STECON ปรับทัพครั้งใหญ่ มุ่งสู่ผู้นำโครงสร้างพื้นฐานและ Data Center เต็มตัว
ไฮไลท์สำคัญ: การเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจใหม่
STECON ประกาศปรับทิศทางธุรกิจอย่างชัดเจน จากเดิมที่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างทั่วไป สู่การเป็น Infrastructure Company เต็มรูปแบบ โดยมี Data Center เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโต นอกจากนี้ยังรุกธุรกิจพลังงานสะอาด โลจิสติกส์น้ำ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยตั้งเป้าให้ธุรกิจใหม่เหล่านี้สร้างกำไรคิดเป็น 50% ของกำไรทั้งกลุ่มภายในปี 2030
วิเคราะห์เจาะลึก: โอกาสทองจาก Data Center
ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) ระบุว่า STECON เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการเติบโตของ Data Center เนื่องจากเป็นผู้รับเหมาไม่กี่รายที่ผ่านการคัดเลือกจากลูกค้า Hyperscaler ระดับโลก ด้วยจุดแข็งด้านวิศวกรรมและการบริหารโครงการที่ซับซ้อน ปัจจุบันบริษัทมี Backlog แข็งแกร่งถึง 116,440 ล้านบาท และยังมีโอกาสรับงาน Data Center เพิ่มเติมอีกกว่า 50,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการเหล่านี้ใช้ระยะเวลาก่อสร้างสั้นเพียง 15-20 เดือน ทำให้รับรู้รายได้ได้รวดเร็ว ทั้งนี้ ASPS คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 23.00 บาท ด้วยวิธีประเมินมูลค่าที่สะท้อนศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
ข้อสังเกต: ปัจจัยที่ต้องติดตาม
แม้แนวโน้มการเติบโตจะสดใส แต่ยังมีประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ ความชัดเจนของกฎเกณฑ์ภาครัฐด้านไฟฟ้า น้ำ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อจังหวะการลงทุนในอุตสาหกรรม Data Center นอกจากนี้ ในด้าน ESG บริษัทยังมีความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการ ทั้งเรื่องความปลอดภัยในไซต์งาน การควบคุมต้นทุนโครงการ และความโปร่งใสในการรับงานภาครัฐ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกระทบต่อภาพลักษณ์และผลการดำเนินงานในอนาคต
บทสรุป: มุมมองการลงทุน
โดยรวม STECON มีความน่าสนใจมากกว่าผู้รับเหมาทั่วไป จากความสามารถในการต่อยอดธุรกิจสู่ธีมการลงทุนสำคัญของประเทศอย่าง Data Center ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 บริษัทแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิ 911 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 160% QoQ และ 78% YoY สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารงานที่ดีขึ้น นักลงทุนสามารถจับตาดูการปิดดีลโครงการใหม่ๆ ที่จะเป็น Upside ต่อประมาณการรายได้ในปี 2570 ต่อไป