บริษัท บี-52 แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
0.26
0.01 (3.70%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3876 out_tok=2325 at=2026-07-25T11:29:54 -->
# B52 Q3/2564 ขาดทุนสุทธิเพิ่ม 59.6% รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายดำเนินงานขยายตัว
## รายได้รวมโตกว่า 3 เท่า แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิขยายตัว ฝ่ายบริหารชี้แจงปัจจัยหลัก
บริษัท บี-52 แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ B52 รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีผลขาดทุนสุทธิ 22.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.36 ล้านบาท หรือ 59.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 333.6% จากการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจและการเข้าซื้อกิจการใหม่ แต่ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ขยายตัวตามจำนวนบริษัทย่อย ส่งผลให้ภาพรวมผลขาดทุนสุทธิปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ B52 ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้ที่สูงมาก แต่ไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่า** ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทเพิ่มขึ้น 59.63% จาก 14.02 ล้านบาท เป็น 22.38 ล้านบาท แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้น 79.49% จาก 2.73 ล้านบาท เป็น 4.90 ล้านบาทก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายส่วนงาน โดยเฉพาะ **ธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค** ที่เพิ่มขึ้น 2.10 ล้านบาท (378.4%) จากการเปลี่ยนไปขายผ่านแพลตฟอร์มและโปรโมชั่น และ **ธุรกิจให้บริการโฆษณาทางสื่อออนไลน์** ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทเข้าซื้อเมื่อต้นปี 2564 สร้างรายได้ 8.04 ล้านบาท นอกจากนี้ **ธุรกิจให้บริการสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์** ยังคงเติบโต 3.09 ล้านบาท (91.0%) แม้จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 887.20% หรือ 11.09 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากต้นทุนในส่วนงานธุรกิจให้บริการสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ (4.31 ล้านบาท) และธุรกิจให้บริการโฆษณาทางสื่อออนไลน์ (5.51 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เข้ามาใหม่
ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 75.48% หรือ 12.68 ล้านบาท เป็น 29.48 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดำเนินงานในบริษัทย่อยที่เพิ่มขึ้น 3 บริษัท ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของโครงสร้างองค์กร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากธุรกิจใหม่และการปรับรูปแบบธุรกิจ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เร็วกว่า ทำให้ผลขาดทุนสุทธิยังคงขยายตัว การที่บริษัทมีบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น 3 บริษัท อาจส่งผลให้ค่าใช้จ่ายดำเนินงานยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะสั้น การจะพลิกกลับมามีกำไรได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้ให้เติบโตอย่างยั่งยืนจากธุรกิจที่เข้ามาใหม่
## Highlight สำคัญ
* **ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 59.63%** เป็น 22.38 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2564 เทียบกับ 14.02 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการเติบโตกว่า 3 เท่า** เพิ่มขึ้น 333.6% เป็น 17.24 ล้านบาท จาก 3.98 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการพุ่งสูง 887.20%** เป็น 12.34 ล้านบาท จาก 1.25 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 75.48%** เป็น 29.48 ล้านบาท จาก 16.80 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 79.49%** เป็น 4.90 ล้านบาท จาก 2.73 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัท บี-52 แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) มีผลขาดทุนสุทธิ 22.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.36 ล้านบาท หรือ 59.63% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 14.02 ล้านบาท รายได้จากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 17.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.27 ล้านบาท หรือ 333.6% จาก 3.98 ล้านบาทในปีก่อน ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 11.09 ล้านบาท หรือ 887.2% เป็น 12.34 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.17 ล้านบาท หรือ 79.49% เป็น 4.90 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 12.68 ล้านบาท หรือ 75.48% เป็น 29.48 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิขยายตัว
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค:** การปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายผ่านแพลตฟอร์มและการจัดโปรโมชั่นช่วยเพิ่มรายได้ในส่วนนี้
* **การขยายตัวของธุรกิจสื่อโฆษณา:** แม้จะเผชิญ COVID-19 แต่ธุรกิจให้บริการสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ยังคงมีรายได้เติบโต และธุรกิจให้บริการโฆษณาทางสื่อออนไลน์ที่เข้าซื้อมาใหม่ก็สามารถสร้างรายได้ได้ทันที
* **การเข้าซื้อกิจการใหม่:** การเข้าซื้อธุรกิจให้บริการโฆษณาทางสื่อออนไลน์เมื่อต้นปี 2564 เป็นการเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่ให้กับบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในอัตราสูง:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนที่เร็วกว่ารายได้อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การมีบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น 3 บริษัท ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายดำเนินงานขยายตัว ซึ่งอาจเป็นภาระต่อผลประกอบการ
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19:** แม้จะมีการปรับตัว แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้ในธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจให้บริการโฆษณาทางสื่อออนไลน์
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการให้มีประสิทธิภาพ เพื่อควบคุมอัตรากำไรขั้นต้น
* การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการมีบริษัทย่อยมากขึ้น
* แผนการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการขายและให้บริการ:** มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด 333.6% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจาก:
* **ธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค:** รายได้เพิ่มขึ้น 2.10 ล้านบาท จากการเปลี่ยนไปขายผ่านแพลตฟอร์มและโปรโมชั่น
* **ธุรกิจให้บริการสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์:** รายได้เพิ่มขึ้น 3.09 ล้านบาท แม้จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19
* **ธุรกิจให้บริการโฆษณาทางสื่อออนไลน์:** เป็นรายได้ใหม่จากการเข้าซื้อกิจการ สร้างรายได้ 8.04 ล้านบาท
**ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 887.2% เป็น 12.34 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากต้นทุนในส่วนงานธุรกิจให้บริการสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ (4.31 ล้านบาท) และธุรกิจให้บริการโฆษณาทางสื่อออนไลน์ (5.51 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นตามรายได้
**กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 79.49% เป็น 4.90 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าธุรกิจหลักยังสามารถสร้างกำไรขั้นต้นได้ แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทำให้กำไรขั้นต้นไม่เติบโตในอัตราที่สูงเท่ารายได้
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 75.48% เป็น 29.48 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดำเนินงานในบริษัทย่อยที่เพิ่มขึ้น 3 บริษัท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
B52 ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับความท้าทายจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เร็วกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิขยายตัว แม้ว่าการเข้าซื้อกิจการใหม่และการปรับกลยุทธ์จะช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการในอนาคต นักลงทุนควรจับตาดูแนวโน้มการควบคุมค่าใช้จ่ายและการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนจากธุรกิจใหม่ของบริษัทอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ B52 ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
55.96
ล้านบาท
↑ 1187.5% YoY
กำไรขั้นต้น
3.27
ล้านบาท
↓ 423.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.84
%
กำไรสุทธิ
-13.43
ล้านบาท
↓ 25.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-24.01
%
D/E Ratio
0.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
56
↑ + 1187.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3
↓ -423.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-13
↓ -25.6%
YoY
D/E Ratio
0.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — B52
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.07
ROE (%)
-48.18
ROA (%)
-43.93
Book Value/หุ้น
0.08
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — B52
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+51
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — B52
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
51.22
-1,064.60%
|
-5.31
-113.77%
|
38.57
-34.60%
|
58.98
-690.39%
|
-9.99
+8.00%
|
-9.25
-90.07%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-0.61
-97.44%
|
-23.86
-74.10%
|
-92.12
+70.43%
|
-54.05
+2,291.59%
|
-2.26
-103.83%
|
58.99
+68.11%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6.23
-93.35%
|
93.65
+316.04%
|
22.51
-138.62%
|
-58.29
+1,201.12%
|
-4.48
+0.67%
|
-4.45
-105.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
56.84
-11.85%
|
64.48
-307.73%
|
-31.04
-41.84%
|
-53.37
+219.01%
|
-16.73
-136.94%
|
45.29
+53.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
106.21
+94.31%
|
54.66
-38.65%
|
89.09
+31.03%
|
67.99
-22.14%
|
87.32
+107.71%
|
42.04
+234.71%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
26.48
-75.07%
|
106.21
+94.31%
|
54.66
-38.65%
|
89.09
+31.03%
|
67.99
-22.14%
|
87.32
+107.71%
|