เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
FM: สรุปผลการดำเนินงาน Q2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิตตามแผนกลยุทธ์ JUMP+
ข่าวสาร

FM: สรุปผลการดำเนินงาน Q2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิตตามแผนกลยุทธ์ JUMP+

FM P/E 6.01 YIELD 8.58
เดือนที่แล้ว 23:51 น. 0 ความเห็น

FM: สรุปผลการดำเนินงาน Q2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าขยายกำลังการผลิตตามแผนกลยุทธ์ JUMP+

1. Highlights

  • กลุ่มบริษัทฟู้ดโมเม้นท์ (FM) ดำเนินธุรกิจในฐานะโฮลดิ้งคอมพานีที่ถือหุ้นในบริษัทย่อย ซึ่งประกอบธุรกิจไก่ทั้งวงจร โดยถือหุ้นใน F&F Food 95.70% (ธุรกิจชำแหละและขายชิ้นส่วนไก่ดิบ) และ Spring Kitchen 99.90% (ธุรกิจแปรรูปเนื้อไก่เป็นอาหารพร้อมทานเพื่อเพิ่มมูลค่า) รวมทั้งมีการตั้ง F&F Pet Food เพื่อรองรับการเติบโตในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในอนาคต [พูด]
  • ผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2526 อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น 5% มาอยู่ที่ 31.81 บาท เทียบกับ 33.41 บาทในปีที่แล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ที่เป็นรูปเงินบาท [พูด]
  • ต้นทุนอาหารสัตว์หลัก เช่น กากถั่วเหลืองมีการปรับตัวลดลง 3% ขณะที่ข้าวโพดปรับตัวสูงขึ้น 3% ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์โดยรวมอยู่ในระดับทรงตัวและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน [พูด]
  • สัดส่วนรายได้รวมในรอบ 6 เดือนแบ่งเป็นธุรกิจไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) 46% และธุรกิจไก่ชำแหละ (RAW) 54% โดยรายได้จาก CAV มีการเติบโตสูงขึ้น 13% สะท้อนถึงกลยุทธ์การเน้นส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง [พูด]
  • ด้านฐานะทางการเงิน บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน โดยมีการบริหารจัดการสภาพคล่องและการชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะยาว ทำให้หนี้สินรวมลดลง 6% และทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงเหลือ 0.28 [พูด]
  • การนำเสนอข้อมูลของผู้บริหารมีความมั่นใจ ชัดเจน และแสดงความพร้อมในการขับเคลื่อนธุรกิจตามเป้าหมายของโครงการ JUMP+ ที่วางไว้ [พูด]

2. Hero Story

ข้อมูลไม่เพียงพอจากเนื้อหา

3. Outlook

  • บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายรวมทั้งปีเติบโต 7%-8% โดยแบ่งเป็นธุรกิจ RAW เติบโต 1%-2% และธุรกิจ CAV เติบโต 15%-18% ตามกลยุทธ์การเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าสูง [สไลด์]
  • ตั้งเป้าหมายรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้อยู่ในระดับ 14%-16% ควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ให้ไม่เกิน 4.5% และบริหารอัตราภาษีเงินได้ให้อยู่ที่ต่ำกว่า 8.0% [สไลด์]
  • แผนการลงทุน (Capex) ในปี 2526 คว่าประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้น IPO [พูด]
  • แผนการเพิ่มกำลังการผลิตในปี 2526 สำหรับธุรกิจ CAV จะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 36,000 ตัน/ปี โดยปรับปรุงสายการผลิตเดิมและติดตั้งสายการผลิตใหม่ 1 ไลน์ ใช้งบลงทุน 500 ล้านบาท คาดว่า COD ใน Q2/2527 [สไลด์]
  • แผนการเพิ่มกำลังการผลิตธุรกิจ RAW จะเพิ่มเป็น 180,000 ตัว/วัน ด้วยการติดตั้งระบบ Automation ใช้งบลงทุน 200 ล้านบาท คาดว่า COD ใน Q1/2527 [สไลด์]
  • ธุรกิจ Pet Food อยู่ระหว่างศึกษาและมองหาโอกาสการลงทุนที่เหมาะสมที่สุด [สไลด์]

4. ความเสี่ยง

  • ความเสี่ยงจากการระงับการนำเข้าไก่ชั่วคราวของประเทศจีนจากประเด็นเอกสาร Health Certificate ที่ต้องปรับเปลี่ยนระบบเป็นอิเล็กทรอนิกส์ [พูด]
  • ความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตไก่จากประเทศคู่แข่งสำคัญ เช่น ประเทศบราซิล [พูด]
  • ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เช่น ค่าเงินเยนที่อ่อนตัวลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและการใช้จ่ายของลูกค้าในประเทศญี่ปุ่น [พูด]
  • ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในภูมิภาคยุโรป ที่อาจทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายและกดดันราคาขายสินค้า [พูด]
  • ความเสี่ยงจากโรคระบาดในสัตว์ (เช่น ไข้หวัดนก) และโรคระบาดในคน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารโลก [พูด]

5. Q&A Highlights

  • คำถาม (42:36): "กำลังการผลิตปัจจุบันอยู่ที่ 84-82% เราสามารถอัปกำลังการผลิตได้มากกว่านี้ไหม หรือออร์เดอร์ยังไม่เต็มกำลังการผลิตที่มี?"
คำตอบ (42:52): "ตั้งแต่ IPO เมื่อปี 2024 บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตแบ่งเป็น 3 เฟส ปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 2 เฟส และเฟสสุดท้ายคาดว่าจะลงทุนเกือบครบในปี 2026 หรือช้าไม่เกินครึ่งปีหน้า ซึ่งอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ทำให้บริษัทค่อนข้างพอใจและสอดคล้องกับแผนที่วางไว้ โดยออร์เดอร์รองรับแล้วส่วนหนึ่งและอยู่ในไปป์ไลน์ที่พูดคุยกับลูกค้า 70-80% แล้ว" [พูด]

  • คำถาม (44:24): "ประเทศยุโรป UK และญี่ปุ่น ตอนนี้ออร์เดอร์เป็นอย่างไร?"
คำตอบ (44:31): "ปริมาณคำสั่งซื้อค่อนข้างดี โดยเฉพาะในยุโรปที่มีดีมานด์เข้ามามาก แต่ปัจจัยกดดันคือเรื่องราคาและอัตราแลกเปลี่ยน ลูกค้ามองหาสินค้าที่คุ้มค่า (Good to Value) แต่บริษัทมีการพัฒนาสินค้าเพื่อลดต้นทุนและรักษากลุ่มลูกค้าพรีเมียม" [พูด]

  • คำถาม (45:21): "ทำไมค่าใช้จ่ายภาษีในไตรมาส 2 ถึงสูงขึ้นกว่าไตรมาส 1?"
คำตอบ (45:36): "บริษัทมีการประมาณการภาษีทั้งปีและคาดว่าจะใช้สิทธิ์ BOI ของสปริงครัวเรือนในช่วงไตรมาส 2 แต่เกิดการดีเลย์ ทำให้ต้องรีวิวกราบประมาณการภาษีใหม่ทั้งปี ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายภาษีในไตรมาส 2 สูงขึ้น และคาดว่าจะได้รับสิทธิ์ BOI บัตรใหม่ในช่วงเดือนกันยายนนี้" [พูด]

  • คำถาม (46:36): "ภาพรวมอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงครึ่งปีหลังจะมีผลกระทบต่อผลประกอบการอย่างไร?"
คำตอบ (46:52): "ในช่วงเดือน 7-8 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากการซื้อขายเงินดอลลาร์ และคาดการณ์ว่าในไตรมาส 3 ภาพรวมอัตราแลกเปลี่ยนน่าจะดีกว่าหรือใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก และยังคงส่งผลดีต่อผลประกอบการโดยรวมของกลุ่มบริษัท" [พูด]

  • คำถาม (47:35): "ยอดขายที่ได้ประมาณ 47-48% ของงบประมาณโครงการ JUMP+ ในครึ่งปีหลังจะคอมเพนเซตยอดขายที่ดรอปไปได้ไหม?"
คำตอบ (47:56): "จากแบ็กล็อกและเทรนด์คำสั่งซื้อที่มีอยู่ ค่อนข้างมั่นใจว่ายอดขายไก่แปรรูปในครึ่งปีหลังจะใกล้เคียงเป้าหมายที่ 8,000 ล้านบาท และแบ็กล็อกของไก่แปรรูปปรุงสุกจะมากกว่าครึ่งปีแรก" [พูด]

  • คำถาม (48:14): "จุดเด่นของฟู้ดโมเม้นท์คืออะไร และอะไรที่ดีกว่าคู่แข่ง?"
คำตอบ (48:25): "จุดเด่นคือการเป็นเรือธงในการเติบโต มีความยืดหยุ่นในการทำงาน รวดเร็วในการปรับตัวเข้าหาลูกค้า และให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าพรีเมียมโกลบอลแบรนด์ที่มีสัญญาระยะยาว" [พูด]

  • คำถาม (49:40): "ค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นจากปัญหาความขัดแย้งสงคราม จะกระทบผลการดำเนินงานของบริษัทหรือไม่?"
คำตอบ (50:00): "บริษัทเน้นการส่งออกโดยมีสัดส่วนการส่งออก 44% โดยแบ่งเป็นเงื่อนไข FOB และ CFR ซึ่งเงื่อนไข CFR จะมีการบวกค่าระวาง (Freight) เข้าไปในราคาขายแล้ว หากค่าระวางปรับสูงขึ้น จะมีการเจรจาปรับราคากับลูกค้าตามความเหมาะสม ทำให้ไม่เป็นสาระสำคัญต่อผลประกอบการ" [พูด]

  • คำถาม (51:28): "สถานะปัจจุบันของโปรเจกต์ Pet Food เป็นอย่างไรบ้าง?"
คำตอบ (51:35): "ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ศึกษาลงไปในรายละเอียดของธุรกิจ Pet Food ทั้งเรื่องผลิตภัณฑ์ โรงงาน และตลาด โดยอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและมองหาพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมในการนำเอาบายโปรดักต์จากไก่มาเพิ่มมูลค่าเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง" [พูด]

ยังไม่มีความคิดเห็น