https://aio.panphol.com/assets/images/community/6573_56C7C4.png

OKJ: กรุงศรีปรับลดราคาเป้าหมาย แต่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" มองการเติบโตระยะยาว

P/E 17.77 YIELD 3.81 ราคา 4.20 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ:

หุ้น OKJ ยังคงน่าสนใจลงทุน แม้กรุงศรีจะปรับลดราคาเป้าหมายลงมาอยู่ที่ 8.20 บาท แต่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยมุมมองการเติบโตที่แข็งแกร่งในระยะยาว

KSS วิเคราะห์ OKJ:

กรุงศรี (KSS) ปรับลดราคาเป้าหมายหุ้น OKJ ลงเหลือ 8.20 บาท (จากเดิม 12 บาท) อิงวิธี DCF (WACC 8.4%, terminal growth 1%) หรือเทียบเท่า PER ปี FY25F ที่ 20 เท่า แม้จะมีการปรับสมมติฐาน SSSG ปี 2025F เป็น ติดลบ 10% และปรับ SG&A/sales ขึ้นเพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายการขยายสาขา แต่ยังคงมองว่า OKJ เป็นผู้นำการเติบโตในกลุ่มร้านอาหาร

KSS คาดการณ์กำไรของ OKJ จะเติบโต 25% yoy ในปี 2025F และโตเฉลี่ย 17% CAGR ในช่วงปี 2025-2027F หนุนจากการขยายสาขาเชิงรุกและมาร์จิ้นที่ปรับตัวดีขึ้น โดย OKJ มีแผนขยายสาขา Ohkajhu เพิ่มอีก 6 สาขา, Oh!Juice เพิ่มอีก 12 สาขา และ Joe Wings แบรนด์ใหม่จะเปิดอีก 6 สาขาภายในปีนี้

ถึงแม้ SSSG ของ Ohkajhu จะติดลบในเดือนเมษายน แต่ KSS มองว่าราคาหุ้นปัจจุบันได้สะท้อนความกังวลนี้ไปแล้ว โดยปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ระดับ PER เพียง 16 เท่า และ PEG เพียง 0.6 เท่า

ข้อสังเกต:

KSS ใช้สมมติฐานที่อนุรักษ์นิยมมากขึ้น โดยคาด SSSG ปี 2025F ติดลบ 10% จากผลกระทบ cannibalization ของสาขาใหม่และอุปสงค์ที่อ่อนตัว แต่รายได้รวมยังเติบโต 26% yoy เป็น 3 พันล้านบาท หนุนโดยการขยายสาขา

Gross margin คาดว่าจะดีขึ้นเป็น 46.2% จากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่ดีขึ้นและสัดส่วนรายได้จากแบรนด์ที่มีมาร์จิ้นสูงอย่าง Oh!Juice และ Joe Wings ที่เพิ่มขึ้น

KSS ปรับเพิ่มอัตราส่วน SG&A/sales สะท้อนค่าใช้จ่ายการตลาดและต้นทุนเปิดสาขาใหม่ ซึ่งทำให้ net margin คาดว่าจะทรงตัวอยู่ในช่วง 8.3–8.5% ในปี FY25F–26F

สรุป:

KSS ยังคงแนะนำ "ซื้อ" หุ้น OKJ แม้จะปรับลดราคาเป้าหมายลง โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันได้สะท้อนความเสี่ยงจากการบริโภคที่ชะลอตัวไปแล้ว และ OKJ ยังมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาวจากการขยายสาขาและปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้น

โพสต์ล่าสุด