บริษัท ออลล่า จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
1.17
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6618 out_tok=2892 at=2026-07-25T05:27:52 -->
# ALLA Q3/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 77% รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น-บริหารต้นทุนดี
## รายได้-กำไรโตเด่นตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ฝ่ายจัดการชี้การบริหารต้นทุนและส่งมอบงานพิเศษหนุน GPM
บริษัท ออลล่า จำกัด (มหาชน) หรือ ALLA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 25.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ทำให้การลงทุนในภาคอุตสาหกรรมกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ส่งผลให้รายได้จากการทำสัญญากับลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ALLA ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการทำสัญญากับลูกค้าที่เพิ่มขึ้น 21% YoY** ควบคู่ไปกับ **การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เพิ่มขึ้นจาก 31% เป็น 35%** ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งมอบงานโครงการพิเศษทางด้านวิศวกรรมและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การฟื้นตัวของรายได้:** การที่สภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 ทำให้โครงการต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรมกลับมาดำเนินการตามแผน ส่งผลให้ ALLA สามารถส่งมอบงานได้มากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 16% และรายได้จากการบริการหลังการขายที่เพิ่มขึ้น 23%
* **การปรับตัวดีขึ้นของ GPM:** ฝ่ายจัดการระบุว่า GPM ที่เพิ่มขึ้นมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การส่งมอบงานโครงการพิเศษทางด้านวิศวกรรม ซึ่งมักจะมีมาร์จิ้นที่ดีกว่า และการบริหารจัดการทั้งทางด้านวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในทุกๆ ด้านให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **มูลค่างานที่ยังไม่ได้ส่งมอบ (Backlog):** แม้จะลดลงเล็กน้อย 5% จากสิ้นปีก่อน มาอยู่ที่ 518 ล้านบาท แต่ฝ่ายจัดการระบุว่างานส่วนนี้จะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2566 เป็นต้นไป ซึ่งบ่งชี้ถึงรายได้ที่ต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การที่ฝ่ายจัดการเน้นย้ำถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะรักษา GPM ให้อยู่ในระดับที่ดีต่อไป
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากแนวโน้มเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม และเป็นปัจจัยหนุนการรับรู้รายได้ของบริษัทในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 77% YoY:** กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 25.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 14.32 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 21% YoY:** รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 174.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 144.39 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัว:** GPM เพิ่มขึ้นจาก 31% เป็น 35% ในไตรมาส 3 ปี 2566
* **อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ดีขึ้น:** NPM เพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 15% ในไตรมาส 3 ปี 2566
* **Backlog คงเหลือ 518 ล้านบาท:** มีงานรอส่งมอบที่จะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2566 เป็นต้นไป
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 ALLA มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 174.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการทำสัญญากับลูกค้า 21% เป็น 173.72 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาดำเนินการตามแผนของโครงการต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่รายได้อื่นลดลง 2%
ในส่วนของต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 14% ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 31% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 35% ในไตรมาสนี้
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 12% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 6% โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากค่าเผื่อผลขาดทุนทางด้านเครดิตของลูกหนี้ และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
อย่างไรก็ตาม ด้วยรายได้ที่เติบโตและการบริหาร GPM ที่ดีขึ้น ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 77% มาอยู่ที่ 25.33 ล้านบาท และทำให้อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ปรับเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 15%
สำหรับงวดเก้าเดือนปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 552.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% และกำไรสุทธิอยู่ที่ 65.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 108% โดย GPM เพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 31% และ NPM เพิ่มขึ้นจาก 7% เป็น 12%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม:** การที่เศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการลงทุนในโครงการใหม่ๆ และเพิ่มความต้องการสินค้าและบริการของบริษัท
* **การส่งมอบงานโครงการพิเศษ:** การที่ฝ่ายจัดการระบุถึงการส่งมอบงานโครงการพิเศษทางด้านวิศวกรรม ซึ่งมักจะมีอัตรากำไรที่ดี เป็นโอกาสในการเพิ่ม GPM ให้สูงขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นโอกาสในการรักษาความสามารถในการทำกำไรให้อยู่ในระดับสูง
* **การขยายตัวของระบบการจัดการคลังสินค้าและอุปกรณ์:** แม้ปัจจุบันจะมีสัดส่วนรายได้ไม่มากนัก แต่การเติบโตถึง 210% ในงวด 9 เดือน บ่งชี้ถึงโอกาสในการขยายตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้
## ความเสี่ยง
* **มูลค่างานที่ยังไม่ได้ส่งมอบลดลง:** แม้จะยังคงมี Backlog อยู่ แต่การลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน อาจส่งผลต่อการเติบโตของรายได้ในระยะถัดไปหากไม่มีคำสั่งซื้อใหม่เข้ามาทดแทน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** มีการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในค่าใช้จ่ายในการบริหาร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรได้หากค่าเงินผันผวน
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของกำไรส่งผลให้ภาระภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป็นผลกระทบปกติจากการดำเนินงานที่ทำกำไรได้ดี
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงการแข่งขันโดยตรง แต่เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรมทั่วไป
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การทยอยรับรู้รายได้จากมูลค่างานที่ยังไม่ได้ส่งมอบ 518 ล้านบาท จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อรายได้ในไตรมาส 4 ปี 2566 และปี 2567
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษา GPM
* **การได้มาซึ่งคำสั่งซื้อใหม่:** การเพิ่มขึ้นของ Backlog หรือการได้รับคำสั่งซื้อใหม่ๆ จะเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตในอนาคต
* **แนวโน้มการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม:** การติดตามภาพรวมการลงทุนและสภาวะเศรษฐกิจ จะช่วยประเมินโอกาสในการเติบโตของบริษัทได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** เติบโต 16% โดยมีส่วนงานเครนและรอกไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพิ่มขึ้น 22% จากการส่งมอบงานตามกำหนดการโครงการของลูกค้า
* **รายได้จากการบริการหลังการขาย:** เติบโต 23% จากทั้งงานอะไหล่ งานซ่อมแซม และงานสัญญาบริการบำรุงรักษา ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น
* **ระบบการจัดการคลังสินค้าและอุปกรณ์:** มีการเติบโตที่โดดเด่นถึง 210% ในงวด 9 เดือน สะท้อนถึงโอกาสในการขยายตลาดในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 9% ในงวด 9 เดือน สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization):** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่รายได้จากการทำสัญญากับลูกค้าเพิ่มขึ้น 19% ในงวด 9 เดือน บ่งชี้ว่า Utilization มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นเดือนกันยายน 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 1,145.13 ล้านบาท ลดลง 2% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 18 ล้านบาท จากการดำเนินงานที่สร้างกระแสเงินสดได้ 110 ล้านบาท แต่มีการลงทุนในเงินฝากประจำ 80 ล้านบาท ลงทุนในสินทรัพย์ถาวร 9 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผล 42 ล้านบาท
หนี้สินรวมลดลง 15% มาอยู่ที่ 258.28 ล้านบาท โดยเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นลดลงจากการจ่ายชำระหนี้ และเงินมัดจำรับล่วงหน้าลดลงจากการส่งมอบงานบางส่วน
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 3% มาอยู่ที่ 886.85 ล้านบาท จากกำไรสุทธิสำหรับงวด 66 ล้านบาท หักลบด้วยการจ่ายเงินปันผล 42 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.29 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานสำหรับงวด 9 เดือน ปี 2566 เป็นบวกที่ 109.75 ล้านบาท เทียบกับติดลบ 10.84 ล้านบาทในปีก่อน แสดงถึงการฟื้นตัวของการดำเนินงานที่สามารถสร้างเงินสดได้ดีขึ้น
## สรุปท้าย
ALLA โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 77% จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่หนุนรายได้จากการทำสัญญากับลูกค้าให้เพิ่มขึ้น 21% ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีมูลค่างานที่ยังไม่ได้ส่งมอบลดลงเล็กน้อย แต่ด้วย Backlog ที่ยังคงมีอยู่และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ทำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องได้ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการรับรู้รายได้จาก Backlog และการได้มาซึ่งคำสั่งซื้อใหม่ๆ เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ALLA ไตรมาส 4/2024
รายได้รวม
187.51
ล้านบาท
↓ 20.2% YoY
กำไรขั้นต้น
58.15
ล้านบาท
↓ 5.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.01
%
กำไรสุทธิ
16.63
ล้านบาท
↓ 12.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.87
%
D/E Ratio
0.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
188
↓ -20.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
58
↓ -5.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
17
↓ -12.3%
YoY
D/E Ratio
0.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ALLA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.23
ROE (%)
8.59
ROA (%)
8.59
Book Value/หุ้น
1.63
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ALLA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-88
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+99
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ALLA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-88.39
-434.68%
|
26.41
-128.71%
|
-91.99
-223.36%
|
74.57
-216.97%
|
-63.75
-305.51%
|
31.02
-70.34%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
98.78
-440.62%
|
-29.00
-197.45%
|
29.76
-56.20%
|
67.94
+328.64%
|
15.85
-283.66%
|
-8.63
-86.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
127.54
+24.31%
|
102.60
+144.75%
|
41.92
+38.67%
|
30.23
-29.75%
|
43.03
-10,857.50%
|
-0.40
-11.11%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
137.93
+37.94%
|
99.99
-592.08%
|
-20.32
-111.76%
|
172.74
-3,647.02%
|
-4.87
-122.15%
|
21.99
-271.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
316.85
+34.01%
|
236.43
-1.15%
|
239.19
-14.66%
|
280.29
-20.61%
|
353.04
+107.50%
|
170.14
+43.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
361.01
+13.94%
|
316.85
+34.01%
|
236.43
-1.15%
|
239.19
-14.66%
|
280.29
-20.61%
|
353.04
+107.50%
|