ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
191.50
+0.50 (+0.26%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้นจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 จากปีก่อน เป็นผลจากการรวมรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของธนาคารเพอร์มาตาเต็มปี และการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากการบริหารต้นทุนเงินรับฝาก ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.10
สําหรับ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.7 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจากธุรกิจหลักทรัพย์ การอํานวยสินเชื่อ และบริการประกันผ่านธนาคารและกองทุนรวม รวมถึงการเพิ่มขึ้นของกําไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่ วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมซึ่งเป็นไปตามสภาวะตลาด
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-3.1-flash-lite in_tok=19423 out_tok=1706 at=2026-07-22T16:47:15 -->
# BBL กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 2566 พุ่ง 50.8% รับอานิสงส์รายได้ดอกเบี้ยสุทธิโตตามทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น
## ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง พร้อมบริหารจัดการสำรองด้วยความระมัดระวังท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจำนวน 32,773 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 50.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ขยายตัวได้ดีตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ในไตรมาส 3/2566 ธนาคารยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง แม้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจะได้รับผลกระทบจากสภาวะตลาดเงินตลาดทุน โดยธนาคารยังคงยึดมั่นในหลักความระมัดระวังในการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตเพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่นในรอบ 9 เดือนปี 2566 คือ **การขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII)** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 33.3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ (Yield on Earning Assets) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
กลไกหลักเกิดจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากสินเชื่อและเงินลงทุน อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินรับฝากและการปรับอัตราเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ (FIDF) กลับสู่ระดับปกติที่ร้อยละ 0.46 ต่อปี แต่ด้วยการบริหารจัดการโครงสร้างสินทรัพย์และหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 2.96 ในงวด 9 เดือนแรก เทียบกับร้อยละ 2.28 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ธนาคารยังมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและปัญหาหนี้ครัวเรือน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
ปัจจัยบวกจาก NIM มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้นตามทิศทางดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง แต่ต้องติดตามความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของการส่งออกและการท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจในระยะต่อไป ทั้งนี้ ธนาคารมีฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง (CAR 19.57%) ซึ่งเพียงพอต่อการรองรับความผันผวนและสนับสนุนการขยายตัวของสินเชื่อในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือน:** อยู่ที่ 32,773 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.8% YoY
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 33.3% YoY จากการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยและสินเชื่อที่ขยายตัว
* **NIM:** ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.96% (9 เดือน) เทียบกับ 2.28% ในปีก่อน
* **คุณภาพสินทรัพย์:** อัตราส่วน NPL อยู่ที่ 3.0% โดยมีการตั้งสำรองอย่างระมัดระวัง ทำให้อัตราส่วนค่าเผื่อสำรองฯ ต่อ NPL อยู่ในระดับสูงถึง 283.3%
* **เงินกองทุน:** แข็งแกร่งด้วยอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นที่ 19.57% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท.
## ภาพรวมผลประกอบการ
กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 11,350 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) แต่เติบโต 48.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงิน (FVTPL) ตามสภาวะตลาด
## โอกาส
การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการยังคงเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ รวมถึงความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการลงทุนและ Refinance ในช่วงที่ต้นทุนการเงินในตลาดตราสารหนี้ปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลอย่าง PromptBiz จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าธุรกิจ
## ความเสี่ยง
ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงอาจกระทบต่อกำลังซื้อและคุณภาพสินเชื่อรายย่อย รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยโดยตรง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
1. ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและผลกระทบต่อต้นทุนเงินฝาก
2. คุณภาพสินเชื่อในกลุ่ม SME และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ยังมีความเปราะบาง
3. การฟื้นตัวของภาคการส่งออกและอุปสงค์จากต่างประเทศ
4. การบริหารจัดการสำรองฯ ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงด้านเครดิตที่อาจเพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (ธุรกิจการเงิน)
ธนาคารเน้นการบริหารสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝาก (L/D Ratio) อยู่ที่ 86.1% สินเชื่อรวมขยายตัว 1.5% จากสิ้นปี 2565 โดยเน้นกลุ่มลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และกิจการต่างประเทศ ขณะที่เงินรับฝากลดลงเล็กน้อย 1.5% จากการปรับโครงสร้างเงินฝากให้เหมาะสมกับต้นทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นเดือนกันยายน 2566 ธนาคารมีสินทรัพย์รวม 4,559,185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% จากสิ้นปี 2565 โดยมีการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนสุทธิและเงินให้สินเชื่อ ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นจากการสะสมกำไรสุทธิหลังหักการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
BBL แสดงผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในรอบ 9 เดือนปี 2566 โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 50% จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชะลอตัวและสภาวะตลาดเงินที่ผันผวน แต่ด้วยการบริหารจัดการสำรองที่ระมัดระวังและฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ทำให้ธนาคารมีความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าได้เป็นอย่างดี
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BBL ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
40,760.69
ล้านบาท
↓ 8.9% YoY
กำไรขั้นต้น
133,874.89
ล้านบาท
↓ 10.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
328.44
%
กำไรสุทธิ
7,759.38
ล้านบาท
↓ 25.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.04
%
D/E Ratio
7.02
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
40,761
↓ -8.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
133,875
↓ -10.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
7,759
↓ -25.4%
YoY
D/E Ratio
7.02
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BBL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.02
ROE (%)
8.15
ROA (%)
2.70
Book Value/หุ้น
302.76
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BBL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-86,613
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+119,024
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BBL
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2560 | 2559 | 2558 | 2557 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-86,612.81
|
— |
72,814.99
+4,031.72%
|
1,762.34
-98.79%
|
146,211.35
-910.14%
|
-18,047.72
-51.23%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
119,023.59
|
— |
-44,926.13
-393.36%
|
15,314.09
-113.10%
|
-116,874.09
-420.70%
|
36,443.38
+31.71%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-11,399.32
|
— |
-32,172.35
+162.13%
|
-12,273.43
-54.31%
|
-26,861.85
+113.01%
|
-12,610.82
-168.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
— |
-4,370.09
-191.94%
|
4,752.96
+84.10%
|
2,581.78
-54.18%
|
5,634.36
-39.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
— |
70,137.68
+7.27%
|
65,384.72
+4.11%
|
62,802.94
+9.86%
|
57,168.58
+19.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
— |
65,767.59
-6.23%
|
70,137.68
+7.27%
|
65,384.72
+4.11%
|
62,802.94
+9.86%
|