บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์
2.62
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=31565 out_tok=2908 at=2026-07-25T09:45:55 -->
# GULF Q2/2565 รายได้รวมพุ่ง 107% รับโรงไฟฟ้าใหม่หนุน – กำไรสุทธิโต 8.8%
## รายได้รวมโตแรง 107.3% YoY จากโรงไฟฟ้า GSRC หน่วย 2-3 เปิดดำเนินการ ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่ม 8.8% YoY แม้มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 24,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้ของโครงการโรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 2 และ 3 ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ประกอบกับราคาขายไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติ ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ทำได้ 1,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% YoY แต่ลดลง 54.9% QoQ โดยได้รับผลกระทบจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GULF ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 111.8% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการรับรู้รายได้เต็มที่จากโครงการโรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 2 และ 3 ที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ประกอบกับการปรับขึ้นของราคาขายไฟฟ้าตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้ **กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) เติบโต 119.9% YoY** อย่างไรก็ตาม **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ (Net Profit) แม้จะเติบโต 8.8% YoY แต่กลับลดลง 54.9% QoQ** โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น** ซึ่งมีจำนวนมากถึง 1,581 ล้านบาทในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเติบโตของรายได้และ Core Profit** มาจากการที่ GULF สามารถขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการ GSRC หน่วยที่ 2 และ 3 ที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาส ทำให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ราคาขายไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติ (Pass-through mechanism) ยังช่วยหนุนรายได้ให้เติบโตตามไปด้วย สำหรับธุรกิจพลังงานหมุนเวียน แม้รายได้จะลดลง QoQ เนื่องจากเข้าสู่ช่วง low season ของโครงการ BKR2 แต่ยังคงเติบโต YoY ได้จากโครงการอื่นๆ ที่มีผลการดำเนินงานดีขึ้น
ในทางกลับกัน **การลดลงของกำไรสุทธิ QoQ** เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก คือ **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้บริษัทบันทึกผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวนมาก ซึ่งกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง แม้ว่า Core Profit ซึ่งไม่รวมรายการเหล่านี้จะยังคงเติบโตได้ดีก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**การเติบโตของรายได้และ Core Profit มีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจาก GULF ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาอีกหลายโครงการ เช่น GPD, หินกอง, และโครงการพลังงานหมุนเวียนต่างๆ ที่จะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในอนาคต ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและสร้างรายได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์มีลักษณะเป็นครั้งคราว** และขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลก ซึ่งยากต่อการคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในระดับใดในแต่ละไตรมาส แต่ฝ่ายจัดการได้ระบุว่ารายการเหล่านี้เป็นรายการที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 พุ่ง 107.3% YoY แตะ 24,553 ล้านบาท** จากการรับรู้รายได้เต็มที่ของโครงการ GSRC หน่วยที่ 2 และ 3 และราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ Q2/2565 เพิ่มขึ้น 8.8% YoY เป็น 1,531 ล้านบาท** แต่ลดลง 54.9% QoQ
* **กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) Q2/2565 เติบโต 119.9% YoY เป็น 3,081 ล้านบาท** สะท้อนการดำเนินงานหลักที่แข็งแกร่ง
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ 1,581 ล้านบาท** กระทบกำไรสุทธิในไตรมาสนี้อย่างมีนัยสำคัญ
* **การลงทุนในธุรกิจดิจิทัลผ่าน Gulf Binance** และการร่วมทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนกับ GUNKUL เป็นการขยายการลงทุนสู่ธุรกิจใหม่
* **โครงการโรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 4 คาดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ใน Q4/2565** และโครงการ GPD ทยอยก่อสร้างคืบหน้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 GULF มีรายได้รวม 24,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.3% YoY และ 9.4% QoQ โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติที่เติบโต 111.8% YoY จากการเปิดดำเนินการของ GSRC หน่วยที่ 2 และ 3 และราคาขายที่สูงขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 181.7% YoY โดยหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH
กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 1,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% YoY แต่ลดลง 54.9% QoQ โดย Core Profit เติบโต 119.9% YoY แต่ลดลง 5.4% QoQ ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานหลักที่แข็งแกร่ง แต่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาลของโรงไฟฟ้าพลังงานลม BKR2 และส่วนแบ่งกำไรจาก GJP ที่อ่อนตัวลง
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง:** โครงการ GSRC หน่วยที่ 4 ที่จะเปิดดำเนินการใน Q4/2565 และโครงการ GPD ที่กำลังก่อสร้าง จะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรในอนาคต
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การเข้าสู่ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลผ่าน Gulf Binance และการร่วมทุนในพลังงานหมุนเวียน เป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสการเติบโตใหม่
* **การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน:** การขยายการลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา และพลังงานลม จะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากพลังงานสะอาด
* **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH:** การถือหุ้นใน INTUCH จะยังคงเป็นปัจจัยหนุน Core Profit อย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในแต่ละไตรมาส
* **ต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติ:** แม้จะมีกลไกการส่งผ่านต้นทุน แต่หากราคาผันผวนรุนแรง อาจกระทบต่ออัตรากำไรของบางโครงการ
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของรายได้
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงาน หรือกฎระเบียบ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ GSRC หน่วยที่ 4 และ GPD
* ผลการดำเนินงานของโครงการพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะ BKR2 ในช่วงฤดูหนาว
* ความคืบหน้าการขอใบอนุญาตและการดำเนินธุรกิจของ Gulf Binance
* ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบต่อผลขาดทุน/กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH และ PTT NGD
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: พลังงาน)
**ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ:** รายได้รวม 21,019 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 111.8% YoY และ 17.7% QoQ ปัจจัยหลักคือการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจาก GSRC หน่วยที่ 2 และ 3 และราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติ (SPP เฉลี่ย 422.71 บาท/MMBTU, IPP เฉลี่ย 413.38 บาท/MMBTU) แม้ปริมาณขายไฟฟ้าของ 12 SPPs ภายใต้ GMP จะลดลงเล็กน้อยจากการซ่อมบำรุง แต่ถูกชดเชยด้วยการเพิ่มขึ้นของรายได้จากสัญญาเช่าตาม TFRS 16
**ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน:** รายได้รวม 1,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.8% YoY แต่ลดลง 40.5% QoQ โดย BKR2 มีผลการดำเนินงานดีขึ้นตามความเร็วลม แต่เข้าสู่ low season ใน Q2-Q3 ขณะที่ GTN1 & GTN2 ในเวียดนามดีขึ้นจากการ curtailment ลดลง และ GCG มีรายได้เพิ่มตามค่า Ft
**ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค:** รายได้ 429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 825.5% YoY จากความคืบหน้างานถมทะเลโครงการ MTP3
**ต้นทุนจากการขาย:** เพิ่มขึ้น 114.7% YoY เป็น 18,089 ล้านบาท โดยหลักจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น 77.2% YoY สำหรับ SPP และ 80.3% YoY สำหรับ IPP รวมถึงปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดโรงไฟฟ้าใหม่
**อัตรากำไรขั้นต้นจากการขาย:** ลดลง 4.8% YoY เป็น 19.2% เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นเร็วกว่าราคาขายไฟฟ้า โดยเฉพาะในส่วนของ SPP ที่ขายให้ กฟผ. เป็นหลัก ซึ่งมีกลไก pass-through แต่ส่วนที่ขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรม (13%) ได้รับผลกระทบมากกว่า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้น Q2/2565 สินทรัพย์รวม 388,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% จากสิ้นปี 2564 จากลูกหนี้สัญญาเช่า, ลูกหนี้การค้า, เงินลงทุนในบริษัทร่วม และสินทรัพย์ทางการเงินอื่น หนี้สินรวม 269,918 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ 24,000 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 118,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% จากผลการดำเนินงานและมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.89 เท่า
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 6,726 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 15,989 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เพื่อซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และลงทุนในบริษัทร่วม) และได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 6,226 ล้านบาท (จากการออกหุ้นกู้ และการจ่ายคืนเงินกู้ยืม/เงินปันผล)
## สรุปท้าย
GULF โชว์ผลประกอบการ Q2/2565 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมเติบโตกว่าเท่าตัวจากการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า และ Core Profit ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว การลงทุนในโครงการใหม่ๆ และธุรกิจดิจิทัล แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตในระยะยาว แม้ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ APCO ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
54.79
ล้านบาท
↑ 10.6% YoY
กำไรขั้นต้น
44.52
ล้านบาท
↑ 10.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
81.26
%
กำไรสุทธิ
14.88
ล้านบาท
↑ 45% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
27.16
%
D/E Ratio
0.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
55
↑ + 10.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
45
↑ + 10.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↑ + 45%
YoY
D/E Ratio
0.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — APCO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.12
ROE (%)
9.95
ROA (%)
11.29
Book Value/หุ้น
0.96
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — APCO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-57
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — APCO
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-5.60
-82.35%
|
-31.72
-58.24%
|
-75.96
+367.73%
|
-16.24
+249.25%
|
-4.65
-117.27%
|
26.92
-8.62%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-56.68
-68.86%
|
-182.01
+433.13%
|
-34.14
+56.03%
|
-21.88
+839.06%
|
-2.33
-38.52%
|
-3.79
+2,268.75%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
62.06
-45.94%
|
114.79
+14.34%
|
100.39
+24.62%
|
80.56
-1.40%
|
81.70
-1,802.08%
|
-4.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-0.21
-99.79%
|
-98.97
+920.31%
|
-9.70
-73.09%
|
-36.04
+236.51%
|
-10.71
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|