บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
TACC การเติบโตในปี 2568 จากงานประชุมผู้ถือหุ้น
P/E 10.94 YIELD 7.16 ราคา 5.45 (0.00%)
1. รายได้และกำไรในอนาคต
1. รายได้และกำไรในอนาคต
- บริษัทดำเนินการได้ตามแผนที่ตั้งไว้ และมีการผลักดันกระตุ้นยอดขายในช่วงฤดูร้อนในไตรมาส 1 ซึ่งการบริโภคในประเทศยังเติบโตดีเนื่องจากอากาศร้อนและนโยบาย e-receipt รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
- คาดการณ์ว่ายอดขายน่าจะเติบโตขึ้นจากการพัฒนาสินค้าใหม่สำหรับตลาดกัมพูชาและลาว ซึ่งมีความต้องการแตกต่างจากไทย โดยเน้นสินค้าที่สดชื่นและตามกระแสวัยรุ่น ... รวมถึงการพัฒนาเมนูใหม่ๆ สำหรับธุรกิจคาเฟ่ที่มีการขยายสาขาเพิ่มขึ้น และการขยายเครื่องจำหน่ายสินค้าร้อน
- มีการนำเสนอสินค้าในงานแสดงสินค้าที่ดูไบ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีและมีการเจรจาเพื่อส่งสินค้าไปต่างประเทศ ... รวมถึงการกระจายสินค้าผ่านช่องทางต่างๆ เช่น แม็คโครในกัมพูชา และ 7-Eleven สำหรับผลิตภัณฑ์เจลลี่
- คาดว่าจะมีสินค้าใหม่ออกมาอีกหลายตัวตั้งแต่ไตรมาส 3 หรือ 4 เป็นต้นไป
- บริษัทตั้งเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้น (GP) ในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 30-32% โดยจะไม่ต่ำกว่า 30% แม้จะมีผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น
คาดการณ์ว่ายอดขายในไตรมาส 1 จะออกมาดีตามเป้าหมาย
2. อัตรากำลังผลิต
- มีการขยายกำลังการผลิตของสินค้าสำหรับธุรกิจคาเฟ่ที่โรงงานบ้านบึงในปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการเติบโตค่อนข้างมาก
- ในปี 2025 ได้มีการเสริมสายการผลิต (Line) เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าในประเภท (Category) อื่นๆ และขนาดบรรจุภัณฑ์ (Pack Size) ใหม่ๆ ได้มากขึ้น
- การเปิดโรงงานที่ 3 และการปรับปรุงสายการผลิตใหม่ของ All Café ทำให้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 30%
- ปัจจุบัน ยอดการผลิตส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่โรงงานบ้านบึง โดยใช้กำลังการผลิตไปประมาณ 80% ของกำลังการผลิตทั้งหมด
- ในปี 2025 จะมีการลงทุนเพิ่มเติมเพื่อทำสายการผลิตสำหรับสินค้าใหม่ที่จะนำไปลงตลาด
3. กำไรขั้นต้น
- บริษัทได้รับผลกระทบจากราคาเมล็ดกาแฟที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ทั้ง Arabica และ Robusta โดยเฉพาะ Robusta
- บริษัทมีการบริหารจัดการผลกระทบดังกล่าวโดยร่วมพัฒนากับลูกค้าในการปรับสูตร หาวัตถุดิบสำรอง ล็อคราคา และบริหารปริมาณการขาย เพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติของผลิตภัณฑ์ในขณะที่ควบคุมต้นทุน
- แม้จะมีต้นทุนที่สูงขึ้น บริษัทจะพยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GP) ให้อยู่ที่ประมาณ 30-32%
4. ราคาสินค้าโภคภัณฑ์
- ราคาเมล็ดกาแฟในตลาดโลกเพิ่มขึ้นสูงมากในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะราคา Robusta
- บริษัทได้ดำเนินการต่างๆ เพื่อรับมือกับราคาเมล็ดกาแฟที่สูงขึ้น เช่น การล็อคราคาล่วงหน้า การปรับสูตรร่วมกับลูกค้า และการหาแหล่งวัตถุดิบสำรอง
- มีการสต็อกเมล็ดกาแฟไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาที่อาจสูงขึ้นอีก ซึ่งทำให้สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น
5. ค่าใช้จ่ายโรงงานใหม่
- มีการลงทุนในการขยายโรงงานที่บ้านบึงเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับธุรกิจคาเฟ่
- ได้มีการเปิดโรงงานที่ 3 แล้ว ซึ่งเป็นผลจากการลงทุนที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2567
- ในปี 2568 จะมีการลงทุนเพิ่มเติมในโรงงานใหม่เพื่อรองรับการผลิตสินค้าใหม่ในประเภทอื่นๆ
6. แผนการเติบโต
- พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่: เน้นสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดต่างๆ เช่น สินค้าที่สดชื่นสำหรับตลาดกัมพูชาและลาว ... เมนูพิเศษสำหรับคาเฟ่ และผลิตภัณฑ์ที่เน้นสุขภาพ รวมถึงการพัฒนาสินค้าพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ของตนเองในอนาคต ...
ขยายตลาดต่างประเทศ: ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าสำหรับตลาดกัมพูชาและลาว ... และมองหาโอกาสในการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศอื่นๆ หลังจากการนำเสนอสินค้าในงานที่ดูไบ ...
ขยายช่องทางการจัดจำหน่าย: นอกจากการจำหน่ายผ่าน 7-Eleven ซึ่งยังคงเป็นช่องทางหลัก ... บริษัทได้ขยายช่องทางไปยัง Makro ในกัมพูชา ช่องทางออนไลน์ และธุรกิจคาเฟ่ต่างๆ
ธุรกิจลิขสิทธิ์: มีแผนที่จะนำคาแรคเตอร์ไทยไปประชาสัมพันธ์ในระดับนานาชาติ (Go Inter) เพื่อสร้างให้เป็น Soft Power ของประเทศ และส่งเสริมคาแรคเตอร์ทั้งไทยและต่างประเทศในตลาดต่างๆ ...
ความยั่งยืน (Sustainability) และต่อต้านการทุจริต (CAC): ให้ความสำคัญกับเรื่อง ESG และกำลังดำเนินการเพื่อเข้าร่วมโครงการ CAC ในปีนี้
Syrup (น้ำเชื่อม): มองว่าเป็นผลิตภัณฑ์เสริมเพื่อเพิ่มความครบวงจรในการนำเสนอสินค้าให้กับร้านค้าต่างๆ มากกว่าที่จะเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่เน้นยอดขายจำนวนมาก
การร่วมทุน (Joint Venture): มีความสนใจในการหาโอกาสร่วมทุนเพื่อการเติบโตและกระจายความเสี่ยง แต่จะพิจารณาถึงความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักก่อน
7. ความผิดพลาดในอดีต
- มีการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม (TCI) ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาเป็นจำนวน 30 ล้านบาทในปี 2566 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายที่ไม่สามารถควบคุมได้
- มีการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทลูก (HIP) ที่ทำธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (แบรนด์ BROS) เป็นจำนวน 50 ล้านบาทในปี 2567 เนื่องจากผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด และเป็นการด้อยค่าเพียงครั้งเดียวในปี 2567
- ได้มีการย้ายแบรนด์ BROS มาบริหารจัดการภายใต้ TACC โดยตรง ... และมีแผนที่จะปรับกลยุทธ์เน้นช่องทางออฟไลน์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้า Mass มากขึ้น
- มีการซื้อเครื่องหมายการค้าของบริษัทลูก (BROS) มาดำเนินการเองด้วยมูลค่า 18 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะพยายามทำให้คุ้มค่า
- มีการด้อยค่า Goodwill จำนวน 7.8 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการซื้อกิจการของ Brash Beauty ไทยในปี 2566 เนื่องจากมีการปรับโครงสร้างการดำเนินงานและย้ายแบรนด์มาอยู่ภายใต้ TACC
ขอบคุณ คุณ Moji สำหรับข้อมูล
โพสต์ล่าสุด
บทความ
3 วันที่แล้ว 06:49 น.
COM7 กำไรทะลุกรอบ! BLS ชี้เป้า 30 บาท รับแรงหนุน iPhone 17 และบริการใหม่
บทความ
3 วันที่แล้ว 06:48 น.
SIRI กำไร Q4/68 พุ่งสูงสุดในรอบปี ASPS ชี้เป้า 1.72 บาท
บทความ
3 วันที่แล้ว 06:48 น.
TIDLOR: หุ้นเด่นกลุ่มการเงินรายย่อย โบรกฯ บัวหลวงชี้เป้า 24 บาท
บทความ
3 วันที่แล้ว 06:47 น.
BCP กำไร Q4/68 โตแรง! แต่ Q1/69 อาจแผ่ว เอเซีย พลัส ชี้เป้า 40 บาท
บทความ
3 วันที่แล้ว 06:47 น.
SPA กำไร Q4/2568 ฟื้นตัว! Krungsri Securities ชี้เป้า 4 บาท
บทความ
3 วันที่แล้ว 06:47 น.
MTC กำไร Q4/2568 โตต่อเนื่อง! KSS ชี้เป้า 58 บาท รับดอกเบี้ยขาลง
บทความ
3 วันที่แล้ว 06:47 น.
BCP กำไร Q4/2568 พุ่ง! โรงกลั่นหนุน Krungsri Securities ชี้เป้า 44 บาท
บทความ
3 วันที่แล้ว 06:46 น.
TOP: หยวนต้าปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 44 บาท มองผลตอบแทนโครงการ CFP สูงขึ้น
บทความ
3 วันที่แล้ว 06:46 น.
AWC ปี 2026 กำไรโตแรง! Krungsri Securities ชี้เป้า 2.75 บาท
บทความ
3 วันที่แล้ว 06:45 น.