BBIK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BBIK
บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
18.90
0.10 (0.53%)

สรุป Opportunity Day

วิเคราะห์ผลประกอบการโดย AI

1. สรุป OPPDAY (Q&A)
แน่นอนครับ นี่คือสรุปเนื้อหาการประชุม Oppday ของบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ประจำไตรมาส 1 ปี 2568 ครับ

BBIK โชว์ผลงาน Q1/68 ท่ามกลางความผันผวน มุ่งสร้างการเติบโตยั่งยืนด้วยกลยุทธ์ Diversify และ JV



1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview)



บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้าน Digital Transformation และการประยุกต์ใช้ AI ระดับองค์กร ได้รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2568 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:


แม้ว่ารายได้รวมตามหน้างบจะดูเหมือนลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่หากพิจารณาถึงการปรับโครงสร้างภายในและการย้ายพนักงานไปยัง Joint Venture (JV) จะพบว่ารายได้จากการดำเนินงานปกติ (Normalize) ยังคงมีการเติบโต


กำไรขั้นต้น (Gross Profit) และกำไรสุทธิ (Net Profit) ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย


Backlog ยังคงเติบโต แสดงให้เห็นถึงความต้องการบริการของ BBIK ที่ยังคงแข็งแกร่ง


บริษัทมีการทำ Partnership กับบริษัท Tech ชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง เช่น Microsoft, Amazon, SAP และอื่นๆ อีกมากมาย



2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities)


บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตในหลายด้าน ดังนี้:



  1. การขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม Public Sector ซึ่งปัจจุบันยังมีสัดส่วนรายได้ไม่มาก แต่มี Potential ในการเติบโตสูง

  2. การบุกตลาดต่างประเทศ โดยปรับโมเดลการทำงานร่วมกับ Partner เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น

  3. การขยาย Joint Venture (JV) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมี JV หลักๆ อยู่ 3 ตัว และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

  4. การพัฒนา Platform และ Product ของตนเอง เพื่อให้บริการลูกค้าในฐานลูกค้าที่กว้างมากขึ้น

  5. การจับกระแส Mega Trend ต่างๆ เช่น Virtual Bank และนำ AI เข้ามา Integrate กับงานประเภทอื่นๆ



3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges)


บริษัทตระหนักถึงความเสี่ยงและความท้าทายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้:



  1. ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนของลูกค้า

  2. การขาดแคลน Talent ที่มีทักษะที่เหมาะสมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ AI

  3. การรักษาความน่าเชื่อถือและคุณภาพของบริการ ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น



4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation)


บริษัทมีแผนการรับมือกับความเสี่ยงและความท้าทายต่างๆ ดังนี้:



  1. Diversify รายได้ไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยปรับกลยุทธ์การทำงานร่วมกับ Partner

  2. พัฒนาและ Upskill พนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีทักษะที่ทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของตลาด

  3. รักษาและพัฒนาคุณภาพของบริการ โดยการปรับปรุงกระบวนการทำงานและเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร

  4. Engage กับ Core Client ให้มากขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและ Secure งานในระยะยาว

  5. Optimize Cost ในต่างประเทศ โดยการทำงานร่วมกับ Partner มากขึ้น



5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends)


บริษัทมีวิสัยทัศน์ที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้าง Synergy ระหว่างธุรกิจต่างๆ ในเครือ และการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ โดยมีเป้าหมายดังนี้:



  1. รักษาการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง

  2. เพิ่มสัดส่วนรายได้จาก Recurring Income

  3. Unlock Value ของบริษัท โดยการ Spin-Off Subsidiary ที่มี Potential ในการเติบโตสูง

  4. ใช้ Cloud-First Policy เพื่อกระตุ้น Demand ในตลาด



6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) [เริ่ม Q&A นาทีที่ 51:12]



  1. ข้อกังวลในระยะ 1-3 ปีข้างหน้า:

    • *คำถาม:* บริษัทมีข้อกังวลในเรื่องใดบ้างในระยะ 1-3 ปีนี้ และมีแผนรับมืออย่างไร?

    • *คำตอบ:*

      • เศรษฐกิจในประเทศ: เนื่องจากรายได้หลักยังมาจากในประเทศ หากเศรษฐกิจไม่ดี จะกระทบการลงทุน

      • Talent: ปริมาณ Talent มากขึ้น แต่ทักษะต้องอิงกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง AI

      • ความเสี่ยงเรื่อง Talent: ปริมาณอาจไม่มากเท่าที่ต้องการ






  2. ปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ:

    • *คำถาม:* ปัจจัยที่บริษัทให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ในการดำเนินธุรกิจคืออะไร?

    • *คำตอบ:*

      • ความมั่นคงทางการเงิน: เน้น bottom line ถึงแม้มี Project จำนวนมาก แต่เลือกที่จะไม่ทำหากมีความเสี่ยงที่จะไม่เกิดกำไร

      • บุคลากร: ธุรกิจพึ่งพาบุคลากร และความรู้ เน้นการสร้าง Relationship กับพนักงาน และการปรับ Skill ให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆ

      • ความน่าเชื่อถือ: เน้นเรื่องความซับซ้อน และขนาดของงานที่ทำ






  3. ตัวเลขผลตอบแทนจากเงินลงทุน (ROIC) และต้นทุนเงินลงทุนเฉลี่ย (WACC):

    • *คำถาม:* ตัวเลขผลตอบแทนจากเงินลงทุน (ROIC) เมื่อเทียบกับต้นทุนเงินลงทุนเฉลี่ย (WACC) เป็นอย่างไร?

    • *คำตอบ:*

      • ยังไม่ได้คำนวณ ROIC

      • WACC ที่ใช้ หากเทียบกับเบต้าที่ Run ปัจจุบัน จะออกมาราว ๆ ไม่ถึง 10% แต่เบต้าอาจไม่ได้สะท้อนความเสี่ยงจริงของธุรกิจ

      • หากเทียบแบบหลักการทั่วไป โดยใช้เบต้าที่ 1 ตัว expected return ไม่น่าถึง 10% อาจจะราว 8%






  4. JV segment และสัดส่วน Recurring:

    • *คำถาม:* JV segment ที่ปัจจุบันสัดส่วน Recurring อยู่ที่ 9% มีโอกาสปรับลดลงอีกไหม?

    • *คำตอบ:*

      • มีโอกาสลดลง และเป็นสิ่งที่อยากให้เกิด เพราะการ Charge Recurring ไม่ได้สร้างกำไรให้บริษัท

      • Build Capacity ส่วนหนึ่งให้ JV เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปตาม Risk management







หัวข้อที่ถามและคำตอบ


  • เศรษฐกิจของประเทศ
  • เรื่องของ Talent ที่มี
  • เรื่องของความมั่นคง
  • ตัวเลขผลตอบแทน
  • JV segment
  • สัดส่วน Recurring

    โดยสรุปแล้ว BBIK ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1 ปี 2568 แม้จะมีความผันผวนทางเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกอื่นๆ โดยบริษัทมีแผนที่จะมุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ พัฒนาบุคลากร และรักษาความน่าเชื่อถือของบริการ

  • ผู้เขียน: Admin AiO
    2. Financial & KPI Analysis — Q1/2568