72.46
+183.05%
|
25.60
-73.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
52.30
-59.17%
|
128.09
+406.28%
|
25.30
+12.75%
|
22.44
-69.03%
|
72.46
+183.04%
|