SAFE (เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป): สรุป OPPDAY Q1/2568 - มุ่งเน้นเทคโนโลยี, ขยายตลาด, และโอกาสใหม่ในกลุ่มสมรสเท่าเทียม

P/E 14.39 YIELD 10.51 ราคา 5.90 (0.00%)

SAFE (เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป): สรุป OPPDAY Q1/2568 - มุ่งเน้นเทคโนโลยี, ขยายตลาด, และโอกาสใหม่ในกลุ่มสมรสเท่าเทียม

SAFE Fertility Group จัดงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) เพื่อนำเสนอภาพรวมธุรกิจและผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2568 โดยมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม:

  • นายแพทย์ วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ (CEO)
  • คุณ ชันนิดา พัฒโนทัย (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน)
  • 1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview)

    SAFE Group ประกอบธุรกิจหลัก 3 ส่วน:

    1. ธุรกิจการรักษาผู้มีบุตรยาก (Fertility Treatment): ให้บริการ ICSI, IUI, และการแช่แข็งไข่ ซึ่งการแช่แข็งไข่ได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากผู้หญิงมีบุตรช้าลง
    2. ธุรกิจห้องปฏิบัติการ (Laboratory Services): ตรวจโครโมโซมตัวอ่อน, ตรวจเลือดคุณแม่เพื่อดูความผิดปกติของโครโมโซมลูกในครรภ์
    3. ธุรกิจ Wellness: ให้บริการด้านสุขภาพและความงามภายใต้แบรนด์ The Fountain

    บริษัทมี 5 สาขา ได้แก่ เกษร อัมรินทร์, รามอินทรา (กม.12), ขอนแก่น, ศรีราชา, และภูเก็ต

    ธุรกิจเด็กหลอดแก้วยังมีโอกาสเติบโต เนื่องจากคนชะลอการมีบุตรและมีบุตรยากขึ้น

    ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทาง (Destination) สำหรับผู้มีบุตรยาก เนื่องจากอัตราความสำเร็จสูง, ความปลอดภัย, บริการที่ดี, และราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา

    บริษัทพยายามขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยมีการจัดสัมมนาและออกบูธที่เมืองเฉิงตู (เสฉวน) ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

    2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities)

    SAFE มีการทำ Collaboration กับศูนย์ Nova IVF ในไต้หวัน เพื่อส่งผู้ป่วยไปมาและรับตัวอ่อนมาตรวจที่ SAFE

    NGG (Next Generation Genomics) จะไปออกบูธในงานมีบุตรยากที่ใหญ่ที่สุดในโลก (จัดเป็นปีที่ 41) ที่กรุงปารีส เพื่อให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

    เน้นเทคโนโลยี PGT-A Seq ซึ่งตรวจตัวอ่อนแล้วพบว่าตัวอ่อนปกติสูงกว่า, อัตราการตั้งครรภ์สูงกว่า, และอัตราการแท้งลดลง

    มุ่งเน้นการทำ Marketing ให้มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ โดย Collaboration กับคลินิก, คุณหมอสู, โรงพยาบาล (ทั้งเอกชนและรัฐบาล) เพื่อส่งต่อผู้ป่วย

    โอกาสจากกลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งประเทศไทยมีการสมรสเท่าเทียม ทำให้มีผู้สนใจเข้ารับการรักษาและทำลูกมากขึ้น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและ ครม. คาดว่าจะผ่านสภาและเป็นกฎหมายภายในปีนี้ ซึ่งจะนำเงินเข้าประเทศอย่างมาก

    3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges)

    การแข่งขันในตลาด Indonesia ที่ต้องแข่งกับ Malaysia เนื่องจากวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน

    เศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าในการเข้ารับบริการ

    4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation)

    การเน้นคุณภาพและบริการที่ดี, การควบคุมต้นทุน, และการใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จ

    การทำ Marketing ที่เจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเฉพาะ (เช่น จีน, อินเดีย, เวียดนาม, กัมพูชา, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น) ผ่านช่องทาง Online (Facebook, TikTok, Instagram) และ Offline (Billboard)

    การทำ Package และ Promotion ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อดึงดูดผู้ที่กังวลเรื่องงบประมาณ

    การใช้ Capacity ที่มีอยู่ให้มากที่สุดก่อนขยายสาขา, และพิจารณา Joint Venture แทนการเปิดสาขาใหม่เพื่อลดต้นทุน

    5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends)

    การเติบโตอย่างยั่งยืน, การควบคุมต้นทุน, และการให้ความสำคัญกับจริยธรรมและคุณภาพ

    การขยายตลาดไปยังกลุ่ม LGBTQ+ หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้

    การใช้เทคโนโลยีใหม่ (เช่น PGT-A Seq) เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จและลดอัตราการแท้ง

    การวัดผลการดำเนินงานด้าน ESG (Environmental, Social, Governance) และตั้งเป้าเข้าคำนวณใน ESG Index ภายใน 2-3 ปี

    6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) เริ่มต้น นาทีที่ 18.44

    แนวโน้มไตรมาส 2 ปี 2568:

    คุณ ชันนิดา คาดว่าไตรมาส 2 จะค่อยๆ ดีขึ้นจากไตรมาส 1 แม้เดือนเมษายนจะมีวันหยุดเยอะ แต่พฤษภาคมและมิถุนายนเห็น Flow ของ Inquiry ที่ดีขึ้นจากการทำตลาดที่เข้มข้น (ทั้ง Online และ Offline) และเจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะ

    กลยุทธ์ดึงลูกค้าในช่วงเศรษฐกิจซบเซา:

    นายแพทย์ วิวัฒน์ กล่าวว่า SAFE มี Product ที่ดี (PGT-A Seq), Services ที่ดี, อัตราความสำเร็จสูง, และเน้นคุณภาพมากกว่า Price War พยายามดูราคาไม่ให้สูงเกินไป และเน้นการตลาดที่เน้นคุณภาพ, Service, และราคาที่เหมาะสม

    ผลกระทบจากสงครามการค้าและภาษีของสหรัฐฯ:

    คุณ ชันนิดา กล่าวว่าไม่มีผลกระทบเนื่องจาก SAFE ไม่ได้ส่งอะไรไปอเมริกา

    อัตราการเกิดลดลงส่งผลต่อ SAFE อย่างไร:

    นายแพทย์ วิวัฒน์ กล่าวว่าน่าจะเป็นโอกาสมากกว่า เพราะคนแต่งงานช้าและมีลูกตอนอายุเยอะ ทำให้มีลูกยากและต้องพึ่งบริการ SAFE รัฐบาลควรสนับสนุนเรื่องการมีบุตร (เช่น ภาษี, ลาคลอด, โรงเรียน) รัฐบาลทั่วโลกตระหนักถึงเรื่องนี้และพยายามออก Package จูงใจ

    เทคโนโลยีใหม่ดึงดูดลูกค้าได้มากน้อยแค่ไหน:

    นายแพทย์ วิวัฒน์ กล่าวว่าลูกค้าที่มาปรึกษาจะมั่นใจว่าเทคโนโลยีดีขึ้น, มีตัวอ่อนให้ใส่มากขึ้น, โอกาสตั้งครรภ์มากขึ้น, และโอกาสแท้งลดลง แต่การรับรู้ต้องใช้เวลา

    กลุ่มลูกค้าสมรสเท่าเทียมจะเริ่มใช้บริการและสร้างรายได้เมื่อไหร่:

    นายแพทย์ วิวัฒน์ คาดว่าน่าจะประมาณ Q4 ปีนี้

    เป้าเติบโตปีนี้ (15-20%) ยังคงเป้าไว้หรือไม่:

    นายแพทย์ วิวัฒน์ กล่าวว่า Q1 ผ่านไปแล้ว Q2 ยังไม่ชัดเจนนัก แต่เนื่องจากปีที่แล้วถดถอย ปีนี้น่าจะเป็นปีที่กลับไป และช่วงมิถุนายนจะมีคนไข้เข้ามาใช้บริการเพราะอยากให้ลูกเกิดปีมังกร ยังตั้งเป้าไว้ประมาณเดิม โดยเฉพาะกำไร เพราะควบคุม Cost ได้ดีขึ้น Top Line อาจไม่มั่นใจว่าจะถึง 15-20% แต่ Bottom Line น่าจะทำได้

    แผนการตลาดสำหรับลูกค้าต่างชาติ:

    คุณ ชันนิดา กล่าวว่าใช้ Agency ที่คุ้นเคยลูกค้าต่างชาติ, ทำการตลาดให้ถึง Target, วัดผล Performance ของ Marketing (ช่องทางต่างๆ), และทำการตลาดอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

    นายแพทย์ วิวัฒน์ กล่าวว่ากำลังจะบุกตลาดการตรวจโครโมโซม โดยสัปดาห์หน้าจะไปหาลูกค้าต่างประเทศและมี Manager เข้าไปหาลูกค้าเพื่อให้ส่งตัวอ่อนมาตรวจที่ SAFE เชื่อว่า NGG จะมีการเติบโตที่ดี เพราะ Product ช่วยให้ differentiate

    แนวโน้มแต่ละสาขาและแผนเปิดสาขาเพิ่ม:

    นายแพทย์ วิวัฒน์ กล่าวว่าปีนี้คงไม่เปิดแน่นอน เพราะเศรษฐกิจไม่เอื้อ Capacity ที่มีอยู่ (5 สาขา) ยังมี Room จะใช้ Capacity ที่มีอยู่ให้มากที่สุดก่อน อาจเป็น Joint Venture แทน (เช่น MOU กับโรงพยาบาลชลบุรี) การเปิดสาขาเป็น Cost ถ้าไม่ Break Even จะฉุด Bottom Line และเพิ่ม Depree กับ capex ปีนี้คงไม่มีแผนขยายสาขา

    คุณ ชันนิดา กล่าวเสริมว่ามีการทำ Package และ Promotion เป็นช่วงเวลา เพื่อดึงดูดคนไข้ให้เข้าถึงมากขึ้น (เช่น สาขาศรีราชาและรามอินทรามี Special Price) สาขาอัมรินทร์มีทั้งคนในเมืองและต่างชาติ ราคาเหมือนเดิม แต่สาขาอื่นจะเล่น Promotion เป็นช่วงๆ เพื่อดึงดูดคนไข้ให้รู้จัก SAFE และมาใช้บริการ

    แผน M&A ตอนนี้เป็นอย่างไร:

    คุณ ชันนิดา กล่าวว่ายังเดินอยู่และหาโอกาสทางธุรกิจ อยู่ในระหว่างการเจรจา M&A มีได้หลายรูปแบบ (JV ในธุรกิจที่ถนัด หรือ diversify ไปธุรกิจที่เป็น Trend) อาจแจ้งเวลาที่ชัดเจนแน่นอนไม่ได้ แต่ทีมผู้บริหารทำเต็มที่ในหลากหลายช่องทาง

    โดยสรุปแล้ว SAFE Group มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยใช้เทคโนโลยี, การควบคุมต้นทุน, และการให้ความสำคัญกับจริยธรรมและคุณภาพ นอกจากนี้ยังมองหาโอกาสใหม่ๆ ในตลาดที่มีศักยภาพ เช่น กลุ่ม LGBTQ+ และการขยายตลาดไปยังต่างประเทศผ่านการทำ Collaboration และ Joint Venture

    โพสต์ล่าสุด