https://aio.panphol.com/assets/images/community/15296_5FF6E3.png

D ฟันธุ่งรับเครื่อง: ตอกย้ำผลประกอบการโต 10% รายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาท

P/E 11.25 YIELD 5.32 ราคา 2.82 (0.00%)

D ฟันธุ่งรับเครื่อง: ตอกย้ำผลประกอบการโต 10% รายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาท

บริษัทเดนทัลคอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน) หรือ D ผู้ให้บริการทันตกรรมครบวงจร เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2568 ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยรายได้รวมที่พุ่งสูงถึง 1,047 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 10% และกำไรสุทธิที่ปรับขึ้นเป็น 85 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและศักยพร้อมในการขยายตัวของบริษัท

ปีนี้ D มุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าต่างชาติผ่านธุรกิจทันตกรรมเฉพาะทาง โดยเฉพาะบริการที่โรงพยาบลาล BIDH และศูนย์บริการรูปแบบทันตกรรมท่องเที่ยว (Dental Tourism) ควบคู่กับการขยายธุรกิจเทรดดิ้งผ่านการนำเข้าผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น รากฟันเทียมวาลันเท็กซ์ราคาประหยัด เพื่อเจาะตลาดในกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย

“เรามีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำด้านทันตกรรมแบบครบวงจรที่เติบโตอย่างยั่งยืน โดยการผสมผสานระหว่างบริการที่มีคุณภาพ การขยายฐานลูกค้าใหม่ และการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง”

การย้ายสำนักงานและขยายพื้นที่คลินิกเฉพาะทางในปี 2568 เป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับการเติบโตของลูกค้าต่างชาติอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ D ยังมีแผนยื่นจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ขึ้นมาอยู่ที่ SET ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการมุ่งมั่นที่จะสร้างความโปร่งใสและเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว

ผลประกอบการที่แข็งแกร่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพและการจัดการต้นทุนที่ดีของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจให้บริการทันตกรรมจาก 23% สู่ 31% และอัตรากำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นจาก 8% สู่ 8% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน

หากพิจารณาจากตารางสรุปผลประกอบการ พบว่า รายได้รวมในปี 2568 อยู่ที่ 1,047 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) หรือ Core Profit 92 ล้านบาท กำไรสุทธิ 85 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 36% และอัตรากำไรสุทธิ 8% ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีคุณภาพของบริษัท

“การเติบโตของธุรกิจเทรดดิ้งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้รวม เพิ่มขึ้น 67 ล้านบาท และคิดเป็น 36% ของรายได้รวม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของธุรกิจนี้”

ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของ D คือการขยายฐานลูกค้าต่างชาติผ่านบริการ Dental Tourism โดยเฉพาะในภูเก็ตและเชียงใหม่ นอกจากนี้ การเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจให้บริการทันตกรรมผ่านผลิตภัณฑ์นำเข้าจากจีน เช่น เครื่องสScanner ฟัน 3 มิติและเก้าอี้ทำฟัน ยังเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของบริษัท

อย่างไรก็ตาม D ก็เผชิญกับความท้าทายบางประการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทรัพยากรในคลินิกเดิมเกินไปจากภาวะขาดแคลนพื้นที่ และผลกระทบจากภัยแล้งและสงครามโลกครั้งที่ 4 ที่ส่งผลให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวลง

ในด้านปัจจัยภายนอก D ต้องเผชิมหน้ากับสภาพแวดล้อมสงครามโลกครั้งที่ 4 และภาวะราคาน้ำมันสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผู้เดินทางต่างชาติบางส่วนเลื่อนการเดินทาง นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐและแผนประมูลงานภาครัฐเพิ่มขึ้นในปี 2569 ก็เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

“แม้จะมีความท้าทายหลายประการ แต่เรายังคงมั่นใจในการเติบโตของธุรกิจ โดยมีแผนรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง”

เจาะประเด็งร้อน (Q&A)

Q: มีผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 4 กับธุรกิจของบริษัทหรือไม่?

A: มีผลกระทบเล็กน้อยในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 เนื่องจากผู้เดินทางต่างชาติบางส่วนเลื่อนการบินหรือยกเลิกการเดินทางจากยุโรปและตะวันออกกลาง สัดส่วนลูกค้าจากภูมิภาคดังกล่าวไม่ถึง 5% และบริษัทมีแผนรองรับด้วยการจองตั๋วใหม่หรือเลื่อนการเดินทาง

Q: อัตราผลตอบแทนจากธุรกิจเทรดดิ้งเพิ่มขึ้นได้อย่างไร?

A: จากการนำเข้าผลิตภัณฑ์ใหม่ราคาถูก เช่น เครื่องสแกนฟัน 3 มิติและเก้าอี้ทำฟันที่มีราคาถูกกว่าแบรนด์ยุโรปถึง 40–50% โดยยังคงรักษาคุณภาพเทียบเท่า

Q: ธุรกิจให้บริการทันตกรรมเติบโตได้อย่างไรในปีนี้?

A: จากการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นของคลินิกต่างชาติ โดยเฉพาะบริการรากฟันเทียมและทำฟันสวยงามคาร์วิเนียที่เป็นรายได้หลัก และมีแผนขยายห้องตรวจใน BIDH และ BIDC เพื่อรองรับลูกค้าต่างชาติ

Q: มีแผนพัฒนาธุรกิจให้บริการทันตกรรมใหม่หรือไม่?

A: มีแผนเปิดคลินิกใหม่ไม่เกิน 2–4 แห่งในปี 2569 โดยเน้นในภูมิภาคท่องเที่ยว เช่น กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด Dental Tourism

Q: มีแผนลดต้นทุนหรือไม่?

A: บริษัทเน้นลดต้นทุนโครงสร้าง โดยเฉพาะในด้านการดำเนินงานคลินิกและบำรุงรักษาเครื่องมือ เพื่อให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นตามรายได้

Q: มีแผนยื่นจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ขึ้นมาอยู่ที่ SET หรือไม่?

A: มีแผนยื่นขึ้นมาอยู่ที่ SET ในช่วงกลางปี 2569 โดยมีเกณฑ์ครบถ้วนแล้ว เช่น ผลประกอบการปีล่าสุด 85 ล้านบาทเกินกว่าเป้าหมายตลาดที่ตั้งไว้ที่ 75 ล้านบาท

Q: มีแผนทำการตลาดกับลูกค้าไทยหรือไม่?

A: มีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับคนไทย เช่น รากฟันเทียมวาลันเท็กซ์ราคาถูกที่ 27,000 บาท เพื่อตีตลาดและสร้างความคุ้มค่าให้กับนักท่องเที่ยวไทย

สรุปวิเคราะห์ท้ายบทความ (Conclusion)

D กำหนดเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้จากธุรกิจให้บริการทันตกรรมต่างชาติอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 และเปิดคลินิกใหม่ไม่เกิน 4 แห่งในปีเดียวกัน นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งมั่นที่จะขยายฐานลูกค้าไทยผ่านผลิตภัณฑ์ราคาประหยัด เช่น รากฟันเทียมวาลันเท็กซ์

สิ่งที่ต้องจับตามองคือการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐและเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสงครามและการเดินทางของผู้คนต่างชาติ นอกจากนี้ การเติบโตของธุรกิจเทรดดิ้งที่อาจขับเคลื่อนรายได้เพิ่มขึ้น แต่ต้องติดตามอัตรากำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน รวมถึงการปรับตัวของตลาด Dental Tourism ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โพสต์ล่าสุด