GUNKUL โชว์กำไร Q2/69 แกร่งเกินคาด รับอานิสงส์ธุรกิจ EPC หนุนการเติบโตต่อเนื่อง
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/69 ที่โดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 575 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% YoY และ 26% QoQ ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 13% โดยได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจก่อสร้างและงาน EPC ที่มีการรับรู้รายได้สูงกว่าเป้าหมาย ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพอย่างเห็นได้ชัด
วิเคราะห์ผลประกอบการและสถานะทางการเงิน
ในไตรมาส 2/69 บริษัทมีรายได้รวม 2,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% YoY จากงานก่อสร้างระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าในพื้นที่ EEC ที่เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนเนื่องจากสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ EPC เพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถชดเชยด้วยการลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลงเหลือเพียง 10.6% นอกจากนี้ สถานะทางการเงินมีความแข็งแกร่งขึ้น โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) ปรับตัวดีขึ้นเหลือ 0.9 เท่า ส่งผลให้บริษัทมีศักยภาพเพียงพอในการรองรับแผนการลงทุนในโครงการ Floating Photovoltaic (FPV) ที่ฟิลิปปินส์ และโครงการอื่นๆ ในอนาคต
ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์
โบรกเกอร์ BLS ให้คำแนะนำ "ซื้อ" โดยกำหนดราคาเป้าหมายที่ 5.50 บาท โดยมีมุมมองว่าการเติบโตของกำไรหลักในช่วงปี 2570–2571 จะได้รับแรงขับเคลื่อนจากการเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียนภายใต้โครงการ FiT รวมถึงโครงการในฟิลิปปินส์ที่จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยรักษาโมเมนตัมการเติบโตในช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนที่ Adder ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมโคราชจะสิ้นสุดลง
สรุปภาพรวมการลงทุน
แนวโน้มในไตรมาส 3/69 คาดว่ากำไรจะยังคงเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีงานในมือ (Backlog) ของธุรกิจก่อสร้างและจำหน่ายอุปกรณ์มูลค่ากว่า 4.5 พันล้านบาท รองรับการรับรู้รายได้ยาวไปจนถึงปี 2570 ทั้งนี้ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพื่อรองรับกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ EEC จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนรายได้ของ GUNKUL ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว