บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
7.55
0.10 (1.31%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14785 out_tok=2623 at=2026-07-25T04:28:20 -->
# ADVICE กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 3.37% เหตุยอดขายกลุ่มสินค้าหลักหดตัว
## รายได้รวมทรงตัว แต่กำไรสุทธิหดตัวเล็กน้อย YoY ขณะที่ค่าใช้จ่ายการตลาดลดลงมีผลหนุนกำไร Q3/2566
บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) หรือ ADVICE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 3,587.58 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 136.54 ล้านบาท ลดลง 3.37% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากยอดขายสินค้ากลุ่ม DIY และ Notebook ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ ADVICE ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **การลดลงของยอดขายสินค้ากลุ่ม DIY และ Notebook ซึ่งเป็นสินค้าหลัก** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 4.20% แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดีขึ้น แต่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ยอดขายสินค้ากลุ่ม DIY และ Notebook ลดลงต่อเนื่องจากปลายปี 2565 เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เคยทำให้สินค้ากลุ่มนี้ขายดีจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนและการทำงานเป็นออนไลน์ ได้คลี่คลายลงและกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสินค้าไอที และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงจากปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อ หนี้ภาคครัวเรือน และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยและชะลอการซื้อสินค้าไอทีออกไป
นอกจากนี้ การลดลงของกำไรขั้นต้นยังได้รับผลกระทบจากการที่รายได้จากการขายปลีกผ่านสาขา, การขายส่งดีลเลอร์ และการขายส่งแฟรนไชส์ลดลง อย่างไรก็ตาม มีบางส่วนที่ชดเชยได้จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายปลีกงาน Commart, การขายปลีกออนไลน์ และการขายปลีกกลุ่มลูกค้า Commercial
ในส่วนของต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากการที่บริษัทฯ มีการใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องหมุนเวียน และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ฝ่ายจัดการระบุว่า ยอดขายสินค้าหลักที่ลดลงนั้นเป็นผลจากสภาวะตลาดที่กลับสู่ภาวะปกติหลังโควิด-19 ซึ่งอาจเป็นปัจจัยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อลดลง และการแข่งขันที่รุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องได้
ในส่วนของต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นนั้น มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง หากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ในไตรมาส 3 ปี 2566 มีการลดลงของการใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินเนื่องจากการขยายเครดิตจากซัพพลายเออร์และสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นจากการขายในงาน Commart ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระยะสั้น
สิ่งที่น่าจับตาคือ การที่ฝ่ายจัดการได้มีการปรับปรุงและพัฒนาหน้าร้าน เพิ่มสาขา และปรับโฉมสาขาให้ทันสมัย รวมถึงการทำโปรโมชั่นต่างๆ ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นยอดขายในอนาคตได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 3.37% YoY:** อยู่ที่ 136.54 ล้านบาท จาก 141.30 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/2566 ทรงตัว:** อยู่ที่ 3,587.58 ล้านบาท ลดลงเพียง 0.08% YoY
* **กำไรขั้นต้นลดลง 4.20% YoY:** อยู่ที่ 314.63 ล้านบาท จาก 328.65 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายการตลาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญใน 9 เดือนแรก:** ลดลง 67.64 ล้านบาท จากเงินสนับสนุนงาน The Match Bangkok Century Cup 2022 ในปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 25.25% YoY:** ในไตรมาส 3 ปี 2566 จากการใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **ยอดขายกลุ่มสินค้า DIY และ Notebook ลดลงมาก:** เป็นปัจจัยหลักกดดันกำไรขั้นต้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 3,586.39 ล้านบาท ลดลง 0.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายปลีกผ่านสาขา (ไม่รวมงาน Commart) และรายได้จากการขายส่งดีลเลอร์และแฟรนไชส์ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายปลีกงาน Commart, การขายปลีกออนไลน์ และการขายปลีกกลุ่มลูกค้า Commercial ปรับตัวเพิ่มขึ้น
สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 10,336.49 ล้านบาท ลดลง 8.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่เกิดจากยอดขายในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งที่ลดลง
กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 136.54 ล้านบาท ลดลง 3.37% YoY แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการลดลงของค่าใช้จ่ายการตลาดใน 9 เดือนแรก แต่ถูกหักล้างด้วยกำไรขั้นต้นที่ลดลงจากการยอดขายสินค้าหลักที่หดตัว และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การเพิ่มผลิตภัณฑ์ Apple และสมาร์ทโฟน:** ช่วยหนุนยอดขายในกลุ่ม Mobile และ Mobile Accessories
* **การปรับปรุงและพัฒนาหน้าร้าน:** การ Renovate สาขาให้ทันสมัย สร้าง Community และมี Workspace เพื่อดึงดูดลูกค้า
* **การขยายสาขาใหม่:** เน้นห้างสรรพสินค้าตามหัวเมืองใหญ่ เพื่อครอบคลุมกลุ่มลูกค้าได้ทั่วถึง
* **การเติบโตของตลาด E-Commerce:** การปรับปรุงเว็บไซต์, การจัดโปรโมชั่น, การร่วมมือกับ Marketplace และการทำการตลาดออนไลน์
* **ความต้องการสินค้าต่อเนื่องจากกลุ่มลูกค้า Commercial:** จากการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีสู่ Digital Lifestyle
## ความเสี่ยง
* **เศรษฐกิจชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือย
* **อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** ทำให้ราคาสินค้าไอทีแพงขึ้น และกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภค
* **การแข่งขันในตลาดสินค้าไอทีที่รุนแรง:** ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การลดลงของยอดขายสินค้าหลัก:** เช่น DIY และ Notebook ซึ่งเป็นสินค้าที่เคยได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์โควิด-19
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภค:** ในช่วงไตรมาสถัดไป ท่ามกลางปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค
* **ผลตอบรับจากการปรับปรุงและขยายสาขา:** ว่าจะสามารถกระตุ้นยอดขายได้มากน้อยเพียงใด
* **กลยุทธ์การแข่งขันในตลาดสินค้าไอที:** โดยเฉพาะการรับมือกับคู่แข่งและการรักษาอัตรากำไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
* **การเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าที่เพิ่มขึ้น:** เช่น Mobile และอุปกรณ์เสริม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการขายปลีกผ่านสาขา:** ลดลง 11.00% YoY เนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว
* **รายได้จากการขายส่งดีลเลอร์:** ลดลง 7.64% YoY สอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรม
* **รายได้จากการขายส่งแฟรนไชส์:** ลดลง 2.53% YoY
* **รายได้จากการขายปลีกงาน Commart:** เพิ่มขึ้น 123.02% YoY จากความสนใจของผู้บริโภคและโปรโมชั่น
* **รายได้จากการขายปลีกออนไลน์:** เพิ่มขึ้น 10.69% YoY
* **รายได้จากการขายปลีกลูกค้า Commercial:** เพิ่มขึ้น 20.42% YoY จากความต้องการสินค้าเพื่อ Digital Transformation
* **กลุ่มสินค้าที่ยอดขายเพิ่มขึ้น:** Mobile (+207.00%), Printing & Image (+11.10%), Desktop & AIO & Service (+9.56%), Mobile Accessories (+145.15%)
* **กลุ่มสินค้าที่ยอดขายลดลง:** DIY (-21.03%), Notebook (-17.92%)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,663.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.00% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4.66% ส่วนใหญ่จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ เพื่อรองรับแผนขยายธุรกิจและเตรียมสินค้าสำหรับไตรมาสถัดไป
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,351.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.34% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4.98% ส่วนใหญ่จากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากการขยายเวลาเครดิตเทอม
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 312.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.49% จากสิ้นปี 2565
วงจรเงินสดอยู่ที่ (6.30) วัน โดยมีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 2.49 วัน, ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย 37.38 วัน และระยะเวลาการชำระหนี้เฉลี่ย 46.18 วัน
## สรุปท้าย
ADVICE เผชิญความท้าทายในไตรมาส 3 ปี 2566 จากยอดขายสินค้าหลักที่ลดลงและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงเล็กน้อย YoY แม้ว่ารายได้รวมจะทรงตัว และบริษัทฯ จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้า Mobile, การจัดงาน Commart ที่ประสบความสำเร็จ และการขยายฐานลูกค้า Commercial เป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตา ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การปรับปรุงหน้าร้านเพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่ยังคงมีความไม่แน่นอน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ADVICE ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
4,295.63
ล้านบาท
↑ 23% YoY
กำไรขั้นต้น
449.58
ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.47
%
กำไรสุทธิ
62.90
ล้านบาท
↑ 19.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.46
%
D/E Ratio
2.82
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,296
↑ + 23%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
450
↑ + 28.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
63
↑ + 19.9%
YoY
D/E Ratio
2.82
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ADVICE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|---|
| รายได้รวม | — |
4,295.63
+22.97%
|
3,493.25
-64.85%
|
9,937.18
-30.97%
|
14,395.04
|
| กำไรขั้นต้น | — |
449.58
+28.91%
|
348.76
-59.76%
|
866.71
-29.49%
|
1,229.18
|
| ค่าใช้จ่ายรวม | — |
369.44
+28.95%
|
286.50
-59.17%
|
701.64
-27.23%
|
964.13
|
| กำไรสุทธิ | — |
62.90
+19.92%
|
52.45
-55.93%
|
119.00
-42.14%
|
205.67
|
| กำไรต่อหุ้น | — |
0.10
+18.82%
|
0.09
-55.73%
|
0.19
-42.17%
|
0.33
|
| อัตรากำไรขั้นต้น(%) | — |
10.47
+4.91%
|
9.98
+14.45%
|
8.72
+2.11%
|
8.54
|
| อัตราค่าใช้จ่าย(%) | — |
8.60
+4.88%
|
8.20
+16.15%
|
7.06
+5.37%
|
6.70
|
| อัตรากำไรสุทธิ(%) | — |
1.46
-2.67%
|
1.50
+25.00%
|
1.20
-16.08%
|
1.43
|
| กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ROE(%) | — |
27.63
-25.65%
|
37.16
-32.17%
|
54.78
-17.23%
|
66.18
|
| ROA(%) | — |
10.11
-3.99%
|
10.53
+13.84%
|
9.25
-13.87%
|
10.74
|
| หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น | — |
2.82
+29.36%
|
2.18
-70.97%
|
7.51
+2.60%
|
7.32
|
| P/E | — |
14.13
-18.84%
|
17.41
+18.84%
|
14.65
|
14.65
|
| P/BV | — |
3.89
-7.16%
|
4.19
-0.71%
|
4.22
|
4.22
|
| BV | — |
1.51
+5.59%
|
1.43
-20.11%
|
1.79
|
1.79
|
| YIELD(%) | — |
5.56
+375.21%
|
1.17
-74.78%
|
4.64
|
4.64
|
| ราคาหุ้น | — |
5.85
-2.50%
|
6.00
-20.53%
|
7.55
|
7.55
|
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.82
ROE (%)
27.63
ROA (%)
10.11
Book Value/หุ้น
1.79
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ADVICE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-521
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+28
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ADVICE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-521.45
-263.07%
|
319.77
+15.26%
|
277.44
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
28.04
-134.63%
|
-80.98
-727.27%
|
12.91
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
342.76
-159.75%
|
-573.70
+83.27%
|
-313.03
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-96.76
-71.11%
|
-334.91
+1,376.68%
|
-22.68
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
190.69
+91.00%
|
99.84
-18.51%
|
122.52
-5.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
218.15
+11.82%
|
195.09
+95.40%
|
99.84
-18.51%
|