เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MUD เผชิญภาวะขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นใน Q2/2569 จากกำลังซื้อในประเทศชะลอตัวและการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร
ข่าวสาร

MUD เผชิญภาวะขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นใน Q2/2569 จากกำลังซื้อในประเทศชะลอตัวและการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร

MUD P/E -100.00 YIELD 0.00
1 อาทิตย์ 19:53 น. 0 ความเห็น

รายได้รวมหดตัว 24.6% YoY กดดันผลประกอบการ ขณะที่บริษัทเร่งปรับโครงสร้างสาขาเพื่อลดภาระในระยะยาว

บริษัท มัด แอนด์ ฮาวด์ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 โดยมีรายได้รวม 1,008 ล้านบาท ลดลง 24.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ซึ่งมีรายได้ 1,337 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 243 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 109 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568 โดยปัจจัยหลักมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่ลดลง ประกอบกับการตัดสินใจปิดสาขาที่มีผลการดำเนินงานต่ำเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในอนาคต

Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน

หัวใจรอบนี้คือ "การหดตัวของรายได้จากกำลังซื้อที่อ่อนแอ" ผสานกับ "ค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปิดสาขา"

ผลประกอบการของ MUD ในไตรมาสนี้ได้รับแรงกดดันจาก 2 ส่วนหลัก คือ รายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย และการที่บริษัทต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายจากการปิดสาขาที่ไม่ก่อให้เกิดกำไร ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งบรรทัดรายได้และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

  1. รายได้ลดลง: กำลังซื้อของประชากรในประเทศที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดขายรวมลดลงเหลือ 1,008 ล้านบาท นอกจากนี้ การปิดสาขาที่มีรายได้น้อยระหว่างงวดส่งผลให้ฐานรายได้ลดลงตามไปด้วย
  2. ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น: แม้รายได้จะลดลง แต่ต้นทุนขายและบริการคิดเป็นสัดส่วน 37.6% ของรายได้รวม (เพิ่มขึ้นจาก 37.3% ในปีก่อน) เนื่องจากราคาวัตถุดิบและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด
  3. รายการพิเศษ (One-time): บริษัทมีค่าใช้จ่ายอื่นซึ่งเป็น "ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์" (ส่วนปรับปรุง, เครื่องจักร, อุปกรณ์) จากการปิดสาขาร้านดังกิ้นที่ไม่ทำกำไร ทำให้ EBITDA ไม่รวมรายการพิเศษอยู่ที่ 126 ล้านบาท (ลดลงจาก 176 ล้านบาทในปีก่อน)

จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

มีลักษณะเป็นรายการครั้งคราวและเป็นกลยุทธ์ปรับโครงสร้าง: การรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์จากการปิดสาขาอาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต ขึ้นอยู่กับจำนวนสาขาที่ยังคงมีผลการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม การปิดสาขาเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบริหารจัดการเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ซึ่งบริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านหน่วยงานกลาง (Shared Service) เพื่อคุมต้นทุนให้ดีขึ้น

Highlight สำคัญ

  • รายได้รวม: 1,008 ล้านบาท ลดลง 24.6% YoY
  • ขาดทุนสุทธิ: 243 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 109 ล้านบาทใน Q2/2568)
  • อัตรากำไรสุทธิ: ติดลบ 24.1% เทียบกับติดลบ 8.2% ในปีก่อน
  • EBITDA: อยู่ที่ 27 ล้านบาท (รวมรายการพิเศษ) หรือ 126 ล้านบาท (ไม่รวมรายการพิเศษ)
  • การบริหารจัดการ: มีการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรและตัดจำหน่ายสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น

ภาพรวมผลประกอบการ

ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่กระทบต่อธุรกิจอาหารและไลฟ์สไตล์อย่างชัดเจน รายได้ที่ลดลงในอัตราที่สูงกว่าการลดลงของต้นทุน ทำให้บริษัทประสบภาวะขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น โดยมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้รวมอยู่ที่ 68.2% เพิ่มขึ้นจาก 66.6% ในปีก่อน

โอกาส

  • การขยายตลาดต่างประเทศ: บริษัทเร่งขยายแบรนด์ Greyhound Café ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและล่าสุดที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (ปัจจุบันมี 3 สาขา)
  • การเพิ่มประสิทธิภาพ: การใช้ระบบหน่วยงานกลาง (Shared Service) ในการจัดซื้อวัตถุดิบรวมทุกแบรนด์ ช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองและลดต้นทุนในระยะยาว
  • การเติบโตแบบก้าวกระโดด: บริษัทเปิดกว้างสำหรับการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ (Inorganic growth) นอกเหนือจากการเติบโตปกติ

ความเสี่ยง

  • กำลังซื้อในประเทศ: ความผันผวนของเศรษฐกิจที่ส่งผลโดยตรงต่อยอดขายในกลุ่มธุรกิจอาหารและไลฟ์สไตล์
  • ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน: ราคาตลาดที่ผันผวนอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้ต่ำลง
  • ภาระหนี้สิน: บริษัทมีหุ้นกู้และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่ต้องบริหารจัดการ โดยมีส่วนของหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีจำนวน 334 ล้านบาท

สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  1. จำนวนสาขาที่ปิดตัวลงในไตรมาสถัดไป (ผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้อยค่าสินทรัพย์)
  2. การฟื้นตัวของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ในช่วงครึ่งปีหลัง
  3. ความสำเร็จในการขยายสาขาในต่างประเทศเพื่อชดเชยรายได้ในประเทศที่ลดลง
  4. การบริหารจัดการกระแสเงินสดและภาระหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระ

รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)

บริษัทได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก การบริหารจัดการจึงมุ่งเน้นไปที่การคัดเลือกทำเลศักยภาพและการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของพอร์ตโฟลิโอสาขาทั้งหมดที่มีมากกว่า 459 แห่ง

ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,445 ล้านบาท ลดลงจาก 3,631 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (92.6%) ซึ่งรวมถึงค่าความนิยม (Goodwill) จากการควบรวมธุรกิจร้านโดนัท เบเกอรี่ และ Greyhound Café รวม 1,644 ล้านบาท ด้านหนี้สินรวมอยู่ที่ 2,637 ล้านบาท โดยมีส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 808 ล้านบาท

สรุปท้าย

MUD เผชิญไตรมาสที่ยากลำบากจากรายได้ที่หดตัวตามกำลังซื้อในประเทศและการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์จากการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร แม้บริษัทจะพยายามคุมต้นทุนผ่านระบบหน่วยงานกลางและขยายตลาดต่างประเทศเพื่อสร้างการเติบโตใหม่ แต่ผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป

ยังไม่มีความคิดเห็น