MAJOR ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ลุ้นกำไรฟื้นตัวแรงครึ่งปีหลัง
ไฮไลท์สำคัญ
บล.เอเซียพลัส (ASPS) ประเมินผลประกอบการของ MAJOR ว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดของปีไปแล้วในไตรมาส 2/2569 โดยแม้กำไรช่วงครึ่งปีแรกจะคิดเป็นเพียง 23% ของประมาณการทั้งปี แต่สัญญาณการฟื้นตัวในไตรมาส 3/2569 เริ่มเห็นได้ชัดเจนจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เข้าฉาย พร้อมคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 9.20 บาท อิงค่า PER ที่ 11 เท่า
วิเคราะห์ผลประกอบการและปัจจัยหนุน
ในไตรมาส 2/2569 MAJOR มีกำไรสุทธิ 73 ล้านบาท ลดลง 42%YoY จากรายได้ Admission ที่ลดลง 28%YoY เนื่องจากภาพยนตร์ที่เข้าฉายไม่สามารถสร้างกระแสได้ตามคาด อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Advertising ยังคงเติบโตได้ 8%YoY และส่วนแบ่งกำไรจาก Thai Ticket Major เติบโตโดดเด่น ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าครึ่งปีหลัง (2H69) จะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจาก Line-up ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ เช่น Avengers: Doomsday และภาพยนตร์ไทยเรื่องดังอีกหลายเรื่องที่จะช่วยหนุนรายได้ทั้ง Admission, Concession และ Advertising ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ข้อสังเกตด้านการบริหารจัดการ
บริษัทมีการดำเนินมาตรการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น การเปลี่ยนมาใช้แก้วกระดาษแทนพลาสติก และการขยายสมาชิก M-Pass แบบตัดเงินอัตโนมัติเพื่อลดอัตราการยกเลิกสมาชิก นอกจากนี้ยังมีประเด็นบวกจากการที่บริษัทมีหุ้นซื้อคืนจำนวน 75.7 ล้านหุ้น ซึ่งมีโอกาสนำไปสู่การลดทุนเพื่อหนุนค่า EPS ให้สูงขึ้น ซึ่งถือเป็น Buffer รองรับความเสี่ยง หากมีการปรับประมาณการกำไรในอนาคต ในส่วนของความเสี่ยงด้าน ESG นั้นถือว่าอยู่ในระดับต่ำ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ
สรุปภาพรวมการลงทุน
ฝ่ายวิจัยมองว่าปัจจัยสำคัญที่สุดของธุรกิจยังคงเป็นคุณภาพและความนิยมของภาพยนตร์ ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อกระแสเงินสดและผลกำไรของบริษัท โดยคาดการณ์ EPS ปี 2569 ไว้ที่ 0.84 บาท และปี 2570 ที่ 0.94 บาท นักลงทุนที่สนใจสามารถติดตามแนวโน้มราคาหุ้นซึ่งปัจจุบันอยู่ในกรอบ Sideways โดยมีแนวรับที่ 6.60-6.90 บาท และแนวต้านที่ 7.25-7.50 บาท