BE8 ขาดทุนลดลงใน Q3/2569 รับรายได้โต 6.8% พร้อมเร่งเครื่องธุรกิจ AI-Recurring Revenue
รายได้รวมแตะ 619.62 ล้านบาท อานิสงส์งานที่ปรึกษา AI หนุนมาร์จินฟื้นตัว ขณะที่ฝ่ายจัดการคุมเข้มค่าใช้จ่ายบริหารต่อเนื่อง
บริษัท เบริล 8 พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ BE8 รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2569 มีรายได้รวม 619.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.80% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 15.99 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นจากขาดทุน 28.17 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 15.59% จาก 14.53% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทฯ มุ่งเน้นการปรับกลยุทธ์สู่การเป็นพันธมิตรด้าน AI Transformation และการสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Revenue) เพื่อลดความผันผวนจากงานโครงการ
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของการปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสนี้ คือ การเติบโตของรายได้จากงานที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และเทคโนโลยี ที่เพิ่มขึ้นถึง 30.17% จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 216.13 ล้านบาท ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากความต้องการลงทุนด้าน AI ของทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- การปรับ Product Mix: บริษัทฯ ได้รับอานิสงส์จากความต้องการใช้ AI ในองค์กร ทั้งด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายใน ทำให้รายได้ในส่วนนี้เติบโตอย่างโดดเด่น
- การคุมเข้มค่าใช้จ่าย: ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.29 ล้านบาท (ลดลง 8.73% QoQ) จากการมีวินัยทางการเงินและการบริหารจัดการบุคลากรอย่างรัดกุม แม้จะมีการเพิ่มพนักงานเพื่อรองรับโครงการใหม่
- การเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ: การปรับกลยุทธ์จากการพัฒนาเทคโนโลยีเองมาเป็นการผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Lyzr AI ช่วยลดความเสี่ยงด้านการลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน (Capital-efficient)
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของ "ทิศทางกลยุทธ์" เนื่องจากบริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาโครงการ Postman Cloud ของไปรษณีย์ไทย ซึ่งเป็นโมเดล Revenue Sharing ที่จะสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Revenue) ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในภาพรวมยังคงต้องติดตามปัจจัยภายนอก ทั้งภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวต่ำ และความรุนแรงของการแข่งขันด้านราคาในธุรกิจบริการเทคโนโลยี ซึ่งอาจกดดันมาร์จินในระยะสั้น
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม: 619.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.80% QoQ
- อัตรากำไรขั้นต้น: ปรับตัวดีขึ้นเป็น 15.59% (จาก 14.53% ใน Q2/2569)
- ขาดทุนสุทธิ: ลดลงเหลือ 15.99 ล้านบาท (จาก 28.17 ล้านบาท ใน Q2/2569)
- กลยุทธ์ใหม่: มุ่งเน้น AI Agents และการสร้างรายได้แบบ Recurring Revenue ผ่านโครงการ Postman Cloud
- วินัยทางการเงิน: ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 8.73% สะท้อนการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวม 9 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1,808.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.19% YoY แม้ภาพรวมกำไรจะยังติดลบจากผลกระทบของการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์และสำรองขาดทุนจากสัญญาในไตรมาส 1/2569 แต่แนวโน้มในไตรมาส 3 เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของมาร์จินและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนขึ้น
โอกาส
- AI Transformation: ความต้องการใช้ AI ในระดับองค์กรเป็นโอกาสเติบโตหลัก
- โครงการภาครัฐ: การเริ่มเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 ตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป จะเป็นปัจจัยสนับสนุนโครงการด้านเทคโนโลยี
- Recurring Revenue: โครงการ Postman Cloud และการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงขึ้นในอนาคต
ความเสี่ยง
- เศรษฐกิจซบเซา: ลูกค้าภาคเอกชนยังคงระมัดระวังงบประมาณไอทีและมีการต่อรองราคาที่รุนแรง
- ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์: สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กระทบต่อต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อ ทำให้ลูกค้าชะลอการลงทุน
- การแข่งขัน: ตลาดบริการเทคโนโลยียังมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงเพื่อแย่งชิงงบประมาณที่จำกัด
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- ความคืบหน้าและการรับรู้รายได้จากโครงการ Postman Cloud
- การเบิกจ่ายงบประมาณไอทีของภาครัฐในไตรมาส 4/2569
- ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางการแข่งขันด้านราคา
- การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารให้คงความต่อเนื่อง
- พัฒนาการของความร่วมมือกับ Lyzr AI ในการสร้างโซลูชันใหม่ๆ
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี)
BE8 เน้นการผสานเทคโนโลยี AI เข้ากับ 8 เสาหลักทางธุรกิจ โดยเฉพาะในส่วนของ Data Analytics & AI และ Security & Risk ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตได้ดีในปัจจุบัน บริษัทฯ เปลี่ยนผ่านจากการรับงานโครงการแบบครั้งคราว (One-off) ไปสู่การสร้างทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และโมเดลรายได้แบบ Subscription/Revenue Sharing เพื่อเพิ่ม Earnings Visibility ให้กับบริษัท
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 3,819.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.29% จากสิ้นปี 2568 โดยมี D/E Ratio อยู่ที่ 0.39 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับที่มั่นคงทางการเงิน แม้จะมีเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในการดำเนินงาน
สรุปท้าย
BE8 ผ่านจุดต่ำสุดของปีมาแล้วและเริ่มเห็นการฟื้นตัวในไตรมาส 3/2569 ผ่านการปรับกลยุทธ์ที่เน้น AI และการคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด แม้ผลประกอบการรวม 9 เดือนจะยังได้รับผลกระทบจากรายการพิเศษในไตรมาส 1 แต่การมุ่งเน้นรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Revenue) และการเป็นพันธมิตรด้าน AI จะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการในระยะถัดไป โดยมีปัจจัยหนุนจากงบประมาณภาครัฐที่กำลังจะเริ่มเบิกจ่ายเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตาม