บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
SPRC สรุป Oppday Day ไตรมาส 1 ปี 2568: วิเคราะห์ผลกระทบ, โอกาส, และแนวโน้มในอนาคต
P/E 17.83 YIELD 5.93 ราคา 6.75 (0.00%)
SPRC สรุป Oppday Day ไตรมาส 1 ปี 2568: วิเคราะห์ผลกระทบ, โอกาส, และแนวโน้มในอนาคต
1. **ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):**
SPRC มุ่งหวังที่จะสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น (Maximize Total Shareholder Return) ผ่านการสร้างผลประกอบการที่สูงสุดและการบริหาร Cash Flow ที่มีประสิทธิภาพ ปัจจัยขับดันมาจาก 4 ด้านหลัก คือ การดำเนินงานที่น่าเชื่อถือ มั่นคง และมีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการต้นทุน (Cost) ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การสร้างผลกำไรที่ดี (Optimize Value Chain) และการลงทุนที่ชาญฉลาด (Smart Investment)
สภาพตลาดโดยรวมมีความผันผวนและไม่แน่นอนสูง SPRC ไม่ได้นิ่งนอนใจและมองถึงปัจจัยที่ควบคุมได้ เริ่มดำเนินการเพื่อให้ธุรกิจมีความมั่นคงและรับมือกับสภาพตลาด โดยมุ่งหวังในการสำรองเงินสดและ Optimize การดำเนินงาน
ผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2568:
- EBITDA อยู่ที่ 54 ล้านเหรียญ
- Net Profit อยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ
- Enterprise Margin อยู่ที่ 5.45 เหรียญต่อบาร์เรล
- Bottom Line Improvement Program สนับสนุนเพิ่มเติม 0.62 เหรียญต่อบาร์เรล
- Sale Volume รวมอยู่ที่ประมาณ 17 ล้านบาร์เรล
การมีธุรกิจ Refinery และการค้ารวมกัน สามารถสร้าง Enterprise Value Capture ได้ 12.7 ล้านเหรียญในไตรมาส 1 การดำเนินงานในฝั่ง Refinery มีความ Reliable สูง โดย Operational Availability อยู่ที่เกือบ 99% และ Utilization of Equivalent Distillation Capacity สูงกว่า 90% ธุรกิจการพาณิชย์มุ่งเน้นช่องทางการขายในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยมี Product มากกว่า 95% ขายในประเทศ ซึ่งสร้างผลกำไรได้สูงกว่าการขายส่งออก SPRC มีความสำคัญใน Market Share ของประเทศในตลาด Gasoline และ Diesel ถึง 17%
ตัวเลขสำคัญ:
- รายงานตัว EBITDA อยู่ที่ 54 ล้านเหรียญ
- Net Profit อยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ
- Enterprise Margin ของเราที่ 5.45 เหรียญต่อบาร์เรล
- Operational availability ของเราเนี่ยอยู่สูงถึงเกือบ 99%
- Sale volume ของทั้ง Enterprise เนี่ยค่ะรวมกันอยู่ที่ประมาณ 17 ล้านบาร์เรล
- Enterprise Value Capture ขึ้นมาได้ที่ 12.7 ล้านเหรียญในไตรมาส 1 นี้
- Market Share ของประเทศเนี่ยถึง 17% ด้วยกัน
บริษัทมีแผนที่จะอัปเกรดกระบวนการผลิตเพื่อให้สามารถกลั่นน้ำมันดิบเบาได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้มี Yield ของน้ำมันอากาศยานและน้ำมันเบนซินมากขึ้น และมี Yield ของน้ำมันเตาที่ลดลง โครงการนี้จะทำในช่วงที่มีการซ่อมบำรุงในไตรมาส 1 ปีหน้า
บริษัทพยายามที่จะขายน้ำมันในช่องทางที่สามารถมีกำไรได้สูงที่สุด รวมถึงช่องทางที่มี Demand ที่แน่นอน เช่น การขาย Term และการขายในประเทศให้มากขึ้น ในปัจจุบัน บริษัทขายของส่วนใหญ่ในประเทศที่ประมาณ 95% โดยที่เหลืออีก 5% จะเป็นในส่วนของน้ำมันเตาที่ส่งขายต่างประเทศ บริษัทพยายามที่จะทำตลาดในประเทศในส่วนของน้ำมันเตาเอง หรือจะเปลี่ยนจากน้ำมันเตาไปเป็นยางมะตอย
บริษัทมองหาโอกาสในธุรกิจใหม่ๆ เช่น ธุรกิจของ Circular ซึ่งเป็นธุรกิจที่ผลิตพลาสติกจากขยะ โดยกำลังทำงานกับ Partner ในการที่จะ Step in เข้าไปในธุรกิจนี้ แต่ SPRC ให้ความสำคัญกับเรื่องของความคุ้มค่าในการลงทุน โครงการนี้จะเป็นโครงการที่จะเริ่มต้นเล็กๆ ก่อน เพื่อให้สามารถเข้าไปในธุรกิจและได้เรียนรู้และเข้าใจธุรกิจนี้ และอาจจะขยายในอนาคตหากตลาดเติบโตได้ดี
มี Integration หรือ Synergy Opportunity กับ Partners ทั้งในส่วนของโรงกลั่นน้ำมันและโรงปิโตรเคมี เพื่อขยายโอกาสที่จะสร้างรายได้และสร้างผลกำไรให้มากขึ้น
3. **ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):**ความเสี่ยงหลักคือความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของนโยบายทางภาษี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของความต้องการน้ำมัน
ในช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูง สิ่งที่ SPRC ให้ความสำคัญคือการทำให้การเงินของบริษัทเข้มแข็งและโฟกัสไปในเรื่องของ Financial Priority ของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการ Optimize Operation การสำรองเงิน การตัดค่าใช้จ่าย และลด Working Capital
ความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของนโยบายภาษี
4. **วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):**บริษัทมีแผนการรับมือโดยการสำรองเงินสด ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และ Optimize การดำเนินงานเพื่อให้ธุรกิจมีความมั่นคงและสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดได้
ลดค่าใช้จ่ายในการขายของให้ลดลง และขยายความสามารถในการจ่ายน้ำมันจากโรงกลั่นไปยังสถานีบริการหรือไปยังลูกค้าอื่นๆ ให้ได้มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการขายของที่สูงมากขึ้น
เน้นการลงทุนที่ชาญฉลาด (Smart Investment) และโครงการที่มีความคุ้มค่าในการลงทุน
5. **แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):**แนวโน้มในอนาคต SPRC คาดว่าความต้องการน้ำมันของ Gasoline และน้ำมันอากาศยานจะสูงขึ้นเนื่องจากเข้าสู่ Travel Season ซึ่งมีแนวโน้มจะส่งผลบวกต่อส่วนต่างราคาของน้ำมันเหล่านี้SPR C ก็มี การเตรียม ความ พร้อม ใน ช่วง ที่ เหลือ ของ ปี นี้ นะ ครับ สําหรับ Turn Around เพื่อ ตรวจ สอบ อุปกรณ์ และ ทํา ตัว อัปเกรด Project ใน ปี หน้า ครับ
บริษัทมุ่งเน้นการดำเนินงานที่ยั่งยืน (Sustainable Operation) และการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับผู้ถือหุ้น (Reliable Dividend to Shareholder) เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
6. **ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): [เริ่ม Q&A นาทีที่ 40.40]**คำถาม: ขอทราบการอัปเดตแนวโน้มไตรมาส 2 จะเป็นอย่างไร และมีการวางเป้าหมายไว้อย่างไร?
คำตอบ (คุณยรรยง): แนวโน้มในไตรมาส 2 ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยหลักๆ คือการติดตามนโยบายทางภาษี ซึ่งมีความไม่แน่นอนและอาจส่งผลต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจ แต่อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตความต้องการของของน้ำมันนะครับแต่ เรา คาด ว่า ความ ต้องการ น้ำมัน ของ แก๊สโซลีน และ น้ํา มัน อากาศยาน จะ สูง ขึ้น นะ ครับ เนื่อง จาก อ่า เข้า สู่ ทา Travel ซีซั่น นะ ครับ ซึ่ง มี มี น้อง จะ ส่ง ผล บวก ต่อ ส่วน ต่าง ราคา น้ํา มัน เหล่า นี้ นะ ครับ ส่วน แผน ใน ปี นี้ นะ ครับ ใน ส่วน ของ กําลัง การ ผลิต นั้น เรา จะ continue ดําเนิน การ Optimize กําลัง การ ผลิต และ ขูด สเรต นะ ครับ เพื่อ เพิ่ม ผล กําไร ให้ เกิด สูง สุด นะ ครับ โดย กําลัง การ ผลิต ใน ช่วง นี้ คาด ว่า จะ อยู่ สัก ประมาณ 85-95% ครับ ของ กําลัง การ ผลิต สูง สุด ครับ"
คุณยรรยงกล่าวว่าความต้องการน้ำมันของแก๊สโซลีนและน้ำมันอากาศยานจะสูงขึ้นเนื่องจากเข้าสู่ Travel Season และกำลังการผลิตในไตรมาสสองนี้คาดว่าจะอยู่ประมาณ 85-95% ของกำลังการผลิตสูงสุด
**สรุปประเด็นสำคัญ:**SPRC มีผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1 ปี 2568 แม้จะมีความผันผวนในตลาด บริษัทมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการขยายโอกาสทางธุรกิจในตลาดใหม่ๆ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการลดความเสี่ยงทางการเงิน เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
**ช่วงท้ายของบทความ สรุปหัวข้อที่ถามและคำตอบที่ผู้บริหารตอบในคลิป:**- **แนวโน้มและเป้าหมายไตรมาส 2**:
คุณยรรยงกล่าวว่าความต้องการน้ำมันของแก๊สโซลีนและน้ำมันอากาศยานจะสูงขึ้นเนื่องจากเข้าสู่ Travel Season และกำลังการผลิตในไตรมาสสองนี้คาดว่าจะอยู่ประมาณ 85-95% ของกำลังการผลิตสูงสุด - **Financial Priority**:
คุณนุศราเน้นย้ำถึงการให้ผลตอบแทนที่มั่นคงสม่ำเสมอแก่ผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งการรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท