https://aio.panphol.com/assets/images/community/9213_0909C5.png

OKJ กำไร Q2/25 ต่ำกว่าคาด GLOBLEX ยังคงแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 10.40 บาท

P/E 17.77 YIELD 3.81 ราคา 4.20 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ

OKJ รายงานผลประกอบการ Q2/25 ที่อ่อนแอ แต่ GLOBLEX มองว่าเป็นจุดต่ำสุดแล้ว และคาดหวังการฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง โดยยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมาย 10.40 บาท อิงจาก P/E ปี 2026 ที่ 25 เท่า

ผลประกอบการที่น่าผิดหวังใน Q2/25

OKJ รายงานกำไรสุทธิ Q2/25 ที่ 24 ล้านบาท ลดลง 63% QoQ และ 60% YoY สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของ Operating leverage ที่สูง และรายได้ที่ลดลงเร็วกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SSSG ที่ลดลงถึง -22.2% YoY เนื่องจากการบริโภคที่อ่อนแอในกรุงเทพฯ และการแข่งขันที่สูงขึ้น

อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงมาอยู่ที่ 43.8% ใน Q2/25 จาก 46.7% ใน Q1/25 และ 45.5% ใน Q2/24 เนื่องจากรายได้ที่ลดลงและโครงสร้างต้นทุนคงที่ที่สูง ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ลดลงมาอยู่ที่ 3.4% ใน Q2/25 จาก 9% ใน Q1/25 และ 10.4% ใน Q2/24

อย่างไรก็ตาม รายได้จากแบรนด์ใหม่ๆ เช่น Oh! Juice และ Joe Wings ช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจาก Ohkajhu ได้บ้าง โดยรายได้จาก Oh! Juice เติบโตเป็น 90.5 ล้านบาท (14.3% ของรายได้รวม) และรายได้จาก Joe Wings อยู่ที่ 9.8 ล้านบาท (1.4%)

ข้อสังเกตและกลยุทธ์ใหม่

SSSG ที่ลดลงอย่างมากเป็นสิ่งที่น่ากังวล โดยลดลงจาก 4.95% ใน Q1/24 เป็น 0.1% ใน Q1/25 และ -22.2% ใน Q2/25 จากผลกระทบของการบริโภคภายในประเทศที่ซบเซา ทำให้ร้านอาหารส่วนใหญ่ในไทยมี SSSG ติดลบในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568

เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์นี้ OKJ ได้เริ่มดำเนินการตามกลยุทธ์ต่างๆ อย่างรวดเร็ว ได้แก่ 1) การลดขนาดอาหารและราคา 2) การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ๆ 3) การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มุ่งสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ "น่าประหลาดใจ" และน่าพึงพอใจให้กับลูกค้า

สรุปและคำแนะนำ

ถึงแม้ผลประกอบการ Q2/25 จะไม่ดีนัก แต่ GLOBLEX ยังคงเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์ใหม่ของ OKJ จะเริ่มเป็นรูปธรรม และช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของ OKJ โดยเริ่มจากการปรับปรุงอัตรากำไร รายได้ที่สูงขึ้น และสถานะของแบรนด์ที่แข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นจึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 10.40 บาท อิงจาก P/E ปี 2026 ที่ 25 เท่า

นักวิเคราะห์: Suwat Sinsadok, CFA, FRM, ERP

โพสต์ล่าสุด