เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
J เผยผลงาน Q3/2569 ขาดทุนลดลง 44.6% รับอานิสงส์รายได้ศูนย์การค้า-โรงแรมโตเด่น
ข่าวสาร

J เผยผลงาน Q3/2569 ขาดทุนลดลง 44.6% รับอานิสงส์รายได้ศูนย์การค้า-โรงแรมโตเด่น

J P/E -100.00 YIELD 0.00
4 ชั่วโมง 21:22 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากกลยุทธ์ปรับ Tenant Mix และการขยายธุรกิจใหม่สู่ Sport Economy หนุนอัตรากำไรขั้นต้นพุ่งแตะ 52.5%

บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 63.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขาดทุนที่ลดลงถึง 50.7 ล้านบาท หรือลดลง 44.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจศูนย์การค้าชุมชนและธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์ SENS Hotel รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพผ่านการปรับโครงสร้างธุรกิจและการคัดเลือกผู้เช่าที่มีคุณภาพ แม้บริษัทจะยังคงมีรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน แต่ถือเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่กระทบกระแสเงินสด ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานหลักที่ชัดเจนขึ้น

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจสำคัญของผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นในรอบนี้ คือ "การเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรจากธุรกิจหลักและการขยายพอร์ตรายได้ใหม่" โดยบริษัทสามารถผลักดันรายได้จากการขายและบริการให้เติบโตขึ้น 4.8% YoY มาอยู่ที่ 179.5 ล้านบาท ในขณะที่ต้นทุนขายและบริการกลับลดลง 2.0% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 49.2% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 52.5% ในไตรมาสนี้

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:

  1. การปรับ Tenant Mix: บริษัทมีการคัดเลือกผู้เช่าใหม่ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละทำเล แม้จะทำให้อัตราการเช่าลดลงชั่วคราว แต่ช่วยยกระดับคุณภาพรายได้และเพิ่มอัตราค่าเช่าเฉลี่ยได้สูงขึ้น
  2. การปรับโครงสร้างธุรกิจ: มีการยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ IT Junction ในสาขาที่ไม่ทำกำไร และลดขนาดพื้นที่ธุรกิจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเพื่อปรับเป็นธุรกิจโรงแรม (SENS Hotel) ซึ่งมีอัตราการเติบโตของรายได้สูงกว่า 50% และ EBITDA พลิกกลับมาเป็นบวก
  3. การควบคุมต้นทุน: บริษัทลดค่าใช้จ่ายด้านพนักงานและค่าใช้จ่ายทางการตลาดลงอย่างเป็นระบบ รวมถึงการบริหารจัดการค่าสาธารณูปโภคได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:

มีโอกาสต่อเนื่อง เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าในปี 2570 จะเป็นปีแรกที่ผลประหยัดจากการปรับโครงสร้างองค์กรและการยกเลิกสัญญาที่ไม่ทำกำไรจะสะท้อนออกมาเต็มปี ประกอบกับแผนการเปิดให้บริการโรงแรม SENS สาขาบางบัวทองที่จะรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2570 และการมุ่งเน้นธุรกิจ Sport Economy (สนามแบดมินตัน, Pickleball) จะช่วยสร้าง Recurring Income ที่มั่นคงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามปัจจัยภายนอกเรื่องกำลังซื้อและหนี้ครัวเรือนที่อาจส่งผลต่อการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกในระยะสั้น

Highlight สำคัญ

  • ขาดทุนสุทธิลดลง: อยู่ที่ 63.0 ล้านบาท ดีขึ้น 44.6% YoY จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น: ปรับจาก 49.2% ใน Q3/2568 เป็น 52.5% ใน Q3/2569
  • รายได้ธุรกิจโรงแรมโตแรง: รายได้ 9 เดือนแรกของธุรกิจโรงแรมและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเติบโต 64.2% YoY
  • การบริหารต้นทุน: ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมลดลง 2.4% ในไตรมาสนี้ และลดลง 7.7% ในรอบ 9 เดือน
  • สถานะการเงิน: มีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน 160.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% สะท้อนความสามารถในการสร้างเงินสดจากธุรกิจหลัก

ภาพรวมผลประกอบการ

รายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 179.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2 ล้านบาท (4.8% YoY) โดยรายได้หลักมาจากศูนย์การค้าชุมชน (76.1% ของรายได้รวม) แม้จะมีรายการขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 69.7 ล้านบาท แต่หากตัดรายการ Non-cash ดังกล่าวออก บริษัทจะมีกำไรจากการดำเนินงานปกติที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน

โอกาส

  • การขยายตัวของธุรกิจ Sport Economy และโรงแรม SENS Hotel ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
  • การเพิ่มรายได้ต่อตารางเมตรจากการปรับ Tenant Mix ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
  • การใช้ประโยชน์จากข้อมูลและ AI (โครงการ J.AI Arena) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและลดต้นทุนในระยะยาว

ความเสี่ยง

  • ภาวะเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง กดดันกำลังซื้อของผู้บริโภคและผู้เช่าพื้นที่
  • ความผันผวนของต้นทุนพลังงานและค่าสาธารณูปโภคจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
  • การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกที่รุนแรงและผลกระทบจากปัจจัยสภาพอากาศ (น้ำท่วม/เอลนีโญ)

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  1. อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ในศูนย์การค้าหลังการปรับ Tenant Mix
  2. ความคืบหน้าการรับรู้รายได้จากโรงแรม SENS สาขาบางบัวทอง
  3. การบริหารจัดการภาระหนี้หุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในเดือนมิถุนายน 2570
  4. การควบคุมต้นทุนคงที่ให้สอดคล้องกับขนาดธุรกิจที่ปรับโครงสร้างใหม่

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)

บริษัทเน้นการบริหารศูนย์การค้าชุมชน 8 สาขา พื้นที่กว่า 100,000 ตร.ม. โดยเน้นกลยุทธ์ "Strategic Tenant Mix" เพื่อเพิ่มรายได้ต่อตารางเมตร ในขณะที่ธุรกิจ IT Junction มีการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรไปแล้ว 4 สาขาในปีนี้ เพื่อลดภาระต้นทุน สำหรับธุรกิจโรงแรมและ Wellness มีการปรับโมเดลให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยใช้พื้นที่ศูนย์การค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่านการเพิ่มสนามกีฬาสันทนาการ

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ 30 กันยายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,082.0 ล้านบาท หนี้สินรวม 3,264.0 ล้านบาท โดยมี D/E Ratio อยู่ที่ 1.16 เท่า บริษัทได้เตรียมแผนทางการเงินรองรับการชำระหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปี 2570 ไว้เรียบร้อยแล้ว และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงเป็นบวกและเติบโตต่อเนื่อง

สรุปท้าย

J แสดงให้เห็นถึงการพลิกฟื้นผลการดำเนินงานที่ชัดเจนผ่านการปรับโครงสร้างธุรกิจและการเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร แม้ภาพรวมจะยังมีผลขาดทุนสุทธิจากรายการทางบัญชี แต่กำไรจากการดำเนินงานปกติที่เติบโตขึ้นกว่า 40% เป็นสัญญาณบวกสำคัญ ประกอบกับแผนการขยายธุรกิจใหม่ในกลุ่มโรงแรมและ Sport Economy ที่เริ่มเห็นผลชัดเจน ทำให้บริษัทมีแนวโน้มที่จะสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงขึ้นในอนาคต หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตราการเช่าพื้นที่ได้ตามเป้าหมาย

ยังไม่มีความคิดเห็น