เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TMAN: ผลงาน Q2/2569 เติบโตแข็งแกร่งจากธุรกิจ OEM และ DBU พร้อมรุกตลาดพรีเมียมและต่างประเทศ
ข่าวสาร

TMAN: ผลงาน Q2/2569 เติบโตแข็งแกร่งจากธุรกิจ OEM และ DBU พร้อมรุกตลาดพรีเมียมและต่างประเทศ

TMAN P/E 8.37 YIELD 5.28
5 วัน 20:15 น. 0 ความเห็น

TMAN: ผลงาน Q2/2569 เติบโตแข็งแกร่งจากธุรกิจ OEM และ DBU พร้อมรุกตลาดพรีเมียมและต่างประเทศ

1. Highlights

  • การเติบโตของรายได้: รายได้รวม Q2/2569 อยู่ที่ 590.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจ OEM และ DBU
  • การปรับสัดส่วนธุรกิจ: สัดส่วนรายได้จากธุรกิจ OEM และ DBU เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย OEM เติบโต 775.5% YoY และ DBU เติบโต 631.2% YoY ทำให้สัดส่วนรวมของธุรกิจเหล่านี้เพิ่มขึ้นเป็น 9.2% และ 18.8% ตามลำดับ
  • รางวัลและความร่วมมือ: ผลิตภัณฑ์ Propoliz ได้รับรางวัล No.1 Brand Thailand 2026 Awards เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และมีการลงนาม MOU กับ Nova Health และ Premier Innova เพื่อพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากสมุนไพร
  • การเข้าซื้อแบรนด์ Lamoon: TMAN เข้าซื้อแบรนด์ Lamoon ซึ่งเป็นแบรนด์พรีเมียมในกลุ่มแม่และเด็ก (Organic Healthcare) เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอและเข้าสู่ตลาดพรีเมียมที่ TMAN ยังไม่มีความแข็งแกร่ง
  • การจ่ายเงินปันผล: คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.24 บาทต่อหุ้น โดยมีกำหนดจ่ายในวันที่ 8 กันยายน 2569

2. Hero Story

  • การเติบโตของธุรกิจ OEM และ DBU: ธุรกิจ OEM และ DBU มีการเติบโตที่โดดเด่นถึง 775.5% และ 631.2% YoY ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าและการกระจายสินค้าผ่านช่องทางใหม่ๆ

3. Outlook

  • เป้าหมายระยะยาว (2029):
* รายได้รวมเติบโต 10-15% CAGR และมีเป้าหมายรายได้ 4,000 ล้านบาท
* Propoliz ก้าวสู่การเป็น Regional Brand
* ติดอันดับ Top 3 ในตลาด OTC และ Top 10 ในตลาดโรงพยาบาล
  • กลยุทธ์ 2026-2028:
* S1: Strengthening and Enhancing the Value of Mature Business: เน้นการสร้างความแข็งแกร่งในตลาด OTC และ OEM รวมถึงผลักดัน Propoliz สู่การเป็น Regional Brand
* S2: Accelerating and Scaling the Growth Business: เร่งการเติบโตในตลาดโรงพยาบาล (โดยเฉพาะกลุ่ม ENT และ Dermatology), ช่องทาง E-commerce และธุรกิจ DBU
* S3: Exploring and Developing New S-Curves of the Future Business: ลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เช่น Longevity, Health, Supplement, Biotech และ Inorganic Growth (เช่น การเข้าซื้อ Lamoon)
* S4: Enhancing Operational Excellence: พัฒนาองค์กรและบุคลากร ปรับปรุงกระบวนการ และพัฒนานโยบายต่างๆ
  • การขยายตลาดต่างประเทศ:
* เน้นการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายแบบ Offline ในประเทศที่จัดตั้งแล้ว
* สร้างการรับรู้ในตลาดใหม่ๆ ผ่านการตลาดและโปรโมชั่น
* มองหาโอกาสในประเทศใหม่ๆ และเริ่ม Cross-border E-commerce ในจีน

4. ความเสี่ยง

  • ภาวะเศรษฐกิจและสงคราม: ภาวะเศรษฐกิจโลกและสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและต้นทุนการผลิต รวมถึงต้นทุนโลจิสติกส์
  • ตลาด OTC ที่ชะลอตัว: ตลาด OTC ในภาพรวมมีการเติบโตลดลง (ติดลบ 7-8%) ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายของ TMAN
  • การแข่งขันในตลาด: การแข่งขันในตลาด OTC และ Healthcare ยังคงสูง จำเป็นต้องสร้างความแตกต่างและนวัตกรรม
  • การพึ่งพิงตลาดต่างประเทศ: การส่งออกไปยังบางประเทศ เช่น กัมพูชา ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในประเทศนั้นๆ
  • การบริหารจัดการต้นทุน: การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิ

5. Q&A Highlights

  • Q: เมื่อเราซื้อแบรนด์ Lamoon มาแล้ว สินค้าของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับแม่และเด็กที่มีความซ้ำซ้อนกันกับแบรนด์ Lamoon จะเปลี่ยนมาทำการตลาดในแบรนด์ Lamoon อย่างเดียวหรือไม่? (4:50:00)
* A: TMAN ไม่ได้เข้าซื้อบริษัท Lamoon แต่เป็นการเข้าซื้อแบรนด์ Lamoon ซึ่งเป็นแบรนด์พรีเมียมในกลุ่ม Organic Healthcare สำหรับแม่และเด็ก ซึ่งเป็นตลาดที่ TMAN ยังไม่เคยมีมาก่อน เรามองเห็นโอกาสในการต่อยอดแบรนด์และฐานลูกค้าของ Lamoon ผ่านแพลตฟอร์มและความเชี่ยวชาญของ TMAN ทั้งในด้าน R&D, OEM, การผลิต และช่องทางการจัดจำหน่าย เราจะยังคงรักษาทีมขายเดิมของ Lamoon ไว้และเสริมด้วยทีม DBU ของ TMAN เพื่อสร้าง Synergy และผลักดันการเติบโตในตลาด OTC และ Family Care ต่อไป
  • Q: ทำไมปีนี้กำไรไม่ค่อยเติบโต เกิดจากสาเหตุใดเป็นหลัก และคิดว่าจะแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างไรบ้าง? (4:47:00)
* A: สาเหตุหลักมาจากตลาด OTC ที่เป็นตลาดหลักของ TMAN ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสงคราม ทำให้กำลังซื้อลดลงและต้นทุนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Net Profit ลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ OEM และ DBU มีการเติบโตที่ดี เราจะเร่งผลักดันยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Top 5 Brand ที่มี Margin สูง และกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Push & Pull เพื่อกระตุ้นยอดขาย
  • Q: การเติบโตในครึ่งปีหลังจะมาจากส่วนไหนเป็นหลัก? (5:01:00)
* A: ครึ่งปีหลังจะเน้นการเติบโตจากธุรกิจ OEM, DBU และ E-commerce ที่ยังคงมีแนวโน้มที่ดี รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีศักยภาพในตลาด OTC และการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเกาหลี อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์
  • Q: การขายในประเทศในส่วนของ Retail ร้านขายยาช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง จะทำอย่างไรให้ได้ยอดขายและ Margin ที่ยังดีอยู่ได้? (5:38:00)
* A: ตลาดร้านขายยาได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและสงคราม ทำให้ยอดขายโดยรวมลดลง อย่างไรก็ตาม เราจะเน้นการผลักดันผลิตภัณฑ์ Top 5 Brand ที่มี Margin สูง และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีคุณภาพและมีทะเบียนยาที่ชัดเจน รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับร้านขายยา และใช้กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นยอดขายและรักษา Margin
  • Q: การขายเข้าสู่โรงพยาบาลรวมถึงธุรกิจความงามตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง มีปัญหาและอุปสรรคอย่างไร เรามีวิธีการบริหารจัดการอย่างไรบ้าง? (5:50:00)
* A: การขายเข้าโรงพยาบาลใช้เวลาในการพิจารณาและอนุมัติที่นานกว่าร้านขายยา เราจึงเน้นการจัดลำดับความสำคัญของโรงพยาบาลเอกชนและโรงเรียนแพทย์ที่สามารถตัดสินใจได้เร็วขึ้น และใช้ทีมงานเฉพาะทาง (PM, Sales, KAM) ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีสเปคตรงตามความต้องการของแพทย์ รวมถึงการหา Key Opinion Leaders (KOLs) มาช่วยสร้างการรับรู้และผลักดันยอดขาย ส่วนธุรกิจความงามได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง เราจึงเน้นการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์และสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในเกาหลีเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีคุณภาพและนวัตกรรม

ยังไม่มีความคิดเห็น