FM เผยผลงาน Q2/2569 รายได้ชะลอตัวจากธุรกิจไก่ดิบ แต่รับอานิสงส์กำไรอัตราแลกเปลี่ยนหนุน
รายได้รวมลดลง 3% จากผลกระทบตลาดส่งออกและอุปทานส่วนเกินในประเทศ ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์กระจายตลาดใหม่เพื่อสร้างความยั่งยืน
บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้รวม 1,806 ล้านบาท ลดลง 57 ล้านบาท หรือ 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงกดดันหลักจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่ดิบ (RAW) ที่ยอดขายในประเทศลดลงจากภาวะอุปทานส่วนเกิน อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถทำกำไรได้จากปัจจัยบวกด้านอัตราแลกเปลี่ยนและการบริหารต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่อยู่ในระดับต่ำ โดยบริษัทมุ่งเน้นการขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศที่มีศักยภาพใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงตลาดหลัก
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจรอบนี้คือ การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เข้ามาช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากธุรกิจไก่ดิบในประเทศ
หัวใจคืออะไร: แม้รายได้รวมจะลดลง 3% แต่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นรวมไว้ได้ที่ 14.5% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากต้นทุนกากถั่วเหลืองที่ปรับตัวลดลง และการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสนี้ ซึ่งต่างจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บริษัทเผชิญกับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- ด้านรายได้: ธุรกิจเนื้อไก่ดิบ (RAW) เผชิญภาวะอุปทานส่วนเกินในประเทศ ทำให้ราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายลดลง แม้จะมีการส่งออกไปญี่ปุ่นและมาเลเซียเพิ่มขึ้นก็ตาม ส่วนธุรกิจไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) มีรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่การส่งมอบสินค้าบางส่วนต้องเลื่อนออกไปเป็นเดือนกรกฎาคมเนื่องจากปัญหาตู้คอนเทนเนอร์และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
- ด้านต้นทุนและกำไร: บริษัทได้รับอานิสงส์จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ (กากถั่วเหลือง) ที่ลดลง ช่วยพยุงอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินบาทช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการส่งออกเมื่อแปลงเป็นเงินบาท และเปลี่ยนสถานะจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนในปีก่อนมาเป็นกำไรในไตรมาสนี้
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วนแต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก แนวโน้มไตรมาส 3 คาดว่าจะได้รับแรงหนุนตามฤดูกาล (High Season) ของการส่งออกไปยุโรปและญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องค่าระวางเรือและปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ยังเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ส่วนการบริหารต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นจุดแข็งที่บริษัทให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง
Highlight สำคัญ
- รายได้รวม: 1,806 ล้านบาท ลดลง 3% YoY โดยธุรกิจไก่ดิบ (RAW) เป็นตัวฉุดหลัก
- อัตรากำไรขั้นต้นรวม: อยู่ที่ 14.5% ลดลงเล็กน้อย 0.8% จากปีก่อน
- กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน: พลิกกลับมาเป็นบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท (32.10 บาท/ดอลลาร์ ณ มี.ค. เป็น 32.75 บาท/ดอลลาร์ ณ มิ.ย.)
- ต้นทุนทางการเงิน: ลดลง 2 ล้านบาท จากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
- ภาษีเงินได้: อัตราภาษีที่แท้จริงลดลงเหลือ 7.81% จากการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและคาดการณ์การอนุมัติ BOI เพิ่มเติมในไตรมาส 3/2569
ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวม 6 เดือนแรกอยู่ที่ 3,643 ล้านบาท ลดลง 1.1% YoY โดยสัดส่วนรายได้จากธุรกิจไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) เพิ่มขึ้นเป็น 46% ของรายได้รวม สะท้อนถึงการปรับพอร์ตสินค้าเพื่อลดความผันผวนของราคาตลาด
โอกาส
- การขยายตลาดใหม่: เดินหน้าบุกตลาดตะวันออกกลางและฟิลิปปินส์เพื่อกระจายความเสี่ยง
- สิทธิประโยชน์ทางภาษี: คาดว่าจะได้รับอนุมัติ BOI สำหรับการผลิตไก่แปรรูปปรุงสุกในไตรมาส 3/2569 ซึ่งจะช่วยลดภาระภาษีในอนาคต
- การปรับพอร์ตสินค้า: การเพิ่มสินค้ากลุ่ม Reforming ช่วยสร้างความหลากหลายและมูลค่าเพิ่ม
ความเสี่ยง
- ภูมิรัฐศาสตร์: ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศกระทบต่อค่าระวางเรือและการส่งมอบสินค้า
- อุปทานส่วนเกิน: ภาวะอุปทานไก่เนื้อในประเทศที่ล้นตลาดกดดันราคาขายหน้าโรงชำแหละ
- ความผันผวนของค่าเงิน: แม้ไตรมาสนี้จะได้ประโยชน์จากการอ่อนค่า แต่ความผันผวนของเงินบาทต่อดอลลาร์ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การส่งมอบสินค้าที่เลื่อนมาจากไตรมาส 2 ว่าจะรับรู้รายได้ได้ครบถ้วนในไตรมาส 3 หรือไม่
- ความคืบหน้าการอนุมัติบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในไตรมาส 3/2569
- ทิศทางราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
- สถานการณ์ค่าระวางเรือและตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการส่งออก
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
บริษัทเน้นกลยุทธ์ "ปลายน้ำ" คือการแปรรูปปรุงสุก (CAV) เพื่อหนีความผันผวนของราคาไก่ดิบ (RAW) โดยในไตรมาส 2/2569 ธุรกิจ CAV มีอัตรากำไรขั้นต้น 14.9% ขณะที่ RAW อยู่ที่ 14.2% การที่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรไว้ได้ในระดับใกล้เคียงกันแม้ราคาวัตถุดิบข้าวโพดจะสูงขึ้น สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนภายในโรงงานที่เข้มงวด
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 262 ล้านบาท จากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง (427 ล้านบาท) และบริษัทไม่มีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพิ่มเติม ทำให้หนี้สินรวมลดลง 6.2% มาอยู่ที่ 1,126 ล้านบาท
สรุปท้าย
FM ผ่านไตรมาส 2/2569 มาได้ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้จะเผชิญแรงกดดันจากรายได้ธุรกิจไก่ดิบที่ลดลงและปัญหาโลจิสติกส์ การมุ่งเน้นขยายตลาดส่งออกใหม่และการรอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น