บทความ ข่าวสาร กิจกรรม

สรุป Oppday หุ้น LALIN: ปี 2567 ฝ่าความท้าทาย สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
P/E 8.10 YIELD 6.60 ราคา 5.15 (-0.96%)
สรุป Oppday หุ้น LALIN: ปี 2567 ฝ่าความท้าทาย สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
สวัสดีครับท่านนักลงทุน นักวิเคราะห์ รวมถึงผู้ถือหุ้นทุกท่าน ขอต้อนรับเข้าสู่งาน Opportunity Day 2024 ของบริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด มหาชน
1. **ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):**ปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เผชิญกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้ต้องชะลอการเปิดโครงการใหม่ แม้จะเปิดไปเพียง 8 โครงการ มูลค่ารวม 5,120 ล้านบาท ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับปี 2566 และ 2565 ที่มีมูลค่าประมาณ 8,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงรักษาระดับ Gross Profit Margin ไว้ได้ค่อนข้างดีที่ 39% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ลดลงมาอยู่ที่ 30-31% เท่านั้น
ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2567 มียอดรับรู้รายได้ 930 ล้านบาท ลดลง 9.7% (QoQ) และ 20% (YoY) ต้นทุนขายอยู่ที่ 568.8 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 360.9 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขาย 55.7 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายบริหาร 73.6 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายภาษีและค่าธรรมเนียมโอน 30.7 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายทางการเงิน 9 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 153.4 ล้านบาท ลดลง 15% (QoQ) และ 25% (YoY)
ภาพรวมทั้งปี 2567 มียอดรับรู้รายได้ 3,697 ล้านบาท ลดลง 22.9% จากปี 2566 กำไรขั้นต้น 1,440.8 ล้านบาท Gross Profit Margin อยู่ที่ 39% ค่าใช้จ่ายในการขาย 263.9 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 290 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายภาษีและค่าธรรมเนียมโอน 124.3 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายทางการเงิน 26.4 ล้านบาท กำไรสุทธิอยู่ที่ 588 ล้านบาท คิดเป็น Net Profit Margin 15.9%
- สรุปตัวเลขสำคัญ:
- ยอดรับรู้รายได้ปี 2567: 3,697 ล้านบาท (ลดลง 22.9% YoY)
- กำไรสุทธิปี 2567: 588 ล้านบาท
- Gross Profit Margin: 39%
- Net Profit Margin: 15.9%
แม้สภาวะตลาดจะไม่เอื้ออำนวย แต่ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ยังคงมองเห็นโอกาสในการเติบโต โดยมีแผนเปิดโครงการใหม่ 6-8 โครงการ มูลค่ารวม 4,000-5,000 ล้านบาทในปี 2024 เน้นโครงการ Replace ในทำเลเดิมที่มี Demand อยู่แล้ว
- โครงการใหม่ที่เปิดตัวในปี 2024:
- Lio ราชพฤกษ์ 345: ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ใกล้ถนนราชพฤกษ์ ทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ และรถไฟฟ้าสายสีแดง/ชมพู พื้นที่โครงการ 23 ไร่ จำนวน 249 ยูนิต มูลค่า 600 ล้านบาท เป็นทาวน์โฮมสไตล์ฝรั่งเศส ราคาเริ่มต้น 5.7 เมตร
- Lansio The Prestige บางนา-ศรีวารี: ตั้งอยู่บนทำเลบางนา-ศรีวารี ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิและ King Power พื้นที่โครงการ 34 ไร่ จำนวน 182 ยูนิต มูลค่า 820 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดแนวคิดใหม่สไตล์ฝรั่งเศส
ความเสี่ยงหลักที่บริษัทกำลังเผชิญคือ สภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และการแข่งขันที่สูงขึ้น รวมถึงปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราดอกเบี้ย
4. **วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):**บริษัทใช้กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยชะลอการลงทุนในโครงการใหม่ที่ไม่จำเป็น และเน้นการ Replace โครงการเดิมในทำเลที่มี Demand อยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและรักษาระดับ Gross Profit Margin ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี
5. **แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):**แม้ปี 2567 จะเป็นปีที่ท้าทาย แต่ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเริ่มฟื้นตัวในปี 2568 โดยมีปัจจัยบวกจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง และ Supply สินค้าใหม่ในตลาดที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังคงดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง และให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
บริษัทตั้งเป้ายอดขาย 5,000 ล้านบาท และยอดรับรู้รายได้ 4,050 ล้านบาทในปี 2568
- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ:
- Earning per share ปี 2567: 0.636 บาท
- DE Ratio (สิ้นปี 2567): 0.84 เท่า
- Net DE Ratio (สิ้นปี 2567): 0.63 เท่า
- **ทิศทางตลาดอสังหาฯ และการปรับตัวของ LALIN**
- **สถานการณ์ปัจจุบันได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง และแนวโน้มปี 2568**
- **CapEx สำหรับปีนี้ และที่ดินที่จะใช้พัฒนาโครงการ**
- **Backlog ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2567**
บริษัทมีการปรับธุรกิจโดยการขยายธุรกิจ สอดคล้องกับภาพของตลาดอยู่แล้ว มีการเผื่อทั้งรุกและรับ ในส่วน DE บริษัทเริ่มปรับลดลงมา ชะลอการซื้อที่ดินใหม่ และขยายธุรกิจตั้งแต่ช่วง Q3 ปีที่แล้ว การเปิดโครงการใหม่เป็นการ Replace โครงการเดิม
บริษัทมีมุมมองว่าปี 2567 น่าจะเป็น Bottom Out ไปแล้ว ปี 2568 น่าจะมีการฟื้นตัว แต่ไม่เติบโตอะไรมากมาย มีปัจจัยบวกหลายตัว เช่น ดอกเบี้ย, ธนาคารชาติปรับลดดอกเบี้ย, Supply ลดลง, absorption rate ลดลง
ที่ดินสำหรับปีนี้ส่วนใหญ่มีเกือบครบแล้ว อาจจะต้องซื้อใหม่ 2-3 แปลง ที่ดินตั้งงบประมาณไว้ที่ 600-800 ล้านบาท Cash flow จาก Operation น่าจะบวกไปค่อนข้างเยอะ
Backlog อยู่ที่ 8-900 ล้านบาท
บอร์ดของบริษัทได้อนุมัติการจ่ายปันผลทั้งปีที่ 0.34 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield 6.4% โดยมีการจ่าย Interim ไปแล้ว 0.165 บาท และส่วนที่เหลือ 0.175 บาท จะรออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และจ่ายจริงในวันที่ 16 พฤษภาคม 2024
**XD ขึ้นเครื่องหมายวันที่ 13 ปิดสมุดทะเบียนวันที่ 14 พฤษภาคม 2024**
โดยสรุป ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ตลาด และการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น