บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
0.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจาก มีรายได้รับจ้างติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นจากการรับรู้ รายได้ตามความสําเร็จในระหว่างงวดของงานติดตั้งระบบสูบน้ําด้วยเซลล์แสงอาทิตย์โดยของหน่วยงานราชการ ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นบริหารจัดการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพและลดลง อย่างต่อเนื่อง
โดยรายได้ ลดลงร้อยละ 7.23 YoY เนื่องจากรายได้จากการขายหม้อแปลงไฟฟ้า ส่วนรายได้งานบริการและซ่อมบํารุงกับรายได้จากการจําหน่ายกระเส ไฟฟ้าลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5658 out_tok=2760 at=2026-07-25T04:58:53 -->
AKR พลิกกำไรโต 78% รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น-ยอดขายหม้อแปลงพุ่ง
รายได้รวมและกำไรสุทธิของ AKR ในปี 2565 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 48.78% และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นถึง 78.57% ปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ทำให้การลงทุนกลับมาคึกคัก ส่งผลให้ยอดขายหม้อแปลงไฟฟ้าแก่ภาครัฐและเอกชน รวมถึงรายได้จากงานบริการและซ่อมบำรุงปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AKR ในปี 2565 คือการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจและการลงทุนที่ส่งผลโดยตรงต่อยอดขายหม้อแปลงไฟฟ้าและบริการที่เกี่ยวข้อง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ของ AKR เติบโตถึง 78.57% มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะรายได้จากการขายหม้อแปลงไฟฟ้าและรายได้งานบริการและซ่อมบำรุง** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลายและมาตรการควบคุมที่ผ่อนคลายลง ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวและมีการเคลื่อนไหวในการลงทุนมากขึ้น บริษัทฯ จึงมียอดจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าให้แก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ สามารถให้บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าในพื้นที่ของลูกค้าได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น ยังส่งผลให้รายได้จากงานบริการเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 48.59% จากการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้าให้ลูกค้าภาคเอกชนรายใหญ่หลายรายการ และรายได้งานบริการและซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น 19.92% จากงานรับจ้างเหมา
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุนและราคาวัตถุดิบ** ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์โควิด-19 เริ่มดีขึ้นและเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่นำเข้าจากต่างประเทศยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ต้นทุนการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทฯ ได้วางแผนควบคุมต้นทุนการผลิตอื่นๆ แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ราคาวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 48.78%** แตะ 2,120.96 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุน
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่พุ่ง 78.57%** สู่ 160.52 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายหม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 48.59%** จากการส่งมอบให้ลูกค้าภาคเอกชนรายใหญ่
* **รายได้งานบริการและซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น 19.92%** จากการเข้าถึงลูกค้าได้สะดวกขึ้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้นและค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า** ส่งผลให้ต้นทุนจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 52.32%
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย** จาก 24.24% เป็น 22.49%
* **อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น** จาก 6.30% เป็น 7.57%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKR มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 2,104.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.82% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจและการลงทุน ทำให้ยอดจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าแก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้จากงานบริการและซ่อมบำรุงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 48.59% รายได้งานบริการและซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น 19.92% และรายได้รับจ้างติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นถึง 120.17% อย่างไรก็ตาม รายได้จากการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าลดลง 6.06%
ในด้านต้นทุน บริษัทฯ มีต้นทุนจากการดำเนินงาน 1,627.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.32% สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่นำเข้าจากต่างประเทศปรับตัวสูงขึ้นและการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ต้นทุนการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้น แม้บริษัทฯ จะพยายามควบคุมต้นทุนการผลิตอื่นๆ แต่ต้นทุนขายก็เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 476.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.99% แต่เมื่อเทียบเป็นอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 22.49% ลดลงจาก 24.24% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 23.64% ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการขนส่งและงานขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 14.38% โดยมีสาเหตุหลักจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 76.35% จากดอกเบี้ยตั๋วสัญญาใช้เงินและทรัสต์รีซีทในการซื้อวัตถุดิบ
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 160.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.70% และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 78.57% สู่ 160.52 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นจาก 6.30% เป็น 7.57%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจและการลงทุน:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ส่งผลดีต่อยอดขายหม้อแปลงไฟฟ้าและบริการที่เกี่ยวข้อง
* **การขยายตัวของธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์:** แม้จะมีการแข่งขันด้านราคา แต่รายได้จากการรับจ้างติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ยังคงเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
* **การให้บริการซ่อมบำรุง:** การที่บริษัทฯ สามารถเข้าถึงลูกค้าได้สะดวกขึ้น ทำให้รายได้จากงานบริการมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบนำเข้า:** การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นปัจจัยกดดันต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **การแข่งขันในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์:** การแข่งขันด้านราคายังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบและอาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบนำเข้า:** จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรของบริษัทฯ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทฯ ในการควบคุมต้นทุนการผลิตอื่นๆ เพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **การเติบโตของคำสั่งซื้อหม้อแปลงไฟฟ้า:** โดยเฉพาะจากภาครัฐและเอกชนรายใหญ่
* **การขยายตัวของธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์:** ทั้งในส่วนของการติดตั้งและรายได้จากการจำหน่ายกระแสไฟฟ้า
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ต่อต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าและการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้นจากการส่งมอบหม้อแปลงไฟฟ้าของลูกค้าภาคเอกชนรายใหญ่หลายรายการ บ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อที่เพียงพอในช่วงที่ผ่านมา
* **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบที่นำเข้าจากต่างประเทศปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 24.24% ในปี 2564 เป็น 22.49% ในปี 2565 สะท้อนผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่ระบุว่ารายได้จากการขายหม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการส่งมอบให้ลูกค้าภาคเอกชนรายใหญ่ ซึ่งอาจรวมถึงการส่งออกด้วย
* **ค่าเงิน:** การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ถูกระบุว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนการสั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการบริหาร (ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน)
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 8.69% ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,208.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.38% โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 9.87% ส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 36.62% จากลูกหนี้หม้อแปลงไฟฟ้าในประเทศ และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 8.69% จากวัตถุดิบ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 833.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.80% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่าย และหนี้สินหมุนเวียนอื่น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1,375.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.36% จากการรับรู้กำไรสำหรับปี
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.61 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 2.21 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2.16 เท่า แสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นที่ดี
## สรุปท้าย
AKR โชว์ผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่พุ่งสูงถึง 78.57% เป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนที่หนุนยอดขายหม้อแปลงไฟฟ้าและบริการให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต บริษัทฯ จำเป็นต้องบริหารจัดการต้นทุนและแสวงหาโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AKR ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
615.21
ล้านบาท
↓ 30.6% YoY
กำไรขั้นต้น
224.03
ล้านบาท
↓ 21.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.42
%
กำไรสุทธิ
76.22
ล้านบาท
↓ 36.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.39
%
D/E Ratio
0.29
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
615
↓ -30.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
224
↓ -21.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
76
↓ -36.9%
YoY
D/E Ratio
0.29
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AKR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.29
ROE (%)
11.20
ROA (%)
11.46
Book Value/หุ้น
1.16
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AKR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-190
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-149
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AKR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-189.93
-131.87%
|
595.92
+83.78%
|
324.25
+114.69%
|
151.03
-157.70%
|
-261.75
-593.22%
|
53.07
+143.89%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-149.41
-424.24%
|
46.08
+33.14%
|
34.61
-352.63%
|
-13.70
-116.30%
|
84.03
+769.88%
|
9.66
-53.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
360.90
-239.06%
|
-259.53
+27.68%
|
-203.26
+1,467.15%
|
-12.97
+163.08%
|
-4.93
-97.02%
|
-165.68
+90.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
21.56
-94.36%
|
382.47
+145.83%
|
155.58
+25.10%
|
124.36
-168.08%
|
-182.66
+77.46%
|
-102.93
+131.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
257.04
-1.66%
|
261.37
+193.38%
|
89.09
-29.78%
|
126.88
+107.29%
|
61.21
+47.96%
|
41.37
-20.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
384.04
+49.41%
|
257.04
-1.66%
|
261.37
+193.38%
|
89.09
-29.78%
|
0.00
|
0.00
|