บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
22.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14758 out_tok=2785 at=2026-07-27T08:24:36 -->
# BBIK กำไรสุทธิ Q2/2564 โต 14% รับแรงหนุนดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน
## รายได้รวมพุ่ง 39% ฝ่ายจัดการชี้โควิดเร่งการลงทุนเทคโนโลยี ขณะที่กำไรสุทธิถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายเตรียม IPO
บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2564 มีรายได้รวม 126.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 30.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.13% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิปรับลดลงเล็กน้อยจาก 28.92% เป็น 23.67% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนการเติบโต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เทคโนโลยี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BBIK ในงวด 6 เดือนแรกปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการให้บริการ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ Digital Excellence and Delivery และ Big data, advanced analytics and artificial intelligence (AI)** ซึ่งมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 39.47% สอดคล้องกับกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 14.13% อย่างไรก็ตาม **แรงกดดันต่ออัตรากำไรสุทธิ** เกิดจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นเพื่อการพัฒนาธุรกิจ (Business Development) และการตลาด รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากปัจจัยหลักคือ **ความต้องการเร่งด่วนในการทำ Digital Transformation ขององค์กรต่างๆ** โดยเฉพาะในกลุ่มประกันภัยและกลุ่มอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น ธุรกิจ Digital Excellence and Delivery ได้รับอานิสงส์จากการได้รับงานโครงการขนาดใหญ่ในการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับลูกค้ากลุ่มสถาบันการเงินและประกันภัย ในขณะที่ธุรกิจ Big data, advanced analytics and artificial intelligence (AI) เติบโตจากการที่องค์กรต่างๆ ตระหนักถึงความสำคัญของการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูล และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้เทคโนโลยีมากขึ้น
ส่วนแรงกดดันต่ออัตรากำไรสุทธิเกิดจาก **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน** เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียมวิชาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ การขยายฐานลูกค้าไปยังอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น ขนส่งและโลจิสติกส์ อาจทำให้มีการตั้งราคาขายและกำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าปกติในช่วงแรกเพื่อสร้างชื่อเสียงและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ จากแนวโน้มที่ฝ่ายจัดการระบุว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้องค์กรต่างๆ ลงทุนด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ BBIK นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ ได้รับงานโครงการขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้น จะช่วยเสริมความเชื่อมั่นและโอกาสในการได้งานใหม่ๆ ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอัตรากำไรสุทธิ อาจยังคงถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงแรก แต่คาดว่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นเมื่อบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 6 เดือนแรกปี 2564 เติบโต 39.47%** แตะ 126.96 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 14.13%** อยู่ที่ 30.06 ล้านบาท
* **อัตรากำไรสุทธิลดลง** จาก 28.92% เป็น 23.67% เนื่องจากค่าใช้จ่ายเตรียม IPO และค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจ Digital Excellence and Delivery และ Big Data/AI เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลัก** เติบโตโดดเด่น
* **ธุรกิจ Strategic PMO ลดลง** เนื่องจากองค์กรชะลอการลงทุนในโครงการที่ไม่ใช่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันเร่งด่วน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง** จาก 0.52 เท่า เป็น 0.34 เท่า หลังจากการเพิ่มทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 126.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.47% จาก 91.04 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิ 30.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.13% จาก 26.33 ล้านบาทในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิปรับลดลงจาก 28.92% เป็น 23.67% เนื่องจากต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้
## โอกาส
* **การเร่งตัวของ Digital Transformation:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้องค์กรต่างๆ ทั่วไปให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ความต้องการบริการด้าน Big Data และ AI:** องค์กรต่างๆ ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจและการแข่งขันทางธุรกิจ
* **การขยายฐานลูกค้า:** การได้รับงานโครงการขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้น ช่วยให้บริษัทฯ เข้าถึงลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรมได้มากขึ้น
* **การเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ:** การเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี:** อุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ให้บริการรายเดิมและรายใหม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่:** การมีสัดส่วนรายได้จากลูกค้ารายใหญ่บางรายอาจเป็นความเสี่ยงหากลูกค้ารายนั้นชะลอการลงทุนหรือยกเลิกโครงการ
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ปัจจัยภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค อาจส่งผลให้โครงการบางส่วนล่าช้าและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการใช้จ่ายด้าน Digital Transformation ขององค์กร:** ติดตามการลงทุนของลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างใกล้ชิด
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายหลัง IPO:** ประเมินผลกระทบของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่ออัตรากำไร
* **การเติบโตของธุรกิจ Big Data และ AI:** จับตาการขยายตัวของธุรกิจนี้ ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญของอุตสาหกรรม
* **การบริหารจัดการต้นทุนบุคลากร:** ตรวจสอบการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานและผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ความคืบหน้าของโครงการขนาดใหญ่:** ติดตามการส่งมอบโครงการและระยะเวลาการรับรู้รายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
* **Product Mix:** ธุรกิจ Digital Excellence and Delivery (64.08%) และ Big data, advanced analytics and AI (11.81%) เป็นสัดส่วนรายได้หลักที่เติบโตสูง ในขณะที่ Management Consulting (21.05%) ก็เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ส่วน Strategic PMO (2.56%) มีสัดส่วนลดลง
* **Recurring Revenue:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงรายได้ในรูปแบบ recurring/subscription โดยตรง แต่ลักษณะงานบริการให้คำปรึกษาและพัฒนาระบบมักเป็นโครงการระยะสั้นถึงปานกลาง
* **R&D:** ไม่ได้มีการระบุถึงค่าใช้จ่าย R&D โดยตรง แต่การพัฒนาระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงอาจรวมอยู่ในต้นทุนการบริการ
* **ลูกค้าหลัก:** กลุ่มสถาบันการเงินและประกันภัยเป็นลูกค้าหลัก โดยเฉพาะในธุรกิจ Digital Excellence and Delivery
* **Margin:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงเล็กน้อยจาก 67.54% เป็น 63.64% โดยธุรกิจ Management Consulting มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 79.86% ขณะที่ธุรกิจ Big Data/AI มีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 67.18% เป็น 38.29% เนื่องจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากความล่าช้าของโครงการ
* **การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์:** มีการขยายฐานลูกค้าไปยังอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ขนส่งและโลจิสติกส์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้นจาก 167.16 ล้านบาท (ธ.ค. 63) เป็น 184.82 ล้านบาท (มิ.ย. 64)
* **ลูกหนี้การค้า:** ลดลงเล็กน้อยจาก 48.91 ล้านบาท เป็น 44.69 ล้านบาท โดยสัดส่วนลูกหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือนเพิ่มขึ้น แต่ส่วนใหญ่ค้างชำระไม่เกิน 1 เดือน
* **สินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญา-หมุนเวียน:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 21.44 ล้านบาท เป็น 44.43 ล้านบาท เนื่องจากได้รับงานโครงการขนาดใหญ่
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลงจาก 61.75 ล้านบาท เป็น 46.08 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินลงทุนร่วมค้า เงินปันผล และโบนัส
* **หนี้สินรวม:** ลดลงจาก 57.08 ล้านบาท เป็น 46.58 ล้านบาท
* **เจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น:** ลดลงอย่างมากจาก 32.84 ล้านบาท เป็น 15.43 ล้านบาท เนื่องจากมีการชำระเงินโบนัสค้างจ่าย
* **หนี้สินตามสัญญาเช่า:** เพิ่มขึ้นจาก 8.26 ล้านบาท เป็น 10.40 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 110.08 ล้านบาท เป็น 138.24 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนจดทะเบียนและการจ่ายเงินปันผล
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงจาก 0.52 เท่า เป็น 0.34 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการเพิ่มทุน
## สรุปท้าย
BBIK โชว์ผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2564 เติบโตโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การตอบรับเทรนด์ Digital Transformation ที่เร่งตัวขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ธุรกิจ Digital Excellence and Delivery และ Big Data/AI เติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรสุทธิถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ แม้จะมีแรงกดดันด้านต้นทุน แต่แนวโน้มการเติบโตของรายได้ยังคงมีโอกาสต่อเนื่อง จากความต้องการเทคโนโลยีที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นหลังจากการเพิ่มทุน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BBIK ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
451.20
ล้านบาท
↑ 10% YoY
กำไรขั้นต้น
243.08
ล้านบาท
↑ 10.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
53.87
%
กำไรสุทธิ
129.74
ล้านบาท
↑ 19.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.75
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
451
↑ + 10%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
243
↑ + 10.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
130
↑ + 19.8%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BBIK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
16.58
ROA (%)
14.71
Book Value/หุ้น
11.07
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BBIK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-171
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+241
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BBIK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-171.11
-2,744.67%
|
6.47
-93.04%
|
92.90
+17.73%
|
78.91
+52.96%
|
51.59
+14.29%
|
45.14
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
240.59
-42.72%
|
420.05
-76.03%
|
1,752.34
-1,314.46%
|
-144.29
-34.63%
|
-220.72
-17,900.00%
|
1.24
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
54.98
+20.31%
|
45.70
-102.20%
|
-2,074.88
-5,482.31%
|
38.55
+1,576.09%
|
2.30
-316.98%
|
-1.06
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
147.98
-66.07%
|
436.09
-289.28%
|
-230.40
+693.94%
|
-29.02
-82.61%
|
-166.83
-468.20%
|
45.31
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
530.20
-1.82%
|
540.04
+26.63%
|
426.46
+68.05%
|
253.77
+310.96%
|
61.75
+275.61%
|
16.44
+11.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
594.14
+12.06%
|
530.20
-1.82%
|
540.04
+26.63%
|
426.46
+68.05%
|
253.77
+310.96%
|
61.75
+275.64%
|