ADVICE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ADVICE
บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน)
SET · พาณิชย์
7.05
0.10 (1.40%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14785 out_tok=2623 at=2026-07-25T04:28:20 --> # ADVICE กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 3.37% เหตุยอดขายกลุ่มสินค้าหลักหดตัว ## รายได้รวมทรงตัว แต่กำไรสุทธิหดตัวเล็กน้อย YoY ขณะที่ค่าใช้จ่ายการตลาดลดลงมีผลหนุนกำไร Q3/2566 บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) หรือ ADVICE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 3,587.58 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 136.54 ล้านบาท ลดลง 3.37% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากยอดขายสินค้ากลุ่ม DIY และ Notebook ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ ADVICE ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **การลดลงของยอดขายสินค้ากลุ่ม DIY และ Notebook ซึ่งเป็นสินค้าหลัก** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 4.20% แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดีขึ้น แต่ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ยอดขายสินค้ากลุ่ม DIY และ Notebook ลดลงต่อเนื่องจากปลายปี 2565 เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เคยทำให้สินค้ากลุ่มนี้ขายดีจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนและการทำงานเป็นออนไลน์ ได้คลี่คลายลงและกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสินค้าไอที และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงจากปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อ หนี้ภาคครัวเรือน และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยและชะลอการซื้อสินค้าไอทีออกไป นอกจากนี้ การลดลงของกำไรขั้นต้นยังได้รับผลกระทบจากการที่รายได้จากการขายปลีกผ่านสาขา, การขายส่งดีลเลอร์ และการขายส่งแฟรนไชส์ลดลง อย่างไรก็ตาม มีบางส่วนที่ชดเชยได้จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายปลีกงาน Commart, การขายปลีกออนไลน์ และการขายปลีกกลุ่มลูกค้า Commercial ในส่วนของต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากการที่บริษัทฯ มีการใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องหมุนเวียน และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการระบุว่า ยอดขายสินค้าหลักที่ลดลงนั้นเป็นผลจากสภาวะตลาดที่กลับสู่ภาวะปกติหลังโควิด-19 ซึ่งอาจเป็นปัจจัยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อลดลง และการแข่งขันที่รุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องได้ ในส่วนของต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นนั้น มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง หากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ในไตรมาส 3 ปี 2566 มีการลดลงของการใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินเนื่องจากการขยายเครดิตจากซัพพลายเออร์และสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นจากการขายในงาน Commart ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระยะสั้น สิ่งที่น่าจับตาคือ การที่ฝ่ายจัดการได้มีการปรับปรุงและพัฒนาหน้าร้าน เพิ่มสาขา และปรับโฉมสาขาให้ทันสมัย รวมถึงการทำโปรโมชั่นต่างๆ ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นยอดขายในอนาคตได้ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 3.37% YoY:** อยู่ที่ 136.54 ล้านบาท จาก 141.30 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวม Q3/2566 ทรงตัว:** อยู่ที่ 3,587.58 ล้านบาท ลดลงเพียง 0.08% YoY * **กำไรขั้นต้นลดลง 4.20% YoY:** อยู่ที่ 314.63 ล้านบาท จาก 328.65 ล้านบาท * **ค่าใช้จ่ายการตลาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญใน 9 เดือนแรก:** ลดลง 67.64 ล้านบาท จากเงินสนับสนุนงาน The Match Bangkok Century Cup 2022 ในปีก่อน * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 25.25% YoY:** ในไตรมาส 3 ปี 2566 จากการใช้ตั๋วสัญญาใช้เงินและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น * **ยอดขายกลุ่มสินค้า DIY และ Notebook ลดลงมาก:** เป็นปัจจัยหลักกดดันกำไรขั้นต้น ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 3,586.39 ล้านบาท ลดลง 0.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายปลีกผ่านสาขา (ไม่รวมงาน Commart) และรายได้จากการขายส่งดีลเลอร์และแฟรนไชส์ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายปลีกงาน Commart, การขายปลีกออนไลน์ และการขายปลีกกลุ่มลูกค้า Commercial ปรับตัวเพิ่มขึ้น สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 10,336.49 ล้านบาท ลดลง 8.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่เกิดจากยอดขายในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งที่ลดลง กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 136.54 ล้านบาท ลดลง 3.37% YoY แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการลดลงของค่าใช้จ่ายการตลาดใน 9 เดือนแรก แต่ถูกหักล้างด้วยกำไรขั้นต้นที่ลดลงจากการยอดขายสินค้าหลักที่หดตัว และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ## โอกาส * **การเพิ่มผลิตภัณฑ์ Apple และสมาร์ทโฟน:** ช่วยหนุนยอดขายในกลุ่ม Mobile และ Mobile Accessories * **การปรับปรุงและพัฒนาหน้าร้าน:** การ Renovate สาขาให้ทันสมัย สร้าง Community และมี Workspace เพื่อดึงดูดลูกค้า * **การขยายสาขาใหม่:** เน้นห้างสรรพสินค้าตามหัวเมืองใหญ่ เพื่อครอบคลุมกลุ่มลูกค้าได้ทั่วถึง * **การเติบโตของตลาด E-Commerce:** การปรับปรุงเว็บไซต์, การจัดโปรโมชั่น, การร่วมมือกับ Marketplace และการทำการตลาดออนไลน์ * **ความต้องการสินค้าต่อเนื่องจากกลุ่มลูกค้า Commercial:** จากการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีสู่ Digital Lifestyle ## ความเสี่ยง * **เศรษฐกิจชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือย * **อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** ทำให้ราคาสินค้าไอทีแพงขึ้น และกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภค * **การแข่งขันในตลาดสินค้าไอทีที่รุนแรง:** ส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **การลดลงของยอดขายสินค้าหลัก:** เช่น DIY และ Notebook ซึ่งเป็นสินค้าที่เคยได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์โควิด-19 * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภค:** ในช่วงไตรมาสถัดไป ท่ามกลางปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค * **ผลตอบรับจากการปรับปรุงและขยายสาขา:** ว่าจะสามารถกระตุ้นยอดขายได้มากน้อยเพียงใด * **กลยุทธ์การแข่งขันในตลาดสินค้าไอที:** โดยเฉพาะการรับมือกับคู่แข่งและการรักษาอัตรากำไร * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูง * **การเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าที่เพิ่มขึ้น:** เช่น Mobile และอุปกรณ์เสริม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) * **รายได้จากการขายปลีกผ่านสาขา:** ลดลง 11.00% YoY เนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว * **รายได้จากการขายส่งดีลเลอร์:** ลดลง 7.64% YoY สอดคล้องกับภาพรวมอุตสาหกรรม * **รายได้จากการขายส่งแฟรนไชส์:** ลดลง 2.53% YoY * **รายได้จากการขายปลีกงาน Commart:** เพิ่มขึ้น 123.02% YoY จากความสนใจของผู้บริโภคและโปรโมชั่น * **รายได้จากการขายปลีกออนไลน์:** เพิ่มขึ้น 10.69% YoY * **รายได้จากการขายปลีกลูกค้า Commercial:** เพิ่มขึ้น 20.42% YoY จากความต้องการสินค้าเพื่อ Digital Transformation * **กลุ่มสินค้าที่ยอดขายเพิ่มขึ้น:** Mobile (+207.00%), Printing & Image (+11.10%), Desktop & AIO & Service (+9.56%), Mobile Accessories (+145.15%) * **กลุ่มสินค้าที่ยอดขายลดลง:** DIY (-21.03%), Notebook (-17.92%) ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,663.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.00% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4.66% ส่วนใหญ่จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ เพื่อรองรับแผนขยายธุรกิจและเตรียมสินค้าสำหรับไตรมาสถัดไป หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,351.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.34% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 4.98% ส่วนใหญ่จากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากการขยายเวลาเครดิตเทอม ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 312.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.49% จากสิ้นปี 2565 วงจรเงินสดอยู่ที่ (6.30) วัน โดยมีระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย 2.49 วัน, ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย 37.38 วัน และระยะเวลาการชำระหนี้เฉลี่ย 46.18 วัน ## สรุปท้าย ADVICE เผชิญความท้าทายในไตรมาส 3 ปี 2566 จากยอดขายสินค้าหลักที่ลดลงและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงเล็กน้อย YoY แม้ว่ารายได้รวมจะทรงตัว และบริษัทฯ จะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้า Mobile, การจัดงาน Commart ที่ประสบความสำเร็จ และการขยายฐานลูกค้า Commercial เป็นสัญญาณบวกที่ต้องจับตา ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การปรับปรุงหน้าร้านเพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่ยังคงมีความไม่แน่นอน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ADVICE ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
4,295.63 ล้านบาท
↑ 23% YoY
กำไรขั้นต้น
449.58 ล้านบาท
↑ 28.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
10.47 %
กำไรสุทธิ
62.90 ล้านบาท
↑ 19.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.46 %
D/E Ratio
2.82
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,296
↑ + 23% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
450
↑ + 28.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
63
↑ + 19.9% YoY
D/E Ratio
2.82

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ADVICE

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.82
ROE (%)
27.63
ROA (%)
10.11
Book Value/หุ้น
1.82

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ADVICE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,822.62
+29.80%
2,174.63
+25.01%
1,739.57
+2.98%
1,689.21
+0.96%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
968.56
+18.58%
816.78
-9.63%
903.78
+0.75%
897.04
+1.85%
รวมสินทรัพย์ —
3,791.18
+26.74%
2,991.41
+13.17%
2,643.35
+2.21%
2,586.25
+1.26%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
2,554.38
+37.06%
1,863.71
-13.59%
2,156.86
+4.61%
2,061.82
+2.95%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
243.90
+30.06%
187.53
+6.73%
175.71
-17.76%
213.65
-8.35%
รวมหนี้สิน —
2,798.28
+36.42%
2,051.23
-12.06%
2,332.56
+2.51%
2,275.47
+1.78%
รวมส่วนของเจ้าของ —
992.89
+5.61%
940.17
+202.52%
310.78
+0.00%
310.78
-2.34%
D/E —
2.82
2.18
7.51
7.32
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
27.63
37.16
54.78
66.18
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
10.11
10.53
9.25
10.74
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.11
1.17
0.81
0.82
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.28
0.30
0.17
0.20
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
9.43
8.13
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
45.75
42.34
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
49.40
49.12
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
5.78
1.35
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-521
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+28
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ADVICE

รายการ 2569 2568 2567 2566
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-521.45
-263.07%
319.77
+15.26%
277.44
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
28.04
-134.63%
-80.98
-727.27%
12.91
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
342.76
-159.75%
-573.70
+83.27%
-313.03
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-96.76
-71.11%
-334.91
+1,376.68%
-22.68
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
190.69
+91.00%
99.84
-18.51%
122.52
-5.73%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
218.15
+11.82%
195.09
+95.40%
99.84
-18.51%