บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
RAM: โรงพยาบาลรามคำแหงานำร่องการเติบโต มุ่งสู่เครือข่ายสุขภาพชั้นนำ
P/E 7.85 YIELD 0.55 ราคา 18.30 (0.00%)
RAM: โรงพยาบาลรามคำแหงานำร่องการเติบโต มุ่งสู่เครือข่ายสุขภาพชั้นนำ
โรงพยาบาลรามคำแหงจำกัดมหาชน (RAM) สร้างความฮือฮาในตลาดด้วยผลประกอบการที่โดดเด่นในปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมั่นคงและการปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ กลยุทธ์การยกระดับคุณภาพการรักษาและการเสริมสร้างเครือข่ายโรงพยาผลให้ RAM กลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม
ปี 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับ RAM จากการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนจากธนบุรีเฮลแคร์กรุ๊ปและโรงพยาบาลเชียวใหม่ราม รวมถึงการเปลี่ยนสถานะบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการควบคุมและบริหารจัดการเครือข่ายให้ประสานงานได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น การปรับโครงสร้างนี้ไม่ได้เพียงขยายขนาดธุรกิจ แต่ยังช่วยสร้าง Operating Leverage จากการแชร์ระบบ back office การจัดซื้อเวชภัณฑ์ร่วม และการส่งต่อผู้ป่วยภายในกลุ่ม ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและลดต้นทุนในระยะยาว
“ปีนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนเนื่องจากไม่เพียงขยายขนาดธุรกิจ แต่ยังปรับโครงสร้างองค์กรให้เชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการสร้าง Operating Leverage จากเครือข่ายร่วม เช่น การแชร์ระบบ back office การจัดซื้อเวชภัณฑ์ร่วม และการส่งต่อผู้ป่วยภายในกลุ่ม ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและลดต้นทุนในระยะยาว”
ด้วยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง RAM ตั้งเป้าหมายที่จะยกระดับตัวเองให้เป็นหนึ่งในเครioข่ายสุขภาพชั้นนำของประเทศไทย โดยเน้นการขยายบริการเฉพาะทาง เช่น ศูนย์หัวใจ ศูนย์กระดูกและข้อ และศูนย์รังสีรักษา เพื่อรองรับผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังวางแผนที่จะขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคภายในระยะ 5 ปี
จากการวิเคราะห์ผลประกอบการปี 2568 พบว่า RAM มีรายได้รวม **14,752 ล้านบาท** มีกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT / Core Profit) **5,448 ล้านบาท** และมีกำไลสุทธิ (Net Profit) **2,793 ล้านบาท** อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ **16.7%** และอัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ **35.9%** Normalized EBITDA อยู่ที่ **3,848 ล้านบาท** Operating EBITDA อยู่ที่ **2,711 ล้านบาท** ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างผลกำไรอย่างมีประสิทธิภาพ
การแบ่งแยกผลประกอบการระหว่างธุรกิจหลัก (Core) และธุรกิจเสริม (Non-Core) ก็มีความน่าสนใจ Core คิดเป็นรายได้รวม **13,000 ล้านบาท** หรือประมาณ 89% ของรายได้รวม มีอัตรากำไรสุทธิประมาณ **18.5%** ในขณะที่ Non-Core คิดเป็นรายได้รวม **1,752 ล้านบาท** หรือประมาณ 11% ของรายได้รวม มีอัตรากำไรสุทธิประมาณ **6.5%** ธุรกิจหลักขับเคลื่อนรายได้จากการดำเนินงานของโรงพยาบาลรามคำแหงและวิภาราม ในขณะที่ Non-Core มาจากการจำหน่ายเวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ และบริการคอนโซลจากธนบุรีเฮลแคร์กรุ๊ป
“การเข้าซื้อธนบุรีเฮลแคร์กรุ๊ป และเชียงใหม่ราม ช่วยเสริมเครือข่ายให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและเชื่อมโยงระบบบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนสถานะบริษัทร่วมเป็นบริษัทย่อย เพิ่มศักยภาพในการกำหนดนโยบายระดับกลุ่มและควบคุมการใช้เงินลงทุนได้ตรงจุดมากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม RAM ก็เผชิญกับปัจจัยท้าทายหลายประการ ปัจจัยภายในที่ต้องแก้ไขคือการปรับโครงสร้างการถือหุ้นเพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ ซึ่งส่งผลให้มีรายการกำไรพิเศษและต้องแยกข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ real performance ปัจจัยภายนอกที่ต้องเฝ้าระวังคือการเติบโตของกำลังซื้อที่ชะลอลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลก รวมถึงนโยบายรัฐที่ควบคุมการเคลมของบริษัทประกันสุขภาพ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ volume ผู้ป่วยเอกชน
สำหรับปี 2569 RAM ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ **24,000 ล้านบาท** โดยแบ่งเป็น RAM + วิภาราม (~11,000 ล้านบาท) ธนบุรีเฮลแคร์กรุ๊ป (~10,000 ล้านบาท) และเชียงใหม่ราม (~3,000 ล้านบาท) กลยุทธ์การเติบโตหลักคือการขยายบริการเฉพาะทาง การขยายศูนย์รักษามะเร็งในภูมิภาค และการลดต้นทุนผ่านการแชร์ระบบ back office และการจัดซื้อเวชภัณฑ์ร่วม
ถาม-ตอบ (Q&A)
Q: แนวโน้มไตรมาสที่หนึ่งปี 2569 มีการเติบโตต่อเนื่องหรือไม่ และปัจจัยขับเคลื่อนคืออะไร?
A: เดือนมกราคมยังคงเติบโตได้ดีจาก seasonality shift โดยเฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยเนื่องจากเป็น low season และพฤติกรรมผู้ป่วยเอกชนเปลี่ยนไปหลังประกาศ co-pay ทำให้ volume เสียหายบางส่วน
Q: สภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อในครึ่งปีแรกมีผลกระทบอย่างไร?
A: เศรษฐกิจไทยยังคงเติบโตแต่มีความเข้มงวดมากขึ้นจากสงครามตะวันออกกลางและเงินเฟ้อ โดยเฉพาะพลังงาน ส่งผลให้กำลังซื้อลดลงเล็กน้อย
Q: ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางต่อรายได้ของบริษัทเป็นอย่างไร?
A: สัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติในเครือรามยังไม่ถึง 2% จึงมองว่าผลกระทบจำกัด
Q: มีแผนบริหารจัดการค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนอย่างไร?
A: เน้นการลดต้นทุนผ่านการแชร์ระบบ back office การจัดซื้อเวชภัณฑ์ร่วม และการส่งต่อผู้ป่วยภายในเครือ เพื่อลด cost per case โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
Q: มีแผนพิจารณาขาย non-core asset หรือไม่?
A: มีการพิจารณาขายบางส่วนเพื่อรับรู้กำไรระหว่างปี โดยเฉพาะในธุรกิจที่ไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์หลัก
สรุปภาพรวม: RAM แสดงศักยภาพในการเติบโตอย่างมั่นคงในปี 2568 ด้วยการขยายรายได้และการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรที่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอก แต่กลยุทธ์การรวมกลุ่มธุรกิจและการเน้นบริการเฉพาะทางสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าระยะยาวอย่างชัดเจน