https://aio.panphol.com/assets/images/community/9280_009B48.png

TNR กำไรทรุดฮวบ! ไตรมาส 2/68 กำไรลดลง 88.6% จากบาทแข็งค่าและยอดขายประมูลรัฐลด

P/E 8.47 YIELD 14.04 ราคา 5.70 (0.00%)

ภาพรวมผลประกอบการ

บมจ. ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ (TNR) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2568 กำไรสุทธิลดลงอย่างมากถึง 88.6% เหลือเพียง 40.6 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 355.4 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 12.3% เหลือ 482.8 ล้านบาท จาก 550.6 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า

ปัจจัยกระทบผลการดำเนินงาน

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของ TNR ได้แก่:

  • ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้รายได้จากการขายเมื่อแปลงเป็นเงินบาทลดลง
  • ยอดขายธุรกิจถุงยางอนามัยและเจลหล่อลื่นลดลง โดยเฉพาะยอดขายจากงานประมูลของรัฐบาลในสหรัฐอเมริกา
  • ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น จากการลงทุนด้านโฆษณาและยอดขายออนไลน์
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจกล่องกระดาษของ TNR มียอดขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

วิเคราะห์งบการเงินเชิงลึก

แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะลดลง 26.9% จากการยุติข้อพิพาทคดีความในต่างประเทศ แต่กำไรขั้นต้นลดลง 26.3% คิดเป็น 28.5% ของยอดขาย (จาก 33.9% ในปีก่อน) นอกจากนี้ บริษัทยังขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงและที่เกิดขึ้นจริง จำนวน 28.5 ล้านบาท

ในส่วนของสินทรัพย์รวม เพิ่มขึ้น 17.3% เป็น 2,574.8 ล้านบาท จาก 2,194.9 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2567 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการบริหารความเสี่ยงด้านค่าเงินและสินค้าคงเหลือ ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 51.3% เป็น 1,310.8 ล้านบาท จาก 866.4 ล้านบาท เนื่องจากการกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 4.9% จากการจ่ายเงินปันผล

สรุปผลประกอบการครึ่งปีแรก

สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2568 TNR มีรายได้จากการขายและบริการลดลง 10.0% เหลือ 917.4 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 81.1% เหลือ 83.9 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26.9%

โดยรวมแล้ว ผลประกอบการของ TNR ในช่วงครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการแข็งค่าของเงินบาทและการลดลงของยอดขายในบางตลาด อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงและควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาสถานะทางการเงิน

โพสต์ล่าสุด